วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

รู้จัก 'นักปั่นจักรยานหญิงชาวอิหร่าน' ทูตส่งสาร ‘สันติภาพ’ ทั่วเอเชีย | World Pulse

รู้จัก 'นักปั่นจักรยานหญิงชาวอิหร่าน' ทูตส่งสาร ‘สันติภาพ’ ทั่วเอเชีย | World Pulse

รู้จัก "อเรซู เอสกันดารี" นักปั่นจักรยานหญิงชาวอิหร่านและทูตการท่องเที่ยว กับภารกิจพิชิต 18,000 กม. ภายใน 1 ปี พร้อมส่งสาร ‘สันติภาพ’ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอิหร่านกับหลายประเทศทั่วเอเชีย

การปั่นจักรยานทางไกล โดยเฉพาะการปั่นจักรยานข้ามประเทศ ไม่ใช่แค่กีฬาเพื่อสุขภาพหรืองานอดิเรกทั่วไป แต่เป็นได้มากกว่านั้น เมื่ออเรซู เอสกันดารี นักปั่นจักรยานหญิงอิหร่านและทูตการท่องเที่ยวระหว่างประเทศเลือกกิจกรรมนี้เพื่อส่งสารสันติภาพ พร้อมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างอิหร่านกับหลายประเทศทั่วเอเชีย

เอสกันดารีเริ่มโปกเจกต์ปั่นจักรยาน 18,000 กม. ทั่วเอเชียเมื่อประมาณสามเดือนที่ผ่านมา เธอเริ่มต้นทริปจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ไปยังเวียดนาม และลาวด้วยระยะทางกว่า 3,700 กม. ก่อนมาถึงประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ก่อน 

รู้จัก 'นักปั่นจักรยานหญิงชาวอิหร่าน' ทูตส่งสาร ‘สันติภาพ’ ทั่วเอเชีย | World Pulse
อเรซู เอสกันดารี (ซ้าย) มะฮ์ดี ซาเรอ์ (ขวา)

มะฮ์ดี ซาเรอ์ ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรมประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน กล่าวว่า ที่ผ่านมาอิหร่านแสดงออกถึงสันติภาพกับชาวโลกเสมอ ผ่านกิจกรรมหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ยังคงสื่อสารออกมาในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการเดินทางของเอสกันดารีในครั้งนี้ ที่ปรึกษายังได้กล่าวขอบคุณประเทศไทยที่อำนวยความสะดวกให้การเดินทางเผยแพร่สารแห่งสันติภาพของทูตการท่องเที่ยวหญิงคนนี้เป็นไปอย่างราบรื่น

เอสกันดารีเป็นนักปีนเขาและนักปั่นจักรยานหญิงจากเมืองอิสฟาฮาน จบการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรมนุษยศาสตร์ เธอเริ่มปั่นจักรยานเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ล่าสุดทำสถิติปั่นจักรยานทั่วอิหร่าน รวมระยะทางกว่า 8,400 กม. โดยใช้เวลาแค่ 5 เดือน สำหรับโปรเจกต์ใหม่นี้ เธอตั้งเป้าบรรลุเป้าหมาย 18,000 กม. ทั่วเอเชียให้ได้ภายใน 1 ปี

"การเดินทางในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปั่นจักรยาน แต่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างประชาชนกับประชาชน และวัฒนธรรมกับวัฒนธรรม และการปั่นจักรยานในลักษณะนี้ มีระยะเวลาในการเดินทางที่ยาวนาน แต่เป็นเรื่องดีที่ทำให้ได้พบผู้คนท้องถิ่นระหว่างทาง ได้พูดคุยทำความรู้จัก และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน" เอสกันดารีกล่าว

เธอเล่าว่า นอกจากสงสารสันติภาพ ยังได้แนะนำเมืองอิสฟาฮานให้ผู้คนได้รู้จัก โดยบอกว่า อิสฟาฮานเป็นเมืองที่ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี มีมัสยิดคะบูด หรือ มัสยิดสีฟ้า (BlueMosque) ที่มีชื่อเสียง และมีสะพานสวยงามที่เป็นมรดกโลกหลายแห่ง เธอยังได้เชิญชวนผู้คนไปเที่ยวที่อิสฟาฮาน และสัมผัสการต้อนรับอย่างมีมิตรไมตรีจิตจากชาวอิหร่าน

รู้จัก 'นักปั่นจักรยานหญิงชาวอิหร่าน' ทูตส่งสาร ‘สันติภาพ’ ทั่วเอเชีย | World Pulse

ความอบอุ่นจากชาวไทย

เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างประเทศไทยและประเทศอื่นที่เธอเดินทางผ่านมา เอสกันดารีไม่สามารถตอบได้ว่าใครดีกว่ากัน เพียงแต่บอกว่า เมื่อมาถึงประเทศไทย เธอได้รับความอบอุ่น และพลังงานดีๆ จากประชาชนในทุกที่ที่ไป มีประชาชนต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา และคนไทยเป็นมิตรกับทุกคน

ตอนเธอเข้ามายังชายแดนจังหวัดอุดรธานี เธอได้พบหญิงสูงอายุคนหนึ่ง ชวนเธอนอนพักที่บ้านแทนกางเตนท์นอน ครอบครัวของหญิงคนนั้นเลี้ยงอาหารต้อนรับเธอ แม้จำไม่ได้ว่ามีเมนูอะไรบ้าง แต่เธอจำได้ว่ามีข้าวเหนียวเมื่อได้พักผ่อนเต็มที่ และเตรียมตัวเดินทางในวันต่อไปครอบครัวของหญิงคนนั้นได้เตรียมกับข้าวให้เธอรับประทานระหว่างทางด้วย

“เป็นความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนเป็นสิ่งที่ดีงามมากๆ ที่พบเจอในการเดินทางที่ประเทศไทย” นักปั่นจักรยานหญิงกล่าว และเสริมว่า เธอรู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นแค่แขกผ่านไปผ่านมา แต่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวคนไทย ซึ่งยังไม่เจอในประเทศอื่นๆ ที่ผ่านมา

เมื่อถามความคิดเห็นว่าเธอมองความสัมพันธ์ไทยและอิหร่านอย่างไรจากทริปปั่นจักรยานในครั้งนี้ เธอบอกว่า การปั่นจักรยานทำให้ได้พบเจอผู้คนมากมาย และได้รับรู้ว่าไทย-อิหร่าน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นักท่องเที่ยวของสองประเทศไปมาหาสู่กันจำนวนมาก

รู้จัก 'นักปั่นจักรยานหญิงชาวอิหร่าน' ทูตส่งสาร ‘สันติภาพ’ ทั่วเอเชีย | World Pulse

ปั่นจักรยานทางไกลไม่ง่าย

เอสกันดารีกล่าวว่า การปั่นจักรยานทางไกลมีความยากลำบาก เธอต้องแบกสัมภาระหนักประมาณ 60 กิโลกรัม ต้องเตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาล และเรียนรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เตรียมของใช้ส่วนตัว เช่น เต็นท์ เสื้อกันลม กันแดด และกันหนาว อุปกรณ์ครัวสำหรับทำอาหารรับประทานเอง รวมถึงอุปกรณ์ซ่อมจักรยาน และเพราะเธอเป็นผู้หญิง นอกจากเตรียมตัวทางร่างกาย เธอยังต้องเตรียมความพร้อมด้านจิตใจให้เข้มแข็ง ต้องพิจารณาอยู่ตลอดเวลาว่า เส้นทางใดควรไป ไม่ควรไป และต้องเตรียมรับมือกรณีเจอคนไม่น่าไว้ใจ แต่จากประสบการณ์ที่มี ช่วยให้เธอมีความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจได้พอสมควร

ในการเดินทาง 1 ชั่วโมง เอสกันดารีสามารถปั่นจักรยานได้ระยะทางประมาณ 100 กม. หรือ บางวันก็ปั่นตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ระยะทางแต่ละวันไม่เหมือนกัน เธอเน้นเดินทางด้วยความไม่รีบ เพราะจะได้มีเวลาพบปะผู้คน แลกเปลี่ยนประสบการณ์และวัฒนธรรม สิ่งนี้คือสิ่งสำคัญสำหรับเธอ

คติประจำใจในการปั่นจักรยานของเธอคือ การใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ใช้ชีวิตในทุกๆ วินาทีอย่างมีความหมายอย่างเต็มที่ที่สุด และไม่ยึดติดกับสิ่งที่ผ่านมาในอดีต 

สำหรับอุปกรณ์ช่วยเดินทางในประเทศต่าง ๆ เธอเลือกใช้ตัวช่วยที่หลากหลาย ทั้งแผนที่ฉบับสมบูรณ์ของประเทศนั้นๆ 1 ฉบับ ควบคู่ไปกับการเสิร์ชเส้นทางจากอินเทอร์เน็ต สอบถามผู้มีประสบการณ์ เช่น นักปั่นจักรยานที่เคยทำโปรเจกต์นี้มาก่อน หรือเคยปั่นจักรยานในประเทศนั้นๆ มาก่อน ใช้แอปพลิเคชันตรวจเช็กสภาพอากาศและเส้นทางสำหรับการปั่นจักรยาน ตลอดจนศึกษากฎระเบียบและข้อบังคับในประเทศต่างๆ

เอสกันดารีบอกว่า Google Map ค่อนข้างแนะนำทางที่อันตราย แอปนี้เหมาะสำหรับคนขับรถยนต์มากกว่า เพราะจักรยานต้องเดินทางในเส้นทางย่อย หรือเส้นทางชนบทที่ไม่ใช่ถนนสายหลัก 

แม้การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่แรงผลักดันที่ทำให้เธอตัดสินใจเดินทางครั้งนี้ คือความมุ่งมั่นในการทำสถิติ เพื่อแสดงให้เห็นว่า “สตรีคนหนึ่งก็สามารถเดินทางไปได้รอบโลกด้วยการปั่นจักรยาน" พร้อมเผยแพร่สันติภาพและวัฒนธรรมของอิหร่านด้วย

ขณะที่รายงานนี้เผยแพร่ เธออยู่ระหว่างทางไปภาคใต้ประเทศไทย เพื่อข้ามไปยังมาเลเซีย และต่อไปยังอินโดนีเซีย ก่อนจะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปอินเดีย เนปาล ประเทศในเอเชียกลาง ผ่านอัฟกานิสถาน และตุรกี และสิ้นสุดโปรเจกต์ที่อิหร่าน

เอสกันดารีบอกว่า เธอไม่ใช่นักปั่นจักรยานหญิงคนแรกของอิหร่านที่ออกทริปต่างประเทศ แต่เธออยากเป็นนักปั่นจักรยานหญิงคนแรกที่เดินทางทั่วทวีปเอเชีย โดยใช้เวลาสั้นที่สุดภายใน 1 ปี และหากโปรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จแล้ว เธอจะเริ่มทริปใหม่จากเมืองอิสฟาฮานในอิหร่านไปยังทวีปยุโรป

อย่างไรก็ดี แม้การเดินทางข้ามประเทศไม่ง่าย แต่ในฐานะที่เธอเป็นทูตท่องเที่ยวเธอได้รับการสนับสนุนส่วนหนึ่งจากรัฐบาลอิหร่าน เช่น วีซ่า และที่พักอาศัย และยังได้รับการสนับสนุนในต่างประเทศ ทั้งจากสถานทูตอิหร่านในประเทศนั้นๆ และผู้คนในท้องถิ่น 

รู้จัก 'นักปั่นจักรยานหญิงชาวอิหร่าน' ทูตส่งสาร ‘สันติภาพ’ ทั่วเอเชีย | World Pulse

อย่ากลัวที่จะเริ่ม

เอสกันดารีบอกว่า การปั่นจักรยานทางไกลเหนื่อยมาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย บวกกับประสบการณ์ในการจัดการความคิดไม่ดี ทำให้เธอผ่านพ้นความเหนื่อยและท้อไปได้ ที่สำคัญต้องไม่แพ้ใจตัวเองและทำให้ดีที่สุด

สำหรับผู้หญิงหรือคนที่อยากเริ่มต้นปั่นจักรยานทางไกลหรือข้ามประเทศ เธอแนะนำว่าต้องเป็นคนที่มีใจรักจริงๆ และขึ้นอยู่กับความรักความชอบของแต่ละบุคคล

"การปั่นจักรยานระยะทางไกลมีความยากลำบากระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่จะส่งผลให้เราทำหรือไม่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อยู่ที่ความคิดหรือความกลัวของเราเอง และสิ่งที่ยากที่สุดคือ การเริ่มต้นที่จะทำ แต่อย่ากลัวที่จะเริ่มทำมัน"

หลังนั่งสัมภาษณ์มาร่วมครึ่งชั่วโมง World Pulse ยังคงสงสัย ทำไมนักปั่นจักรยานที่ตากแดดตากลมอย่างเอสกันดารี ยังคงสวยไม่สะท้านสภาพอากาศ เอสกันดารีหัวเราะและตอบว่า เธอไม่มีเคล็ดลับความสวยอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงผ้าคลุมหน้าและเสื้อคลุมกันแดด และใช้ครีมกันแดดยี่ห้อดีๆ

ด้านที่ปรึกษาอุปทูตยิ้มกว้าง และกล่าวเสริมว่า 

"สิ่งสำคัญที่สุดคือ เธอเป็นสาวอิหร่านครับ" 

สำหรับใครที่อยากติดตามการเดินทางครั้งนี้และประสบการณ์เดินทางที่ผ่านมาของเธอ เธอได้บันทึกเรื่องราวและเผยแพร่ภาพความประทับใจไว้ในเว็บไซต์ safarpluss.ir ซึ่ง World Pulse ขอส่งกำลังใจให้เธอเดินทางอย่างปลอดภัยในทุกเส้นทางหลังจากนี้