วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

'ยูเออี-คูเวต' เริ่มลดการผลิตน้ำมัน หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ

'ยูเออี-คูเวต' เริ่มลดการผลิตน้ำมัน หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวตเริ่มลดกำลังการผลิตน้ำมันลงแล้ว ขณะช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในสภาพปิดเกือบสิ้นเชิง เขย่าตลาดพลังงานและอุปทานน้ำมันโลก

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน บริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) แถลงโดยไม่เผยรายละเอียดว่า บริษัท “กำลังจัดการระดับการผลิตนอกชายฝั่งเพื่อตอบสนองความต้องการน้ำมันที่มีอยู่” ด้านคูเวตปิโตรเลียมคอร์ป กล่าวว่า บริษัทกำลังลดระดับการผลิตลงทั้งบ่อน้ำมันและโรงกลั่นหลัง"“อิหร่านข่มขู่ขัดขวางการเดินเรืออย่างปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”

สงครามตะวันออกกลางในขณะนี้ทำให้การจราจรทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ ทางน้ำแคบๆเชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลหลวงถูกปิดลงเกือบทั้งหมดหลังจากอิหร่านข่มขู่คุกคามการขนส่งสินค้า ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดของโลกต้องติดขัดดันราคาน้ำมันในตลาดลอนดอนสูงสุดในรอบกว่าสองปีที่เกือบ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลผู้บริโภคจึงต้องมองหาทางเลือกอื่น และอาจผลักดันอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกให้สูงขึ้นไปอีก

เดิมทีเมื่อเช้าตรู่วันเสาร์ (7 มี.ค.) คูเวตเริ่มลดการผลิตน้ำมันราว 100,000 บาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะเพิ่มเป็นเกือบสามเท่าในวันอาทิตย์ (8 มี.ค.) แหล่งข่าววงในรายหนึ่งเผยว่า คูเวตค่อยๆ ลดการผลิตลงทีละน้อยขึ้นอยู่กับระดับที่เหลือและสถานะของช่องแคบฮอร์มุซ

ส่วนยูเออี ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของกลุ่มโอเปค เดือน มี.ค. ผลิตได้วันละกว่า 3.5 ล้านบาร์เรล กำลังส่งออกเส้นทางอื่นไม่ใช้ช่องแคบฮอร์มุซ และใช้คลังน้ำมันในต่างประเทศป้อนน้ำมันสู่ตลาดโลก บริษัท Adnoc ผู้ดำเนินการท่อส่งน้ำมันขนาด 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันไปยังฟูไจราห์บนชายฝั่งตะวันตกของยูเออีเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ กล่าวว่า การดำเนินงานบนบกยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ

ก่อนหน้านี้ประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางได้ลดการผลิตไปแล้ว เช่น อิรักเริ่มชะลอการผลิตเมื่อไม่กี่วันก่อน เนื่องจากคลังน้ำมันเริ่มเต็ม ซาอุดีอาระเบียปิดโรงกลั่นใหญ่สุดของประเทศ กาตาร์ปิดโรงงานส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวใหญ่สุดหลังถูกโดรนโจมตี

  • เหตุสุดวิสัย

คูเวตปิโตรเลียมประกาศเหตุสุดวิสัยต่อการขายน้ำมันและน้ำมันกลั่นแล้ว ซึ่งหมายถึงการไม่ต้องทำตามสัญญาเนื่องจากปัจจัยแวดล้อมภายนอกที่ไม่อาจควบคุมได้

ในเดือน ม.ค. คูเวตผลิตน้ำมันได้วันละราว 2.57 ล้านบาร์เรล ส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย ผู้ผลิตใหญ่สุดในภูมิภาค เปลี่ยนเส้นทางส่งน้ำมันบางส่วนไปยังท่าเรือยานบูในทะเลแดง

ก่อนหน้านี้คูเวตเริ่มลดอัตราการกลั่นในโรงกลั่นเพราะถังเก็บเต็ม โรงกลั่นอัลซัวร์, มีนา อัลอาห์มาดี และมีนาอับดุลลาห์ มีศักยภาพกลั่นได้รวมกันราว 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยอัลซัวร์เป็นโรงกลั่นใหญ่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คาดว่า ราคาน้ำมันดิบจะลดลงเมื่อสิ้นสุดสงครามที่เขาเรียกว่า “ความขัดแย้งเล็กน้อย” ซึ่งน่าจะ “ดำเนินต่อไประยะหนึ่ง”

“เราคาดการณ์ไว้แล้วว่าราคาน้ำมันจะสูงขึ้น ซึ่งก็เป็นอย่างนั้น”

 “แต่ราคาก็จะลดลงด้วยลดลงรวดเร็วมาก และเราก็จะกำจัดมะเร็งร้ายก้อนใหญ่หลวงบนโลกได้สำเร็จ”ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันเสาร์

ทั้งนี้ ยูเออีและคูเวตก็เหมือนกับอีกหลายๆ ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ที่ตกเป็นเป้าการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านเมื่อสงครามในภูมิภาคขยายวง สถานทูตสหรัฐในคูเวต สถานกงสุลสหรัฐในดูไบ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในสองประเทศต่างถูกโจมตี