ปากีสถานทิ้งระเบิดหลายเมืองใหญ่ของอัฟกานิสถาน รวมทั้งกรุงคาบูล รัฐมนตรีกลาโหมประกาศ “สงครามอย่างเปิดเผย” กับเพื่อนบ้าน
ปากีสถานทิ้งระเบิดพุ่งเป้ารัฐบาลตาลีบันในหลายเมืองใหญ่ของอัฟกานิสถานเมื่อคืนที่ผ่านมา รัฐมนตรีกลาโหมดปากีสถานเรียกความขัดแย้งนี้เป็นการทำ “สงครามอย่างเปิดเผย”
แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงของปากีสถานกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การโจมตีมีทั้งการใช้ขีปนาวุธยิงจากพื้นสู่อากาศถล่มสำนักงานและค่ายทหารของตาลีบันในกรุงคาบูล, กันดาฮาร์ และปักเตีย รวมถึงปะทะกันตามแนวพรมแดนในหลายจุด
“เราอดทนมามากพอแล้ว ตอนนี้เป็นการทำสงครามอย่างเปิดเผยระหว่างเรากับคุณ (อัฟกานิสถาน)” คาวาจา มูฮัมหมัด อาซีฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปากีสถานกล่าว
ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างคาบูลและอิสลามาบัดตึงเครียดมายาวนานปากีสถานกล่าวหาว่าอัฟกานิสถานให้ที่พักพิงแก่กลุ่มติดอาวุธที่ก่อเหตุโจมตีข้ามพรมแดน กลุ่มตาลีบันปฏิเสธข้อกล่าวหานี้และว่าความมั่นคงของปากีสถานเป็นปัญหาภายในประเทศ
การโจมตีฐานที่มั่นของรัฐบาลตาลีบันถือเป็นการยกระดับความรุนแรงครั้งใหญ่ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งยืดเยื้อตามแนวชายแดนยาว 2,600 กิโลเมตร
นายซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกตาลีบัน ยืนยันว่ากองกำลังปากีสถานได้โจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่ของกรุงคาบูล เมืองกันดาฮาร์ และจังหวัดปักเตีย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
กันดาฮาร์เป็นที่ตั้งกองบัญชาการของตาลีบัน และเป็นเมืองที่ผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุด ไฮบาตุลลาห์ อัคฮุนซาดา พำนักอยู่
คลิปวีดีโอจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปากีสถานเผยให้เห็นไฟสว่างวาบจากการปะทะกันบริเวณพรมแดนเมื่อคืนที่ผ่านมา เสียงปืนดังกึกก้อง ในคลิปหนึ่งซึ่งรอยเตอร์ตรวจสอบได้ว่าเป็นกรุงคาบูล เห็นกลุ่มควันหนาทึบลอยขึ้นมาจากสองจุด และเปลวเพลิงขนาดใหญ่จุดหนึ่งในเมืองหลวง
วีดีโออีกชิ้นเห็นไฟไหม้อาคารหลังหนึ่ง เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เป็นสำนักงานใหญ่ของตาลีบันใน จ.ปักเตีย
“การโจมตีตอบโต้ของปากีสถานต่อเป้าหมายในอัฟกานิสถานยังคงดำเนินต่อไป” นายโมชาราฟ ไซดีโฆษกรัฐบาลปากีสถานโพสต์ X อธิบายการกระทำของฝ่ายตนว่า เป็นการตอบโต้ “การโจมตีโดยปราศจากการยั่วยุของฝ่ายอัฟกานิสถาน”
ผู้เห็นเหตุการณ์ในกรุงคาบูลกล่าวกับรอยเตอร์ว่า ได้ยินเสียงรถพยาบาลดังหลายคันหลังได้ยินเสียงระเบิดและเสียงเครื่องบิน
นายไซดีกล่าวว่า นักรบตาลีบันชาวอัฟกันเสียชีวิต 133 คน บาดเจ็บกว่า 200 คน ฐานที่มั่นถูกทำลาย 27 แห่ง และถูกยึด 9 แห่ง
ขณะที่นายมาจูฮิด โฆษกตาลีบัน กล่าวว่า ทหารปากีสถานเสียชีวิต 55 นาย ยึดฐานที่มั่นได้ 19 แห่ง นักรบตาลีบันเสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บ 11 คน พลเรือนบาดเจ็บ 13 คน ใน จ.นันการ์ฮาร์
หากเทียบสมรรถนะของทั้งสองฝ่ายศักยภาพของปากีสถานเหนือกว่าอัฟกานิสถานมาก อย่างไรก็ตาม กลุ่มตาลีบันเชี่ยวชาญด้านสงครามกองโจร และได้รับการฝึกฝนอย่างหนักจากการต่อสู้กับกองกำลังที่นำโดยสหรัฐมานานหลายทศวรรษ ก่อนที่จะกลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี 2021
เมื่อเดือน ต.ค. ทั้งสองฝ่ายปะทะกันทหารเสียชีวิตหลายสิบนาย จนต้องมีการเจรจาที่ตุรกี กาตาร์ และซาอุดีอาระเบียเป็นคนกลางนำไปสู่การหยุดยิง
- จับตาเจรจาหยุดยิง
กระทรวงต่างประเทศซาอุดีอาระเบียเผยว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานและซาอุดีอาระเบียได้หารือกันเพื่อลดความตึงเครียด แต่ไม่ได้เผยรายละเอียดว่ รัฐบาลริยาดเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยให้หยุดยิงหรือไม่
ด้านรัสเซีย ประเทศเดียวที่ยอมรับรัฐบาลตาลีบันอย่างเป็นทางการ สื่อทางการรายงานอ้างแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศว่า รัสเซียเรียกร้องให้ยุติความเป็นปรปักษ์ และว่าถ้าสองฝ่ายร้องขอมาก็จะพิจารณาการพูดคุยไกล่เกลี่ย
ขณะนี้ ปากีสถานเฝ้าระวังความปลอดภัยในระดับสูง หลังเปิดการโจมตีทางอากาศเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่รัฐบาลอิสลามาบัดกล่าวว่า พุ่งเป้าค่ายกลุ่มตาลีบันปากีสถาน (ทีทีพี) และนักรบไอเอสทางภาคตะวันออกของอัฟกานิสถาน
รัฐบาลคาบูลและสหประชาชาติกล่าวว่าการโจมตีดังกล่าวทำให้พลเรือนเสียชีวิต 13 คน และย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้กลุ่มติดอาวุธปฏิบัติการจากดินแดนของตน กลุ่มตาลีบันก็เตือนเช่นกันว่าจะมีการตอบโต้ที่รุนแรง
รัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดปัญจาบในปากีสถานกล่าวว่าได้เฝ้าระวังการโจมตีจากกลุ่มติดอาวุธในวันศุกร์ และปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยหลายชุด โดยนำชาวอัฟกัน 90 คนไปยังศูนย์กักกันเพื่อรอการเนรเทศ
อัฟกานิสถานเตรียมตอบโต้
ฮามิด คาร์ไซ อดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน โพสต์ใน X ว่า ประเทศจะปกป้องมาตุภูมิอันเป็นที่รักด้วยความสามัคคีในทุกสถานการณ์ และจะตอบโต้การรุกรานด้วยความกล้าหาญท่ามกลางการโจมตีของปากีสถาน
“ปากีสถานไม่สามารถปลดปล่อยตัวเองจากความรุนแรง และการทิ้งระเบิดได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ตนเองสร้างขึ้น แต่ต้องเปลี่ยนนโยบายของตนเอง และเลือกเส้นทางความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ดี เคารพ และมีอารยธรรมกับอัฟกานิสถาน”
นักวิเคราะห์ไม่เซอร์ไพรส์
เอลิซาเบธ เธรลเคลด์ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียใต้ จากศูนย์วิจัยสติมสันในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า การปะทะกันครั้งล่าสุดนี้เป็นผลมาจากความตึงเครียดที่ “สะสม” มาหลายเดือนระหว่างปากีสถาน และอัฟกานิสถาน และไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ
“นี่มีความสำคัญในแง่ที่ว่ามันอาจแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์” เธรลเคลด์ กล่าว โดยสังเกตว่าปากีสถานโจมตีรุนแรง และใช้กำลังทางกายภาพมากขึ้น
“หลังจากนั้น เราก็ได้เห็นการโจมตีของผู้ก่อการร้ายสองครั้งภายในปากีสถาน ซึ่งค่อนข้างสำคัญ ดังนั้น ฉันจึงไม่แปลกใจที่หลังจากเหตุการณ์โจมตีเหล่านั้น ความตึงเครียดสะสมมากขึ้น และสิ่งต่างๆ ก็กลับมาเป็นเช่นนี้อีกครั้ง น่าเสียดาย” เธอกล่าว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





