ขยะเริ่มพอกพูนทุกหัวระแหงในกรุงฮาวานาของคิวบา ผลจากสหรัฐห้ามน้ำมันเข้าประเทศ เป็นเหตุให้ไม่มีรถเก็บขยะจนส่งกลิ่นเน่าเหม็น แมลงวันตอมหึ่ง
สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างรายงานข่าวจากคิวบาดีเบต สื่อของทางการคิวบาว่า เดือนนี้กรุงฮาวานามีรถขนขยะเพียง 44 คันเท่านั้นที่ทำงานได้จาก 106 คัน เนื่องจากไม่มีน้ำมันทำให้การเก็บขยะล่าช้า ถือเป็นผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดจากการที่สหรัฐห้ามส่งน้ำมันเข้าคิวบา
ภาพที่เห็นคือกล่องกระดาษ ถุงใช้แล้ว ขวดพลาสติก และเศษผ้ากองพะเนินอยู่ตามมุมถนนทั่วเมืองหลวงติดชายทะเล ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนกำลังคัดแยกขยะเพื่อหาเศษวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์ คนเดินเท้า และนักปั่นจักรยานต่างต้องเลี่ยงกองขยะขนาดมหึมาเหล่านี้
“เป็นอย่างนี้ทั้งเมือง รถขยะมาครั้งสุดท้ายเมื่อสิบกว่าวันก่อน” โฮเซ รามอน ครูซ ชาวกรุงฮาวานากล่าว
ส่วนเมืองอื่นๆ ชาวบ้านต่างโพสต์โซเชียลมีเดียเตือนถึงความเสี่ยงด้านสาธารณสุขที่อาจเกิดขึ้นในคิวบา ประเทศเกาะที่มีประชากรราว 11 ล้านคน
รัฐบาลคอมมิวนิสต์ของคิวบาต้องใช้มาตรการปันส่วนเพื่อให้บริการที่จำเป็นดำเนินการต่อไปได้ หลังจากประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร พลังงาน และยาอย่างรุนแรงไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในรอบสองเดือนที่ผ่านมาอุปทานน้ำมันของประเทศลดลงอย่างหนัก
ทั้งนี้ เวเนซุเอลาที่เคยเป็นผู้จัดหาน้ำมันรายใหญ่สุดให้คิวบา หยุดส่งน้ำมันให้ตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค. รัฐบาลเม็กซิโกก็หยุดส่งให้ด้วย หลังวอชิงตันขู่เก็บภาษีประเทศที่ส่งน้ำมันให้คิวบา
สัปดาห์ก่อนหนังสือพิมพ์รัสเซียฉบับหนึ่งรายงานว่า รัสเซียกำลังเตรียมการส่งน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงไปให้คิวบาเร็วๆ นี้ แต่รายงานข่าวไม่ได้ระบุรายละเอียด
สหรัฐนั้นไม่ซื้อไม่ขายน้ำมันกับคิวบามาตั้งแต่ปี 1960 แต่เมื่อไม่กี่เดือนก่อนรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้ท่าทีแข็งกร้าวกว่าเดิม ห้ามเรือบรรทุกน้ำมันเข้าคิวบาและขู่เก็บภาษีซัพพลายเออร์ โดยให้เห็นผลว่า มาตรการนี้จะเพิ่มแรงกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในคิวบา
สหประชาชาติลงมติมานานแล้วให้สหรัฐยุติการคว่ำบาตรผู้นำจากเม็กซิโกและเวเนซุเอลากล่าวว่าการปิดกั้นเชื้อเพลิงอาจส่งผลกระทบด้านมนุษยธรรมอย่างรุนแรง
โฆษกนายแอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ (16 ก.พ.) ว่า เลขาฯ กังวลกับสถานการณ์เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ยูเอ็นกำลังร่วมมือกับรัฐบาลคิวบาให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
“เลขาธิการอยากเห็นทุกฝ่ายเจรจาและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศอีกครั้ง” โฆษกระบุ





