รูบิโอประกาศบนเวทีมิวนิก สหรัฐไม่ทิ้งยุโรป ชี้ชะตากรรมสองฝั่งแอตแลนติกผูกพันกันแน่นหนา พร้อมวิจารณ์ยูเอ็นไร้บทบาทในวิกฤติใหญ่
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มาร์โก รูบิโอ กล่าวในการประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference) วันนี้ว่า สหรัฐไม่มีเจตนาจะละทิ้งความเป็นพันธมิตรอันลึกซึ้งกับยุโรป และต้องการเห็นภูมิภาคนี้เข้มแข็งและประสบความสำเร็จ
“เราใส่ใจอย่างลึกซึ้งต่ออนาคตของพวกคุณและของเรา” รูบิโอกล่าวพร้อมย้ำว่า ประวัติศาสตร์สงครามโลกทั้งสองครั้งเป็นเครื่องเตือนใจว่า “ชะตากรรมของเราผูกพันกัน และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ”
คำกล่าวของรูบิโอมีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่วิจารณ์ยุโรปบ่อยครั้งว่า พึ่งพาสหรัฐด้านความมั่นคงมากเกินไป และผลักดันให้ชาติพันธมิตรองค์การป้องกันสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เพิ่มงบกลาโหม
ในการขึ้นเวทีประชุมด้านความมั่นคงที่สำคัญที่สุดเวทีหนึ่งของโลก รูบิโอย้ำท่าทีของวอชิงตันว่า สหรัฐไม่จำเป็นต้องละทิ้งระบบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตนมีส่วนสร้าง หรือรื้อถอนสถาบันโลกยุคเก่า แต่ต้อง “ปฏิรูปและสร้างขึ้นใหม่”
ภาวะผู้นำของสหรัฐมีบทบาทสำคัญในการคลี่คลายปัญหาซับซ้อน เช่น ความขัดแย้งอิสราเอล–กาซา และความคืบหน้าในการยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งองค์การพหุภาคีอย่าง "สหประชาชาติ" (UN) ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม
รูบิโอกล่าวว่า UN ยังมีศักยภาพอยู่ แต่ในประเด็นเร่งด่วนที่สุด “กลับไม่มีคำตอบและแทบไม่มีบทบาท” พร้อมย้ำความสัมพันธ์กับยุโรปว่า สหรัฐต้องการ “พันธมิตรที่แข็งแกร่งขึ้น” ไม่ใช่พันธมิตรที่เสแสร้งว่าค่านิยมตะวันตกเป็นเพียงหนึ่งในหลายทางเลือก และไม่ใช่พันธมิตรที่ต้องขออนุญาตก่อนลงมือทำอะไร
วิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจ–ห่วงโซ่อุปทาน
ในสุนทรพจน์ที่ครอบคลุมหลายประเด็น รูบิโอยังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายในอดีตที่สนับสนุนการอพยพย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ การจ้างงานนอกห่วงโซ่ห่วงโซ่อุปทาน และกระบวนการ “ลดทอนภาคอุตสาหกรรม” ซึ่งเขากล่าวว่า “ไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
รมว.สหรัฐเสนอให้ความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกระหว่างสหัฐกับยุโรปเข้มข้นขึ้น เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรม และนำตะวันตกกลับมาเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 21 ตั้งแต่การท่องอวกาศเชิงพาณิชย์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงการสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญ ไม่ให้ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากประเทศอื่น
ยุโรปย้ำความเป็นอิสระ แต่ไม่ทิ้งพันธมิตร
ภายหลังคำกล่าวของรูบิโอ "เออร์ซูลา ฟอน เดอ เลเยน" ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กล่าวว่า ยุโรปกำลังเผชิญกับ "ภัยคุกคามจากแรงกดดันภายนอกที่พยายามบ่อนทำลายเอกภาพของภูมิภาค และการกลับมาของการแข่งขันเชิงอำนาจอย่างเปิดเผย"
ประธานอีซีกล่าวว่า ยุโรปจำเป็นต้องมีความเป็นอิสระมากขึ้นในทุกมิติที่กระทบต่อความมั่นคงและความมั่งคั่ง ทั้งด้านกลาโหม พลังงาน เศรษฐกิจ การค้า วัตถุดิบ และเทคโนโลยีดิจิทัล แต่ก็ย้ำด้วยว่าความเป็นอิสระไม่ได้หมายถึงการลดทอนสายสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก “ตรงกันข้าม ยุโรปที่เข้มแข็งจะทำให้พันธมิตรข้ามแอตแลนติกแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
ที่มา: CNBC





