สัปดาห์นี้สงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเป็นข่าวใหญ่สะเทือนโลก บดบังข่าวอื่นไปเลย เช่น สงครามเปิดเผยระหว่างปากีสถานกับอัฟกานิสถานที่เกิดก่อนหน้าเพียง 1-2 วัน ถึงวันนี้รายงานการสู้รบระหว่างเพื่อนบ้านสองประเทศนี้ยังมีอยู่
ขึ้นชื่อว่าสงคราม ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ หลายคนต้องอพยพจากบ้านเกิดหนีภัยสงคราม ภูมิภาคอินโดจีนเคยเจอสภาพแบบนี้มาแล้วระหว่างปี 1975-1997 เมื่อชาวเวียดนาม กัมพูชา และลาว ราว 3 ล้านคน หนีความโหดร้ายในประเทศของตนไปอยู่ประเทศอื่น โดยกว่า 210,000 คน ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในแคนาดา เรื่องราวเหล่านี้ถูกบอกเล่าอีกครั้งในนิทรรศการ Hearts of Freedom: Stories of Southeast Asian Refugees ที่สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNHCR) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นเมื่อวันก่อน
Hearts of Freedom: Stories of Southeast Asian Refugees คัดสรรและดูแลโดยศาสตราจารย์ สเตฟานี เพชรมาย สต็อบบ์ (Professor Stephanie Phetsamay Stobbe) หนึ่งในผู้ลี้ภัยจากประเทศลาว มุ่งถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงพลังของผู้ลี้ภัยจากประเทศเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ผลกระทบจากสงครามเวียดนาม ความขัดแย้งและการประหัตประหารยาวนานหลายทศวรรษ ทำให้ผู้คนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่นและแสวงหาความปลอดภัยในประเทศอื่น ๆ ผู้ลี้ภัยเหล่านี้ต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลและมักเผชิญกับอันตราย เพื่อไปยังประเทศผู้รับรองต่าง ๆ รวมถึงแคนาดาอันไกลโพ้นด้วย
ปิง กิดนิกร เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ชาวแคนาดาเชื้อสายลาว ผู้มีประสบการณ์ตรง กล่าวว่า นิทรรศการ Hearts of Freedom: Stories of Southeast Asian Refugees เป็นเครื่องเตือนใจอันทรงพลังถึงการอพยพครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของมนุษย์ในศตวรรษที่ 20 นั่นคือการพลัดถิ่นที่เกิดจากสงครามเวียดนาม ครอบครัวต้องพลัดพรากจากกัน อนาคตไม่แน่นอน หลายคนต้องออกเดินทางอันตรายไปหาที่ที่ปลอดภัย รวมถึงครอบครัวของท่านทูตด้วย ซึ่งแคนาดาได้เปิดประตูต้อนรับผู้ลี้ภัยจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 250,000 คน ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่ตอบสนองอย่างเหมาะสม และองค์กรภาคประชาสังคมที่มุ่งมั่น ช่วยให้ผู้ลี้ภัยกลายเป็นส่วนหนึ่งของแคนาดาอย่างกลมกลืน
ทูตแคนาดาย้ำด้วยว่าการย้ายถิ่นจากอินโดจีนไปยังดินแดนห่างไกลนั้น ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญด้านมนุษยธรรมมาโดยตลอด เป็นผู้ให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นมานานหลายทศวรรษ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลไทยได้ดำเนินการเพื่อเสริมสร้างการคุ้มครองและรับรองสถานะของกลุ่มคนไร้สัญชาติและกลุ่มเปราะบาง
"นโยบายที่มีวิสัยทัศน์ล่าสุดอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 80,000 คน สามารถยื่นขอใบอนุญาตทำงานอย่างถูกกฎหมายนอกค่ายได้ การตัดสินใจนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการพึ่งพาตนเอง สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และลดการพึ่งพาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม" ทูตแคนาดากล่าวและว่า Hearts of Freedom: Stories of Southeast Asian Refugees จัดขึ้นพร้อมกับวาระครบรอบ 65 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างแคนาดาและไทย นิทรรศการนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
แทมมี่ ชาร์ป ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNHCR) กล่าวว่าเรื่องราวของผู้คนที่ปรากฏอยู่ในนิทรรศการ เกิดจากความกล้าหาญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนและความหวัง การเดินทางที่เริ่มต้นจากภูมิภาคอินโดจีนแล้วไปตั้งถิ่นฐานสร้างชีวิตใหม่ไกลออกไปถึงอเมริกาเหนือ ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในชุมชนระหว่างประเทศ การตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นหนึ่งในวิธีที่เป็นรูปธรรมที่สุดที่ประชาคมโลกสามารถแสดงออกได้
แม้วันนี้นิทรรศการที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะจบลงแล้ว แต่สำหรับผู้ที่สนใจเส้นทางของผู้ลี้ภัยยังสามารถติดตามเรื่องราวของผู้ลี้ภัยในแคนาดาได้ที่เว็บไซต์ heartsoffreedom.org ท่ามกลางความโหดร้ายของสงคราม บางทีชีวิตของคนเล็กๆ ผู้กล้าหาญ และนโยบายของประเทศที่โอบอ้อมอารี อาจพลิกชีวิตหลายๆ คนได้ตลอดไป





