กรณีศึกษา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกาตาร์ จัดการธุรกิจในช่วงสงคราม สร้างความเชื่อมั่นในยามวิกฤติ ตัวอย่างที่ดีของการผสานร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน
สงครามในตะวันออกกลาง อาจจะหมายถึงทริปเที่ยวยุโรปในช่วงสงกรานต์ที่จะต้องยกเลิกสำหรับชนชั้นกลางของไทย แต่ผลกระทบที่แท้จริงลึกซึ้งกว่านั้นมาก
เมื่ออิหร่านเลือกตอบโต้สหรัฐและอิสราเอลโดยมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพสหรัฐในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาค มิได้ส่งผลกระทบในเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น แต่ยังกระทบในเชิงจิตวิทยา
หลายประเทศในตะวันออกกลางที่แต่ก่อนพึ่งพิงเฉพาะน้ำมัน แต่ปัจจุบันมีความพยายามเปลี่ยนยุทธศาสตร์รายได้ของประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยง หารายได้จากทางอื่น อาทิ การใช้ยุทธศาสตร์ที่ตั้งของประเทศและภูมิภาคเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางและโลจิสติกส์ระหว่างเอเชียและยุโรป จนเกิดเป็นสายการบินใหญ่ เช่น สายการบินเอมิเรตส์ และสายการบินกาตาร์
สายการบินเอมิเรตส์ เป็นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ขณะที่สายการบินกาตาร์ เป็นของกาตาร์ สองประเทศที่ปฏิรูปโครงสร้างรายได้ของประเทศสำเร็จ และเป็นกรณีศึกษาแก่ประเทศอื่นๆ เมื่อเอาเงินจำนวนมหาศาลจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากระจายความเสี่ยง และเลือกลงทุนในสายการบินเพื่อให้เกิดการบริการที่ดี มีราคาที่ดี มีความคุ้มค่าเหนือคู่แข่ง จึงทำให้เกิดลูกค้ามากขึ้น มีทราฟฟิก (traffic) รายได้เพิ่ม ขณะที่ค่าใช้จ่ายคงที่ลดลง เกิด economy of scale
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกาตาร์ คือกรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุด เอมิเรตส์เริ่มที่สายการบิน และต่อมาจึงต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ สร้างโรงแรม ศูนย์ประชุม ศูนย์การค้า สถานที่ท่องเที่ยว เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์มากมาย เพื่อดึงดูดให้คนที่บินกับเอมิเรตส์แวะเที่ยว แวะใช้จ่าย เอมิเรตส์เสนอฟรีวีซ่า หรือแม้กระทั่งจัดรถรับส่งสนามบินไปยังสถานที่เที่ยวต่างๆ ฟรี
ดูไบจากเดิมที่เป็นเพียงเมืองในทะเลทรายที่มีน้ำมัน ไม่ได้ดึงดูดอะไร แต่ปัจจุบันดูไบคือหนึ่งในเมืองที่คนไปเที่ยวมากที่สุดในตะวันออกกลาง และเพราะจำนวนคนที่มากนั้นเองจึงดึงดูดธุรกิจมากมายให้เข้ามาตั้งสาขาที่ดูไบเพื่อเชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน เพราะสิ่งที่ดูไบมีคือทำเลที่ดี ความครบครัน ความสะดวกสบายและความปลอดภัย
ภาพการเดินห้าง จับมือทักทายประชาชนของเจ้าผู้ครองอาบูดาบีซึ่งก็คือประธานาธิบดีของยูเออี และรัฐมนตรีกลาโหมซึ่งก็คือมกุฎราชกุมารแห่งดูไบ ในช่วงวิกฤติสงครามนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณบอกว่าดูไบนั้นยังสงบเรียบร้อยดี ของกินของใช้ในห้างกลับมาเติมจนเต็มทุกวันไม่ได้ร่อยหรอ ฟิตเนสกลับมาเปิดใช้งานปกติ คือการบอกว่าชีวิตยังคงดำเนินต่อไป ถึงจะไม่ปกติแต่ก็มีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง
ทางการทั้งยูเออีและกาตาร์สั่งให้โรงแรมดูแลผู้โดยสารตกค้างในประเทศจำนวนเรือนหมื่น สั่งโรงแรมห้ามเช็กเอาท์ผู้โดยสาร หาข้าวหาน้ำดูแลอย่างดี ฟรีทุกอย่าง โปรโตคอลเดียวกันกับเมื่อสายการบินดีเลย์ การดูแลถึงใจระดับนี้ไม่มีที่ไหนในโลกเทียบดูไบและกาตาร์ และนี่คือตัวอย่างการปรับตัวต่อวิกฤติ คือตัวอย่างของการผสานร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน





