วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ผู้แทนการค้าสหรัฐเผยบางประเทศจ่อโดนขึ้นภาษีไม่ต่ำกว่า 15%

ผู้แทนการค้าสหรัฐเผยบางประเทศจ่อโดนขึ้นภาษีไม่ต่ำกว่า 15%

ผู้แทนการค้าสหรัฐเผย บางประเทศจะโดนขึ้นภาษีไม่น้อยกว่า 15% จากของเดิมที่เพิ่งประกาศใหม่ 10% แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดหรือระบุชื่อคู่ค้าใดเป็นการเฉพาะ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวในรายการ “Mornings with Maria” ทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อซ์บิสสิเนสเมื่อวันพุธ (25 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่ตั้งใจขึ้นภาษีสินค้าจีนเหนือระดับปัจจุบัน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางไปจีนในไม่กี่สัปดาห์นี้

“ตอนนี้ เรามีภาษี 10% อาจขึ้นเป็น 15(%) กับบางประเทศ และอาจสูงกว่านั้นสำหรับประเทศอื่นๆ ผมคิดว่าจะเป็นไปตามชนิดของภาษีอย่างที่เราเคยเห็นมา” นายกรีเออร์กล่าว และเผยกับบลูมเบิร์กทีวีในเวลาต่อมาว่า  ทำเนียบขาวกำลังเตรียมการประกาษขึ้นภาษีชั่วคราวเป็น 15% “เมื่อเหมาะสม” ซึ่งจะช่วย “อำนวยความสะดวก” ให้กับประเทศที่มีข้อตกลงการค้าแล้ว แต่ไม่ได้เผยรายละเอียด

USTR กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลต้องการมั่นใจว่าการขึ้นภาษีเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายอันเหมาะสม

“ทุกครั้งที่เราเก็บภาษีก็จะมีกลุ่มผลประโยชน์ต่างชาติต้องการล้มล้างภาษีนั้น ดังนั้นจึงมีคนฟ้องร้องเรา”

  • ภาษีใหม่สอดคล้องเทรดดีล

นายกรีเออร์กล่าวกับฟ็อกซ์บิสสิเนสว่า รัฐบาลมีแผนใช้ภาษีใหม่แทนที่ภาษีฉุกเฉินที่ถูกศาลฎีกาคว่ำ เช่น การเก็บภาษีชั่วคราวในอัตรา 10% ตามมาตรา 122 กฎหมายการค้าปี 1976 ที่มีผลเมื่อวันอังคาร (24 ก.พ.) ซึ่งสอดคล้องกับข้อตกลงการค้าที่มีอยู่  หรือการสอบสวนทำการค้าไม่เป็นธรรมตามมาตรา 301 กฎหมายฉบับเดียวกันจะเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการนี้ พุ่งเป้าประเทศที่ผลผลิตอุตสาหกรรมล้นเกิน, บังคับใช้แรงงานในห่วงโซ่อุปทาน, เลือกปฏิบัติต่อบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐ หรืออุดหนุนข้าว อาหารทะเล และสินค้าอื่นๆ

นายกรีเออร์กล่าวว่า ตนและนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยกประเด็นเรื่องผลผลิตอุตสาหกรรมล้นเกินมาคุยกับทางการจีนบ่อยครั้งพร้อมเสริมว่าบริษัทจีนที่ขาดทุนยังคงได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการและผลิตต่อไปได้ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาล

“ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะแก้ปัญหาได้เต็มที่ และนั่นเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งว่าทำไมเราถึงจำเป็นต้องเก็บภาษีเวียดนาม จีน และประเทศอื่นๆ ที่มีปัญหานี้”

เมื่อถามว่ารัฐบาลตั้งใจเก็บภาษีสินค้าจีนรอบใหม่สูงลิบลิ่วซึ่งอาจทำลายการสงบศึกการค้าอันเปราะบางหรือไม่

“เราไม่ตั้งใจทำให้เลยเถิดไปกว่าอัตราที่มีอยู่ตอนนี้ เราตั้งใจยึดมั่นกับดีลที่เราทำกับพวกเขาจริงๆ” นายกรีเออร์กล่าวและว่าการสอบสวนตามมาตรา 301 สามารถเป็นกลไกเสริมสำหรับข้อตกลงการค้าที่รัฐบาลทำไปช่วงไม่กี่เดือนที่ไม่มา เช่น ข้อตกลงกับอินโดนีเซีย ซึ่งเห็นชอบให้สหรัฐเก็บภาษี 19% และเปิดตลาดให้กับสินค้าสหรัฐ

USTR จะเปิดการสอบสวนตามมาตรา 301 เกี่ยวกับแนวทางการค้าของอินโดนีเซีย เพื่อวิเคราะห์กำลังการผลิตทางอุตสาหกรรมและการอุดหนุนด้านการประมงผลการสอบสวนจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับมาตรการที่อินโดนีเซียกำลังดำเนินการเพื่อแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐและพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว

"จากนั้นเราจึงตัดสินใจว่าจะเก็บภาษีแบบไหนเราคาดหวังว่าข้อตกลงทางการค้าของเราจะยังคงสอดคล้องกับแนวทางที่เราใช้อยู่แล้ว”

นายกรีเออร์กล่าวกับฟ็อกซ์บิสสิเนสด้วยว่า กฎหมายที่เก่าแก่เกือบร้อยปี อย่างมาตรา 338 กฎหมายภาษี 1930 “ยังเป็นกฎหมายที่ดี” และอาจมีประโยชน์ในสถานการณ์ที่มีประเทศเลือกปฏิบัติทางการค้ากับสหรัฐมากกว่าประเทศอื่น มาตรานี้เปิดช่องให้เก็บภาษีนำเข้าจากบางประเทศได้มากถึง 50%

แต่เบื้องต้นจะเน้นไปการสอบสวนประเทศตามมาตรา 301 และการสอบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติตามมาตรา 232 ก่อน ซึ่งเก็บภาษีได้ “ยั่งยืนมาก”

“พวกมันผ่านการตรวจสอบทางกฎหมายมาแล้วในอดีต และตอนนี้ก็จะผ่านเช่นกัน” นายกรีเออร์กล่าวทิ้งท้าย