ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดพ้อ ความสัมพันธ์สหรัฐและอังกฤษไม่เหมือนเก่า หลังอังกฤษไม่ให้ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน ให้ใช้เพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า น่าเศร้าที่ได้เห็นความสัมพันธ์กับสหราชอาณาจักรไม่เป็นเหมือนอย่างเคย หลังจากเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ชะลอการสนับสนุนทางทหารในการโจมตีอิหร่าน
ทรัมป์ กล่าวว่า ประเทศอย่างฝรั่งเศสได้ให้การสนับสนุนมากกว่า และบอกว่าเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นความสัมพันธ์ที่เคย “แข็งแกร่งที่สุด” เปลี่ยนไปเช่นนี้
“มันน่าเศร้าที่ได้เห็นความสัมพันธ์ไม่เป็นเหมือนที่เคย” ทรัมป์กล่าวกับหนังสือพิมพ์เดอะซันในวันอังคาร (3 มี.ค.) ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อังกฤษครั้งที่สองในรอบสองวันของเขาที่เขาวิจารณ์ผู้นำอังกฤษ
สตาร์เมอร์ กล่าวในคืนวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) ว่า อังกฤษจะอนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพทหารของตนเพื่อการโจมตีแบบป้องกันตนเอง หลังจากที่ฐานทัพเหล่านั้นไม่ได้ใช้ในการโจมตีอิหร่านครั้งแรก
ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอังกฤษในการทำสงครามในตะวันออกกลาง แต่เสริมว่า “มันจะไม่สำคัญอะไรหรอก แต่ (สตาร์เมอร์) น่าจะช่วย...เขาน่าจะช่วย” และว่า
“ผมหมายถึง ฝรั่งเศสเยี่ยมมาก ทุกประเทศเยี่ยมหมดเลย สหราชอาณาจักรแตกต่างจากประเทศอื่นๆ มาก”
ดาร์เรน โจนส์ รัฐมนตรีอาวุโสของอังกฤษ กล่าวกับไทม์ส เรดิโอ ตอบโต้คำพูดล่าสุดของทรัมป์ ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและสหราชอาณาจักรยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ประเทศได้เรียนรู้บทเรียนจากการมีส่วนร่วมในสงครามอิรักปี 2003 แล้ว
“หนึ่งในบทเรียนจากอิรักคือ การเข้าไปมีส่วนร่วมในสถานการณ์เหล่านี้จะดีกว่าหากคุณร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศ และอย่างที่ผมบอกไปแล้ว คือต้องมีพื้นฐานทางกฎหมายที่ชัดเจนในแผนการ” โจนส์กล่าว
สตาร์เมอร์ กล่าวในรัฐสภาเมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเราที่จะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการโจมตีครั้งแรก แต่เป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องพิจารณาว่าอะไรคือผลประโยชน์ของชาติอังกฤษ นั่นคือสิ่งที่ผมได้ทำ และผมยืนยันในสิ่งที่ผมทำ”





