ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณ สหรัฐโจมตีอิหร่านอาจนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก เมื่อรัฐบาลของเขาพยายามรับมือเสียงวิจารณ์สื่อสารเป้าหมายสงครามไม่ตรงกัน
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐแสดงความเห็นต่อสาธารณะครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหาร ในงานมอบเหรียญเกียรติยศที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.)
“เราคาดการณ์ไว้ตั้งแต่เริ่มต้นที่สี่ถึงห้าสัปดาห์ แต่เรามีความสามารถทำได้นานกว่านั้นมาก”
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐ “ทำได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก” โดยอ้างถึงการสังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่านในการโจมตีระลอกแรกเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.)
นี่เป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสหรัฐ แถลงเป้าหมายชัดเจน 4 ประการสำหรับปฏิบัติการ Epic Fury โดยระบุว่าเป็น “โอกาสสุดท้ายที่ดีที่สุด” ในการโจมตีศัตรูตัวฉกาจของวอชิงตันมานานหลายทศวรรษ
"ประการแรก เรากำลังทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านประการที่สอง เรากำลังทำลายกองทัพเรือของพวกเขาประการที่สาม เรากำลังทำให้แน่ใจว่าผู้สนับสนุนการก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลกจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้"
“สุดท้าย เรากำลังทำให้มั่นใจได้ว่าระบอบอิหร่านไม่สามารถติดอาวุธ สนับสนุนทางการเงิน และสั่งการกองทัพก่อการร้ายนอกพรมแดนของตนได้อีกต่อไป”
นับตั้งแต่เริ่มโจมตีเมื่อวันเสาร์ ทรัมป์แสดงความเห็นขัดแย้งกันหลายครั้ง
ในการให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กโพสต์เมื่อวันจันทร์ เขาไม่ตัดความเป็นไปได้ในการส่งทหารสหรัฐเข้าไปในอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 4 นายที่เสียชีวิตไปแล้วในขณะนี้ (ตัวเลขขณะให้สัมภาษณ์ ข่าวล่าสุดเสียชีวิต 6 นาย)
“ผมไม่มีอาการยิปเรื่องการส่งทหารลงพื้นที่” ทรัมป์กล่าว โดยใช้ศัพท์กอล์ฟที่หมายถึงความวิตกกังวล “ประธานาธิบดีทุกคนต่างพูดว่า ‘จะไม่มีการส่งทหารลงพื้นที่’ แต่ผมไม่พูดแบบนั้น”
ในวันเดียวกันนั้นเขาให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นด้วย ระบุถึงการยกระดับโจมตีอิหร่าน “คลื่นลูกใหญ่ยังไม่เกิด จะมาเร็วๆนี้”
นับตั้งแต่สหรัฐเริ่มโจมตี ประธานาธิบดีวัย 79 ปี จากพรรครีพับลิกันเลี่ยงการแถลงข่าวหรือแถลงกับประชาชนแตกต่างจากประธานาธิบดีคนอื่นๆ เมื่อออกงานก็ปิดปากสนิท เพิ่งมาแสดงความเห็นสั้นๆ ในงานมอบเหรียญเกียรติยศนี้
ความเห็นก่อนหน้านั้นมีเพียงโพสต์คลิปลงทรูธโซเชียลเมื่อวันเสาร์ประกาศการโจมตี ตามด้วยคลิปในวันอาทิตย์ (1 มี.ค.)
คนอื่นๆ ในรัฐบาลก็เงียบเช่นกัน จนกระทั่งพีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายพลแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารแถลงข่าวเมื่อเช้าวันจันทร์
การที่ทรัมป์แทบไม่พูดถึงเหตุผลและเป้าหมาย ได้จุดประกายเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกกลุ่ม Make America Great Again ของเขา ผู้เชื่อในคำหาเสียงของทรัมป์ว่าจะยุติสงครามต่างประเทศ
แต่ทำเนียบขาวก็พยายามปรับปรุงข้อความที่สื่อสารในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เมื่อวันจันทร์ นางสาวแคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบข่าวตอบเสียงวิจารณ์หนึ่งจาก MAGA ผ่านทางโซเชียลมีเดียว่า ทรัมป์กำหนด “วัตถุประสงค์ไว้ชัดเจน”
ในวันเดียวกันนายเฮกเซธก็ส่งสัญญาณไม่ตัดความเป็นไปได้ของการส่งทหารเข้าไปในอิหร่าน
ในการแถลงข่าว เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีการส่งทหารเข้าพื้นที่หรือยัง
“ยัง แต่เราจะไม่ลงรายละเอียดว่าจะทำอะไรหรือไม่ทำ”นายเฮกเซธตอบ
กระนั้น เขายืนกรานว่าจะไม่ลากสหรัฐเข้าไปติดหล่มยืดเยื้อเหมือนสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน
“นี่ไม่ใช่อิรัก ไม่ใช่สถานการณ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด” เฮกเซธ อดีตทหารผ่านศึกอิรักกล่าว
ส่วนสงครามจะยาวนานแค่ไหน รมว.กลาโหม ระบุ
“สี่สัปดาห์ สองสัปดาห์ หกสัปดาห์ อาจมากหรือน้อยกว่านั้น”
นักวิเคราะห์บางคนตั้งคำถามว่า สหรัฐอเมริกา แม้จะมีกองทัพที่ทรงพลังที่สุดในโลก จะมีกระสุนเพียงพอที่จะทำสงครามยืดเยื้อกับศัตรูใจเด็ดหรือไม่





