วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม 2569

Login
Login

‘อิหร่าน’ โจมตี ‘ฐานทัพสหรัฐ’ ในตะวันออกกลาง ปั่นป่วนทั่วภูมิภาค

‘อิหร่าน’ โจมตี ‘ฐานทัพสหรัฐ’ ในตะวันออกกลาง ปั่นป่วนทั่วภูมิภาค

‘อิหร่าน’ โจมตี ‘ฐานทัพสหรัฐ’ ในตะวันออกกลาง ปั่นป่วนทั่วภูมิภาค กาตาร์ บาห์เรน ยูเออี ซาอุดีฯ คูเวต โดนหมด พบชาวเอเชียเสียชีวิตแล้ว 1 รายในอาบูดาบี IRGC ลั่นเดินหน้ากำจัดศัตรูจน'พ่ายแพ้ราบคาบ'

เจ้าหน้าที่อิหร่านระดับอาวุโสเผยกับอัลจาซีราว่า พวกเขาบอกอิสราเอลให้เตรียมรับมือต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นและการตอบโต้จะเป็นไปอย่างเปิดเผย และไม่มีเส้นกั้นใดๆ

“ทรัพย์สินและผลประโยชน์ทั้งหมดของสหรัฐและอิสราเอลในตะวันออกกลางกลายเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมแล้ว ไม่มีเส้นกั้นใดๆ หลังจากการรุกรานครั้งนี้ และทุกอย่างเป็นไปได้ รวมถึงสถานการณ์ที่ไม่เคยพิจารณามาก่อน” เจ้าหน้าที่อาวุโสกล่าว

เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวบอกด้วยว่า

“สหรัฐและอิสราเอลเริ่มการรุกรานและเริ่มสงครามที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างและยาวนาน ไม่แปลกใจกับการรุกรานร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอล อิหร่านจะมีมาตรการตอบโต้ที่ซับซ้อนและไม่มีกำหนดเวลา”

พร้อมเสริมว่า การเรียกร้องให้อิหร่านแสดงความยับยั้งชั่งใจหรือยอมจำนนนั้น “ยอมรับไม่ได้และเป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ”

หลังจากนั้นก็มีรายงานว่าหลายประเทศในภูมิภาค ถูกอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธ

กาตาร์

กระทรวงกลาโหมกาตาร์รายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ พร้อมออกประกาศเตือนประชาชนให้อยู่ในบ้าน และให้ห่างจากฐานทัพทหาร

มีรายงานว่ามีเสียงระเบิดในกรุงโดฮา แต่กระทรวงฯ ยืนยันสามารสกัดขีปนาวุธได้ทั้งหมดก่อนถึงเขตแดนกาตาร์

กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์แถลงการณ์ว่า ประเทศมีสิทธิ์ตอบโต้ตามกฎหมายระหว่างประเทศ หลังจากถูกอิหร่านโจมตี

แถลงการณ์ระบุว่า กาตาร์ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีดินแดนกาตาร์ด้วยขีปนาวุธ ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของชาติอย่างโจ่งแจ้ง เป็นการโจมตีความมั่นคงโดยตรง และเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่ไม่สามารถยอมรับได้ ซึ่งคุกคามความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

มีรายงานว่าเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นในกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รวมถึงดูไบ

สื่อรัฐบาลท้องถิ่นรายงานว่า มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน ในอาบูดาบี หลังจากสกัดขีปนาวุธจากอิหร่านได้จำนวนมาก

กระทรวงกลาโหมยูเออียืนยันว่า ประเทศถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่าน และระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้ “จำนวนหนึ่ง” แต่สะเก็ดระเบิดที่ตกใส่พื้นที่ที่อยู่อาศัยในอาบูดาบี ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินพลเรือน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาวเอเชีย

กระทรวงฯ ประณามการโจมตีครั้งนี้อย่างรุนแรงถึงที่สุด และย้ำว่ารัฐไม่ยอมรับการโจมตีเป้าหมายพลเรือน สถานที่ และสถาบันของชาติอย่างเด็ดขาด และบอกว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการยกระดับความขัดแย้งที่อันตรายและเป็นการกระทำที่ขี้ขลาด ซึ่งคุกคามความมั่นคงและความปลอดภัยของพลเรือน และบ่อนทำลายเสถียรภาพ

แถลงการณ์ระบุ

“การโจมตีครั้งนี้เป็นการละเมิดอธิปไตยของชาติและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง และรัฐสงวนสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการตอบโต้การยกระดับความขัดแย้งนี้ และใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องดินแดนของตน” และเสริมว่า“รัฐพร้อมและเตรียมตัวอย่างเต็มที่ที่จะรับมือกับภัยคุกคาม”

บาห์เรน

มีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดในบาห์เรน ด้านกระทรวงมหาดไทยของบาห์เรน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และขอให้พลเรือนไปยังพื้นที่ปลอดภัยที่ใกล้ที่สุด

ทางการบาห์เรนยืนยัน กองบัญชาการกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ และว่าการโจมตีดังกล่าวพุ่งเป้าไปยังสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ “ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของราชอาณาจักรอย่างโจ่งแจ้ง”

กระทรวงมหาดไทยของบาห์เรนระบุว่า ได้เริ่มอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จูฟแฟร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสหรัฐแล้ว

นอกจากนี้ คูเวต ซาอุดีอาระเบีย และจอร์แดน์ก็มีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิด และสามารถสกัดขีปนาวุธไว้ได้

ตอนนี้กาตาร์ คูเวต และยูเออีได้สั่งปิดน่านฟ้าแล้ว

คูเตประณาม

กระทรวงการต่างประเทศคูเวตประณามการโจมตีในแผ่นดินของตน จากการกระทำของอิหร่าน ว่า “เป็นการละเมิดอย่างโจ่งแจ้ง” ต่อน่านฟ้าและกฎหมายระหว่างประเทศ

กระทรวงฯ กล่าวว่า คูเวตมีสิทธิ์ที่จะตอบโต้อย่าง “เหมาะสมกับขนาดและลักษณะของการโจมตีในครั้งนี้” และเตือนว่ากิจกรรมทางทหารที่เกิดขึ้นอีกจะบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาค

ขณะที่ฝ่ายอิหร่านยืนยัน โจมตีฐานทัพสำคัญหลายแห่งในหลายประเทศ ได้แก่

-ฐานทัพอากาศอัล-อูเดดในกาตาร์

-ฐานทัพอากาศอัล-ซาเลมในคูเวต

-ฐานทัพอากาศอัล-ดัฟราในยูเออี

-ฐานทัพที่ 5 ของสหรัฐในบาห์เรน

ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) อ้างเป้าหมายทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลในตะวันออกกลางทั้งหมด ถูกโจมตีโดย “ขีปนาวุธอันทรงพลังของอิหร่าน”

 แถลงการณ์จาก IRGC ระบุ 

“ปฏิบัติการนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนกว่าศัตรูจะพ่ายแพ้ราบคาบ” และว่า สินทรัพย์ทุกอย่างของสหรัฐทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ถือว่าเป็นเป้าหมายอันชอบธรรมสำหรับกองทัพอิหร่าน