เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เตือนพลเมืองทั้งหมด ออกจากประเทศในตะวันออกกลางกว่า 10 แห่งด่วน ชี้มีความเสี่ยงร้ายแรง
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องให้ชาวอเมริกันทั้งหมด เดินทางออกจากประเทศในตะวันออกกลาง มากกว่า 10 ประเทศในทันที รวมถึงซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ท่ามกลางการโจมตีอิหร่าน ของสหรัฐและอิสราเอลทวีความรุนแรงมากขึ้น
การแจ้งเตือนดังกล่าวประกาศในวันจันทร์ (2 ก.พ.) หลังจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอัปเดตคำแนะนำการเดินทางในหลายประเทศในภูมิภาค โดยคำแนะนำล่าสุดให้หลีกเลี่ยงการเดินทางในหลายประเทศ ได้แก่ บาห์เรน อียิปต์ อิหร่าน อิรัก เวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครองและกาซา จอร์แดน คูเวต เลบานอน โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ซีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ใน X โมรา นัมดาร์ ผู้ช่วยเลขานุการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการกงสุล ระบุว่า พลเมืองสหรัฐควร “เดินทางออกจากประเทศที่ระบุไว้โดยทันที” โดยใช้การขนส่งเชิงพาณิชย์ที่มีอยู่ “เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างร้ายแรง”
ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ สถานทูตสหรัฐในอัมมาน ประเทศจอร์แดน ประกาศว่า เจ้าหน้าที่ได้ออกจากสถานที่ทำการทางการทูตแล้ว “เนื่องจากมีภัยคุกคาม”
ด้านแพตตี คัลฮาน ผู้สื่อข่าวอัลจาซีรา รายงานจากกรุงวอชิงตัน ตั้งข้อสังเกตถึงลักษณะการประกาศที่ผิดปกติในโซเชียลมีเดียของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยบอกว่า การประกาศดังกล่าวไม่ใช่นโยบายอย่างเป็นทางการ แต่ก็อาจบ่งบอกว่าเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการ เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำโดยทั่วไป
คัลฮาน บอกว่า ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าประกาศดังกล่าวหมายความว่าอย่างไร และจะอพยพพลเรือนสหรัฐออกจากตะวันออกกลางทั้งหมดได้อย่างไร
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศในวันจันทร์ คาดว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อนาน 4-5 สัปดาห์ แต่ก็อาจนานกว่านั้นได้อีก





