ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความมั่นใจในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน แม้กรอบเวลายังไม่ชัดเจนในวันที่ 5 ของสงครามตะวันออกกลาง
“เรากำลังทำได้ดีมากในแนวรบ” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธ (4 มี.ค.) ที่ทำเนียบขาว พร้อมเสริมว่า “ตลอด 47 ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้ฆ่าประชาชนของเราและผู้คนจากทั่วโลก และผมคิดว่าเราได้รับการสนับสนุนอย่างมาก”
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความขัดแย้งไม่มีสัญญาณเบาลง รัฐบาลเตหะรานพุ่งเป้าอิสราเอลและประเทศอ่าวเปอร์เซีย ส่วนกองทัพอิสราเอลและสหรัฐก็ทิ้งระเบิดใส่อิหร่านมากขึ้นตามที่ประกาศไว้ สหรัฐจมเรือรบอิหร่านหนึ่งลำในน่านน้ำสากลถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เรือดำน้ำอเมริกันโจมตีเรือผิวน้ำ
ในเวลาเดียวกันที่กรุงวอชิงตัน วุฒิสภาที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากลงมติตามแนวทางของพรรค เปิดโอกาสให้การโจมตีทางทหารของทรัมป์เดินหน้าต่อไปได้คว่ำญัตติของพรรคเดโมแครตที่ต้องการขัดขวาง ในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) สภาผู้แทนราษฎรที่รีพับลิกันครองเสียงข้างมากเช่นกันจะลงมติคล้ายๆ กันด้วย
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน ทำเนียบขาวเผยว่า ระบอบอิหร่าน “ถูกบดขยี้อย่างสิ้นเชิง” กระนั้น ตลาดเงินและตลาดพลังงานยังคงตึงเครียดกับความขัดแย้งที่ขยายวงโดยไม่มีสัญญาณยุติ
นางสาวแคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐจมเรืออิหร่านไปกว่า 20 ลำ กำจัดเจ้าหน้าที่อิหร่านไปแล้ว 49 คน ทำลายกว่า 2,000 เป้าหมาย และกำลังเดินหน้าสู่การ “ควบคุมน่านฟ้าอิหร่านทั้งหมดอย่างสมบูรณ์” ในภารกิจที่ “ประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัด”
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาทรัมป์ให้เหตุผลกลับไปกลับมาถึงสาเหตุที่สหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน รวมถึงคาดหวังการสิ้นสุดสงครามแตกต่างกัน เขาอ้างมาตลอดว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา “ถ้าเราไม่ทำอะไรก่อน พวกเขาก็ทำกับอิสราเอล แล้วเล่นงานเรา ถ้ามีโอกาส”
“ขีปนาวุธของพวกเขาถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว เครื่องปล่อยยิงถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว พวกเขากำลังโจมตีเพื่อนบ้าน ในบางกรณีก็โจมตีพันธมิตรของตนเอง หรือเมื่อไม่นานมานี้ยังเป็นพันธมิตรกัน”
“มันเป็นประเทศที่ควบคุมไม่ได้จริงๆ ถ้าเราปล่อย พวกเขาจะใช้มันเล่นงานเรา” ทรัมป์กล่าว
นางสาวลีวิตต์ย้ำคำเตือนของทรัมป์ที่ว่าอนาคตของผู้นำอิหร่านยังคงไม่ชัดเจนอย่างยิ่ง โดยหน่วยข่าวกรองกำลัง “ติดตามการสืบทอดตำแหน่งอย่างใกล้ชิด”
ระยะเวลาปฏิบัติการทางทหารก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเช่นกัน ก่อนโฆษกทำเนียบขาวแถลง นายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า “อาจเป็นหก หรือแปด หรือสาม” สัปดาห์
หลายครั้งที่ดูเหมือนเจ้าหน้าที่สหรัฐจะสร้างความสับสนเกี่ยวกับการปฏิบัติการดังกล่าว เช่นนางสาวลีวิตต์กล่าวว่า จากความเข้าใจของเธอในช่วงหลายชั่วโมงที่ผ่านมา สเปนได้ “ตกลงที่จะให้ความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐ” ต่อมาเจ้าหน้าที่สเปนคนหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนใจหันมาอนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพในประเทศสเปนโจมตีเป้าหมาย
ด้านอิหร่านยังไม่แสดงสัญญาณยอมทำตามข้อเรียกร้องให้ละทิ้งความต้องการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์, ยกเลิกโครงการขีปนาวุธ หรือหยุดสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ ยังคงสู้ต่อแม้อิสราเอลและสหรัฐอ้างว่า พวกเขาทำลายขีปนาวุธและเครื่องปล่อยยิงของอิหร่านไปหลายร้อยลูกแล้ว
แดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ เผยกับสถานีวิทยุกองทัพว่า อิหร่านยังคง “มีขีดความสามารถอย่างมาก” “สงครามนี้ยังอีกยาวไกล”
รัฐบาลทรัมป์ยังถูกวิจารณ์ว่า ไม่มีแผนเพียงพอในการอพยพชาวอเมริกันออกจากตะวันออกกลางก่อนเริ่มโจมตี ทางการสหรัฐตอบโต้ข้อกล่าวหานี้ กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า ชาวอเมริกันราว 17,500 คน ออกจากตะวันออกกลางได้อย่างปลอดภัย และขอให้คนอื่นๆ ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์
โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า สหรัฐจะจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำเพิ่มเติม แต่ไม่เผยรายละเอียดอ้างว่าเสี่ยงต่อความปลอดภัย
ขณะเดียวกันการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านและอิสราเอลของอิหร่านยังคงสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง เตหะรานปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่ากระทรวงข่าวกรองอิหร่านได้ติดต่อสหรัฐ เพื่อเจรจายุติความขัดแย้ง โดยระบุว่าเป็น “เรื่องโกหกทั้งสิ้น”
“เราไม่ไว้วางใจชาวอเมริกัน และไม่มีเจตนาที่จะเจรจากับสหรัฐ” โมฮัมหมัด ม็อกเบอร์ ที่ปรึกษาของอยาตอลเลาะห์อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ ที่ถูกสังหารในการโจมตีชุดแรก กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน
ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านกว่า 1,000 คน และที่อื่นๆ ในตะวันออกกลางอีกหลายสิบคน
ผลสำรวจในประเทศอิสราเอลจากผู้ให้ข้อมูลกว่า 950 คน จัดทำโดยสถาบันเพื่อความมั่นคงแห่งชาติศึกษา กลุ่มคลังสมองของมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ พบว่า 81% สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน 63% กล่าวว่า ควรโจมตีต่อไปจนกว่าจะโค่นรัฐบาลอิหร่านได้ ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับโพลในสหรัฐที่ชี้ว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ต่อต้านสงคราม
ในคืนที่ผ่านมาอิหร่านยังโจมตีฐานทัพสหรัฐในประเทศเพื่อนบ้านอาหรับอย่างต่อเนื่อง โดรนโจมตีสถานกงสุลสหรัฐในดูไบ ถือเป็นเป้าหมายทางการทูตล่าสุด เกิดไฟไหม้ “จำกัด” ใกล้สถานกงสุลซึ่งดับได้





