ผลสำรวจรอยเตอร์/อิปซอส พบว่า ชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 5 ที่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่าน และชาวอเมริกัน 56% กังวลกองทัพเสียหาย
ผลสำรวจรอยเตอร์/อิปซอส พบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่านของสหรัฐที่ฉุดให้ตะวันออกกลางเข้าสู่ความปั่นป่วน ขณะที่ผู้คนราว 50% ร่วมถึงคน 1 ใน 4 ที่สนับสนุนรีพับลิกัน เชื่อว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวโน้มที่จะใช้กำลังทหารมากเกินไป
ผู้ตอบแบบสอบถาม 27% บอกว่า พวกเขาเห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่าน ที่ปฏิบัติการควบคู่ไปกับการโจมตีของอิสราเอล ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 43% ไม่ยอมรับ และ 29% ไม่แน่ใจ
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถาม 9 ใน 10 บอกว่าพวกเขาได้ยินเกี่ยวกับการโจมตีเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างกะทันหันในวันเสาร์ (28 ก.พ.) และสังหารผู้นำอิหร่าน
ผลสำรวจดังกล่าวที่สิ้นสุดการเก็บข้อมูลเมื่อวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) แสดงให้เห็นว่า ชาวอเมริกัน 56% คิดว่าทรัมป์ ผู้ที่สั่งการโจมตีในเวเนซุเอลา ซีเรีย และไนจีเรียในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาด้วยนั้น มีแนวโน้มที่จะใช้กำลังทหารมากเกินไปเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของสหรัฐ
ผู้สนับสนุนเดโมแครตส่วนใหญ่มากถึง 87% เห็นด้วยกับมุมมองดังกล่าวขณะที่ผู้สนับสนุนรีพับลิกันเห็นด้วย 23% และผู้ที่ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใด เห็นด้วย 60%
ทั้งนี้ การสำรวจความคิดเห็นนี้จัดขึ้นท่ามกลางการโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่องของสหรัฐและอิสราเอล และปิดผลสำรวจลงก่อนที่กองทัพสหรัฐจะประกาศความสูญเสียของทหารอเมริกันรายแรกในปฏิบัติการดังกล่าว
ความกังวลต่อกองทัพ
ผู้สนับสนุนรีพับลิกัน 55% บอกว่า พวกเขาเห็นด้วยกับการโจมตี และ 13% ไม่เห็นด้วย และผลสำรวจพบอีกว่า สมาชิกพรรครีพับลิกัน 42% บอกว่า พวกเขามีแนวโน้มน้อยที่จะสนับสนุนปฏิบัติการต่ออิหร่าน หากนำไปสู่การสังหารกองทัพของสหรัฐในตะวันออกกลางหรือทำให้กองทัพได้รับบาดเจ็บ
คะแนนความนิยมของทรัมป์ลดลงเล็กน้อย สู่ระดับ 39% ต่ำกว่าความนิยมที่รอยเตอร์/อิปซอสสำรวจช่วง 18 - 23 ก.พ. ราว 1%
การโจมตีอิหร่านเริ่มต้นขึ้นสามวันก่อนการเลือกตั้งขั้นต้นครั้งแรกของการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ซึ่งจะตัดสินว่าพรรครีพับลิกันของทรัมป์จะรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสต่อไปได้อีกสองปีหรือไม่ และผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสแสดงให้เห็นอย่างเสมอมาว่า สิ่งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกังวลมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้คือเศรษฐกิจ มากกว่ากิจการต่างประเทศ
ความกังวลเรื่องราคาพลังงาน
จากการสำรวจความคิดเห็น ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 45% ซึ่งรวมถึง ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน 34% และ ผู้มีสิทธิออกเสียงอิสระ 44% กล่าวว่า พวกเขามีแนวโน้มสนับสนุนปฏิบัติการต่อต้านอิหร่านน้อยลง หากราคาน้ำมันหรือก๊าซในสหรัฐสูงขึ้น
ตามที่ผู้ค้าน้ำมันกล่าวราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้น 10% สู่ระดับประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายนอกตลาดเมื่อวันอาทิตย์
ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาอาจพุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์เนื่องจากความขัดแย้งล่าสุด
ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอส พบด้วยว่า ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 50% รวมถึง 1 ใน 3 ของผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต กล่าวว่า พวกเขาอาจสนับสนุนการโจมตีอิหร่านมากขึ้น หากการโจมตีเหล่านั้นนำไปสู่การที่อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์
สหรัฐและอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีอิหร่านหลังจากที่การเจรจาในนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์สิ้นสุด แต่ล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน
วอชิงตันต้องการให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด เพราะเชื่อว่าเตหะรานต้องการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ แต่อิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้ต้องการผลิตระเบิดนิวเคลียร์ และกล่าวว่าต้องการแปรรูปยูเรเนียมเพื่อผลิตเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์





