ตรวจแผนพัฒนาอาวุธเกาหลีเหนือฉบับปี 2021 ‘ล่ม’ หรือ ‘รอด’ ก่อนประชุมสมัชชาใหญ่เดือนนี้ นักวิเคราะห์คาด อาจต้องรีเซ็ตยกแผง
เกาหลีเหนือเตรียมเปิดเผย "เป้าหมายพัฒนาอาวุธใหม่" ในการประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งที่ 9 ในเดือนนี้ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า เปียงยางยังพัฒนาด้านขีดความสามารถอาวุธได้ไม่เต็มที่ตามที่คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือวางแผนไว้ในการประชุมเมื่อปี 2021
แม้อาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธนำวิถียังคงเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ที่คิมวางไว้ แต่นักวิเคาระห์มองว่า การพัฒนาระบบอาวุธดั้งเดิมของคิมยังมีทั้งอาวุธที่ประสบความสำเร็จและไม่สำเร็จ ซึ่งอาวุธเหล่านี้สามารถยกระดับขีดความสามารถของเกาหลีเหนือในการค้นหาเป้าหมาย ประสานงานกับกองทัพ และสร้างแรงกดดันต่อฝ่ายตรงข้ามได้โดยไม่ต้องพึ่งการใช้อาวุธนิวเคลียร์ อาวุธดั้งเดิมเหล่านั้น ได้แก่ โดรน เรือดำน้ำ และระบบเฝ้าระวังทางอวกาศ
ในรายงานที่แถลงต่อการประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งที่ 8 คิมได้เรียกร้องให้พัฒนาระบบต่างๆ มากมาย ทั้งอาวุธความเร็วเหนือเสียง ขีปนาวุธข้ามทวีปเชื้อเพลิงแข็ง และดาวเทียมและโดรนลาดตระเวนทางทหาร
รายงานเต็มยังได้อ้างถึง การออกแบบเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ใหม่ว่าอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบขั้นสุดท้าย และบอกว่า การทำงานได้เสร็จสิ้นแล้วในส่วนของอุปกรณ์โจมตีไร้คนขับ ระบบลาดตระเวนและตรวจจับ และดาวเทียมลาดตระเวนทางทหาร รวมถึงอาวุธอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
ทว่ายังคงเกิดคำถามว่า “เกาหลีเหนือสามารถทำตามเป้าหมายเหล่านั้นได้จริงหรือไม่” รอยเตอร์จึงรวบรวมวิเคราะห์ และตรวจแผนงานของคิมไว้ดังนี้
“โดรนเกาหลีเหนือ" กำลังเป็นภัยคุกคามร้ายแรง?
สื่อทางการรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2021 คิมได้ติดตาม ตรวจสอบและควบคุมการทดสอบโดรนลาดตระเวน พร้อมเรียกร้องให้ความสำคัญกับระบบไร้คนขับและปัญญาประดิษฐ์ในสงครามยุคใหม่
การวิเคราะห์ของ 38 North ในเดือนก.ย. ปีก่อน ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองของสหรัฐ ระบุว่า เกาหลีเหนือกำลังขยายโครงการโดรนและขีดความสามารถในการผลิต
ขณะที่รายงานเมื่อเดือน ก.ย. ของสถาบันยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองของหน่วยข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ ที่อ้างอิงเจ้าหน้าที่ยูเครนก็ชี้ว่า รัสเซียได้ตั้งโรงงานผลิตโดรนรัสเซียในเกาหลีเหนือ
รายงานระบุ
“หากนี้คือเรื่องจริง ความร่วมมือโดรนระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือเป็นมากกว่าการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีทั่วไป และมีนัยสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างมากต่อสภาพแวดล้อมความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี และเอเชียตะวันอกเฉียงเหนือ” และย้ำว่าเป็น “ภัยคุกคามอย่างร้ายแรง” ต่อระบบความมั่นคงของเกาหลีใต้
‘ปืนใหญ่’ เสาหลักยุทธวิธีโจมตีแบบดั้งเดิม
คิมได้เน้นย้ำขีดความสามารถในการโจมตีแบบดั้งเดิมว่าเป็นเสาหลักสำคัญ โดยที่ผ่านมาคิมได้ทดสอบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องขนาดใหญ่มากอยู่หลายครั้ง และได้สั่งเพิ่มการผลิตเครื่องยิงจรวดช่วงปลายปี 2025 ซึ่งสื่อของทางการอย่าง KCNA บอกว่า อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นกำลังสำคัญของปืนใหญ่พิสัยไกลรุ่นทันสมัย
กองทัพเกาหลีเหนือบอกด้วยว่า ประเทศได้จัดหาระบบอาวุธดั้งเดิมให้กับรัสเซียด้วย เช่น เครื่องยิงจรวดขนาด 240 มิลลิเมตร และปืนใหญ่ฮาวิตเซอร์ขนาด 170 มิลลิเมตร ชี้ให้เห็นว่า ประเทศมีคลังอาวุธมากมาย และมีขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมแม้ตกอยู่ภายใต้การคว่ำบาตร
ในแง่ของคลังแสงอาวุธดั้งเดิม ยัง อุก ผู้เชี่ยวชาญการทหารจากสถาบันเพื่อการศึกษานโยบายของเกาหลีใต้บอกว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเปียงยางคือ “การส่งออกอาวุธ” ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามยูเครน
การส่งออกอาวุธอย่างมหาศาลของเกาหลีเหนือเป็นการระบายอาวุธคงค้างที่ไม่ได้ใช้งานจากคลังสำรองอาวุธสำหรับใช้ช่วงสงคราม และตอนนี้ก็มีโอกาสพัฒนาอาวุธให้ทันสมัยอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อได้ระบายอาวุธเดิมๆ ออกไป
เรือดำน้ำยังคงมีอุปสรรค
ในปี 2023 เกาหลีเหนือได้เปิดตัว "เรือดำน้ำโจมตีนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี" ที่นักวิเคราะห์บอกว่า ดูเหมือนเป็นเรือดำน้ำที่พัฒนามาจากคลาสโรมิโอ แต่เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ยังคงสงสัยว่า เรือดังกล่าวสามารถใช้งานได้เต็มที่หรือไม่
ช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2025 สื่อทางการได้เผยแพร่ภาพที่ระบุว่า คิมกำลังตรวจสอบการก่อสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่มีความสามารถในการยิงขีปนาวุธจากน่านน้ำสู่อากาศ
นักวิเคราะห์บอกว่า แม้การผลักดันสร้างเรือดำน้ำเป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่น แต่ระบบขับเคลื่อน เซ็นเซอร์ การบูรณาการอาวุธ และความเชี่ยวชาญของลูกเรือยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ของรัฐที่ถูกคว่ำบาตรอย่างหนัก
ยัง อุก บอกว่า ดูเหมือนว่าเรือดำน้ำประสบความล้มเหลว และแย้งว่า หลังจากเปิดตัวเรือใหม่ในปี 2023 เกาหลีเหนือยังไม่ได้ทดสอบเรืออย่างจริงจัง บ่งชี้ว่าเรือมีปัญหา ขณะที่การกล่าวอ้างว่ารัสเซียช่วยสนับสนุนการพัฒนาเรือดำน้ำนั้นยากที่จะพิสูจน์ และว่า ปัญหาคือการบูรณาการเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เข้ากับการออกแบบที่ใช้งานได้จริง
ดาวเทียมสอดแนมล้มเหลว?
หนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาอาวุธที่สำคัญที่สุดของเกาหลีเหนือจากปี 2021 อาจเป็น “การสอดแนมทางทหาร” จากอวกาศ
เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมสอดแนมทางทหารตัวแรกขึ้นสู่วงโคจรได้ เมื่อเดือน พ.ย.2023 แต่ผู้สังเกตการณ์ รวมถึง Heritage Foundation ในสหรัฐบอกว่า ยังไม่สามารถทราบถึงขีดความสามารถของดาวเทียมดังกล่าวได้
ส่วนความพยายามปล่อยดาวเทียมสอดแนมอีกตัวในเดือนพ.ค. 2024 ประสบความล้มเหลว เมื่อจรวดระเบิดขณะทะยานสู่ท้องฟ้า และแม้คิมให้คำมั่นว่าโครงการนี้จะดำเนินการต่อเนื่อง แต่เปียงยังก็ยังไม่ประกาศว่าจะปล่อยดาวเทียมใหม่ใดๆ
ดู จินโฮ หัวหน้าศูนย์วิจัยยูเรเซียจากสถาบันวิจัยยุทธศาสตร์แห่งชาติเกาหลีบอกว่า เรื่องดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือไม่สามารถบรรลุตามเป้าหมายปี 2021 แต่ตอนนี้รัสเซียจะช่วยผลักดันความพยายามเหล่านั้นได้
ดูบอกว่า เปียงยางอาจระงับความพยายามปล่อยดาวเทียมสอดแนมจนกว่าจะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ เพราะหากล้มเหลวอีกครั้ง นั่นไม่เพียงบ่งชี้ว่าเกาหลีเหนือเสียหน้าเท่านั้น แต่รวมถึงรัสเซียด้วย
อย่างไรก็ตาม รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการถ่ายโอนอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอาวุธของสหประชาชาติต่อเกาหลีเหนือ





