ทรัมป์ตอบโต้รายงานข่าวที่ระบุว่า นายพลรายหนึ่งเตือนเขาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หากสหรัฐเลือกโจมตีอิหร่าน ชี้เป็นข่าวปลอม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โจมตีรายงานข่าวที่ระบุว่า พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม เตือนเขาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีอิหร่าน รวมถึงการเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและความเป็นไปได้ที่ฝ่ายสหรัฐต้องสูญเสียกำลังพล
สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานวันอังคาร (24 ก.พ.) ว่า ทรัมป์ได้ตอบกลับรายงานในโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ (23 ก.พ.) โดยแย้งว่า พลเอกเคนเชื่อว่า “การทำสงครามกับอิหร่าน” ตามที่ประธานาธิบดีขู่ว่าจะโจมตีทางทหารถ้าอิหร่านไม่ยอมรับข้อเรียกร้อง “จะสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย”
สหรัฐอาจต้องสูญเสียกำลังพล
ก่อนหน้านั้น หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า เคนได้แจ้งทรัมป์ในระหว่างประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า การขาดอาวุธสำคัญและการขาดแรงสนับสนุนจากพันธมิตรในภูมิภาคอาจเป็นอุปสรรค์ต่อความพยายามของสหรัฐในการควบคุมการตอบโต้ของอิหร่านที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่สหรัฐโจมตีอิหร่าน
อัลจาซีราระบุ คลังแสงอาวุธยุทโธปกรณ์ของสหรัฐ รวมถึงอาวุธที่ใช้ในระบบป้องกันขีปนาวุธถูกนำไปใช้จนเหลือน้อยลง เนื่องจากนำไปช่วยสนับสนุนพันธมิตรอื่นแล้ว เช่น อิสราเอลและยูเครน
รายงานของวอชิงตันอ้างอิงแหล่งข่าวระบุ
“เคนได้หยิบยกความกังวลเกี่ยวกับขนาดของปฏิบัติการต่ออิหร่านขึ้นมา โดยบอกว่ามีความซับซ้อน และมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะต้องสูญเสียกำลังพล”
ด้านหน่วยงานของเคนตอบกลับบทความของวอชิงตันโพสต์ว่า เขามีหน้าที่นำเสนอทางเลือกทางทหาร รวมถึงการพิจารณาทางเลือกรอง ผลกระทบและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ให้กับผู้นำพลเรือนที่มีหน้าที่ตัดสินใจด้านความมั่นคงของอเมริกา
สำนักข่าวออนไลน์ Axios ที่รายงานความกังวลของเคนในการหารือกับทรัมป์เช่นกัน โดยระบุในบทความช่วงเย็นวันจันทร์ว่า เคนเป็นเจ้าหน้าที่ทหารเพียงคนเดียวที่รายงานสถานการณ์เกี่ยวกับอิหร่านให้ทรัมป์มาหลายสัปดาห์
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าพลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐ( CENTCOM) ที่มีหน้าที่กำกับดูแลปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในตะวันออกกลาง ไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุม หรือหารือกับทรัมป์ตั้งแต่เดือน ม.ค.
สำนักข่าว Axios อ้างอิงแหล่งข่าวสองราย รายงานว่า ขณะที่เคน “ทุ่มเทอย่างเต็มที่ให้กับปฏิบัติการลักพาตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรในเวเนซุเอลาเมื่อเดือนมกราคม” แต่ “เขากลับระมัดระวังมากขึ้นในการหารือเกี่ยวกับอิหร่าน”
แหล่งข่าวรายหนึ่งที่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐ บอกว่า เคนเหมือนรับบทเป็น “นักรบที่ไม่เต็มใจ” ทำสงครามกับอิหร่าน เคนมองว่า ปฏิบัติการครั้งใหญ่ในอิหร่านมีความเสี่ยงสูงกว่าและมีโอกาสเกิดความปั่นป่วนและทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิตมากกว่า
ทรัมป์โต้ “ข่าวปลอม”
ทรัมป์ตอบโต้ในโซเชียลมีเดียของตนเองต่อสื่อที่เขาเรียกว่าเป็น “สื่อข่าวปลอม” และอ้างว่า “พลเอกเคนคัดค้านสหรัฐทำสงครามกับอิหร่าน” โดยระบุว่า
“เขาไม่ได้พูดถึงการไม่โจมตีอิหร่าน หรือการโจมตีแบบจำกัดวงปลอมๆ ตามที่ผมได้อ่านมา เขารู้อย่างเดียวคือวิธีการเอาชนะ และหากเขาได้รับคำสั่งให้ทำเช่นนั้น เขาจะเป็นผู้นำ(ปฏิบัติการ)”
ทรัมป์ระบุด้วยว่า ทุกอย่างที่รายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามกับอิหร่าน เขียนขึ้นมาอย่างไม่ถูกต้อง และมีจุดประสงค์บางอย่าง
ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และระดมกำลังพลจำนวนมากเข้าไปในตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติสงครามที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดความปั่นป่วนและความขัดแย้งทั่วภูมิภาค
อัลจาซีราระบุว่า อิหร่านแทบไม่มีสัญญาณที่บ่งบอกว่าเป็นภัยคุกคามอย่างชัดเจนต่อสหรัฐ และการโจมตีโดยไม่มีการยั่วยุอาจเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
อิหร่านแสดงความหวังว่าการเจรจาจะประสบผลสำเร็จ แต่ได้ปฏิเสธสิ่งที่อิหร่านบอกว่าเป็นข้อเรียกร้องที่มากเกินไปของสหรัฐในประเด็นต่างๆ เช่น การเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค
ขณะที่นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อเรียกร้องหลายอย่างของวอชิงตันต่อเตหะรานสอดคล้องกับลำดับความสำคัญของอิสราเอล





