วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

นักวิเคราะห์เตือน ‘สงครามปากีสถาน-อัฟกานิสถาน’ อาจกลายเป็น ‘วิกฤตการณ์ยืดเยื้อ’

นักวิเคราะห์เตือน ‘สงครามปากีสถาน-อัฟกานิสถาน’ อาจกลายเป็น ‘วิกฤตการณ์ยืดเยื้อ’

ความขัดแย้งระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถานทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากอิสลามาบัดเปิดฉากโจมตีทางอากาศในดินแดนของอัฟกานิสถาน เมื่อวันศุกร์ (27 ก.พ.) หลังเกิดความขัดแย้งมานานมาหลายปี

รอยเตอร์รายงานว่า 5 ปี ที่ผ่านมา “ปากีสถาน” ผู้ที่ถูกมองว่าเป็นผู้สนับสนุนตาลีบัน กำลังเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่ดุเดือดที่สุดกับกลุ่มอิสลามิสต์

หัวใจของความขัดแย้งระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถานคือ การกล่าวโทษตาลีบันว่า สนับสนุนกองกำลังติดอาวุธ รวมถึงกลุ่มเตห์ริก-อี ตาลีบัน ปากีสถาน (TTP) ที่ได้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงทั่วปากีสถาน

กลุ่มตาลีบันอัฟกานิสถาน ซึ่งเคยร่วมรบเคียงข้างกลุ่ม TTP มาก่อน ปฏิเสธคำกล่าวหา และยืนยันว่าสถานการณ์ความมั่นคงของปากีสถานเป็นปัญหาภายในประเทศของตนเอง

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ความขัดแย้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของทั้งสองฝ่าย เนื่องจากปากีสถานคาดหวังให้กลุ่มตาลีบันปฏิบัติตามคำร้องขอ หลังจากให้การสนับสนุนกลุ่มตาลีบันมานานหลายทศวรรษ ในขณะที่กลุ่มตาลีบันเองก็ไม่ได้มองว่าตนเองติดหนี้บุญคุณอิสลามาบัด

เจนนิเฟอร์ บริก มูร์ตาซาชวิลี นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก และผู้เชี่ยวชาญด้านอัฟกานิสถานกล่าว

“ทั้งสองฝ่ายไม่ได้พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นจริง ความเข้าใจผิดเชิงโครงสร้างนี้เป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่งทุกอย่างที่ตามมา”

รอยเตอร์ระบุ แม้ว่าความตึงเครียดจะคุกรุ่นมานานหลายเดือนตามแนวชายแดน 2,600 กิโลเมตร (1,615 ไมล์) หลังจากการปะทะกันเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่การสู้รบเมื่อวันศุกร์มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากปากีสถานใช้เครื่องบินรบโจมตีฐานที่มั่นทางทหารของกลุ่มตาลีบัน แทนที่จะจำกัดการโจมตีเฉพาะกลุ่มติดอาวุธที่ปากีสถานกล่าวหา

การโจมตีดังกล่าวยังได้มุ่งเป้าไปยังพื้นที่ที่อยู่ลึกเข้าไปในอัฟกานิสถาน ทั้งกรุงคาบูล และเมืองกันดาฮาร์ทางตอนใต้ ซึ่งเป็นที่อยู่ของฮิบาตุลลาห์ อัคฮุนซาดา ผู้นำสูงสุดของกลุ่มตาลีบันตามที่พลโทอาห์เหม็ด ชาริฟ เชาดรี โฆษกของกองทัพปากีสถานกล่าวไว้

อย่างไรก็ตาม การปะทะกันอาจไม่จบลงเพียงแค่นั้น

อับดุล บาซิต ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายและความรุนแรงสุดโต่ง จากสถาบันการศึกษานานาชาติ เอส. ราชารัตนัม ในสิงคโปร์ บอกว่า

“สิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่นี้คือสูตรสำเร็จของความไม่มั่นคง ซึ่งจะนำไปสู่ความรุนแรงและความตึงเครียดมากขึ้น และกลุ่มก่อการร้ายจะแข็งแกร่งขึ้นจากการได้ประโยชน์จากความปั่นป่วน”

กรณีที่เป็นฝันร้ายของปากีสถาน

กลุ่มนักรบที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน ซึ่งเคยเผชิญหน้ากับกองกำลังมหาอำนาจตะวันตกจำนวนมากในปี 2001 และสามารถยืนหยัดอยู่ได้ยาวนานกว่าพวกนั้น ยังมีทางเลือกที่จะพึ่งพากลุ่มก่อความไม่สงบ อย่าง TTP และกองทัพปลดปล่อยบาลูจิสถาน (Baloch Liberation Army - BLA) ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ลุกลามไปมากกว่าแค่การปะทะกันเล็ก ๆ ตามแนวชายแดน

อวินาช ปาลีวาล อาจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่ง SOAS มหาวิทยาลัยลอนดอน เตือนว่า

“กลุ่มตาลีบันอาจถอยออกจากจุดวิกฤตินี้ หรือไม่ก็อาจเดินหน้าสู้รบต่อในพื้นที่ชายแดน พร้อมเพิ่มการสนับสนุนให้กับ TTP, BLA และกลุ่มอื่น ๆ ให้ปฏิบัติการภายในปากีสถาน”

กลุ่ม BLA ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดบาลูจิสถาน จังหวัดที่ใหญ่ที่สุดและยากจนที่สุดของปากีสถาน ซึ่งมีพรมแดนติดกับทั้งอิหร่านและอัฟกานิสถาน เป็นศูนย์กลางของการก่อความไม่สงบมานานหลายทศวรรษ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ก่อเหตุประสานการโจมตีขนาดใหญ่

ปากีสถานกล่าวหาอินเดียมานานแล้วว่าให้การสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบกลุ่มดังกล่าว ซึ่งนิวเดลีปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังคงประจำการทหารอย่างแข็งแกร่งตามแนวชายแดนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

มาลีฮา โลดี อดีตนักการทูตปากีสถานกล่าว “สถานการณ์การเผชิญหน้าสองแนวรบ เป็นฝันร้ายสำหรับปากีสถานมานานแล้ว”

และว่า สำหรับปากีสถาน ความสัมพันธ์ที่แตกหักเป็นเวลานาน (กับอัฟกานิสถาน) ยิ่งทำให้ความท้าทายด้านความมั่นคงของประเทศทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงตามแนวชายแดนด้านตะวันออกที่ติดกับอินเดีย

แม้ว่าหลายประเทศที่มีอิทธิพล รวมถึงจีน รัสเซีย ตุรกี และกาตาร์ จะแสดงความพร้อมช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง แต่ความพยายามทั้งหมดเหล่านั้นก็ประสบความสำเร็จอย่างจำกัดจนถึงขณะนี้

อิบราฮีม บาฮิส นักวิเคราะห์อาวุโสจากกลุ่มวิเคราะห์วิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ (International Crisis Group) ซึ่งเชี่ยวชาญด้านอัฟกานิสถานกล่าวว่า ความท้าทายในตอนนี้คือ ความคาดหวังของทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างกันอย่างมาก

“เราจำเป็นต้องหาทางเชื่อมช่องว่างนั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อตกลงที่จับต้องได้ และยอมรับได้สำหรับทั้งสองฝ่าย”