แหล่งข่าวเผย จะมีการเจรจาทางการทูต 2 วงหารือสำคัญ กรณีอิหร่าน และยูเครนกับรัสเซีย ขึ้นที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ในวันอังคารนี้
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยกับรอยเตอร์ในเรื่องนี้ ระบุว่า คณะผู้แทนสหรัฐ ซึ่งรวมถึง ทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ จะพบกับฝ่ายอิหร่านในเช้าวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 โดยจะมีผู้แทนจากโอมานเข้าร่วมและทำหน้าที่ประเทศตัวกลางการเจรจาระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน
แล้ววันอังคาร ในวันเดียวกัน วิตคอฟท์และคุชเนอร์จะเข้าร่วมการเจรจา 3 ฝ่ายกับผู้แทนรัสเซีย-ยูเครน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันรัฐบาลอิหร่านหนัก ภายหลังเหตุการณ์ปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านอย่างรุนแรง และขณะนี้สหรัฐยังได้ระดมกำลังทหารทางเรือสหรัฐเป็นจำนวนมาก เข้าไปยังภูมิภาคนี้
ขณะเดียวกัน สหรัฐก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้ยูเครนและรัสเซียทำข้อตกลง เพื่อยุติมอสโกรุกรานยูเครนที่ดำเนินมานาน 4 ปีแล้ว
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับกองทัพในวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ความกลัวเป็นแรงกระตุ้นอันทรงพลังที่นำมาใช้กับอิหร่าน ในฐานะเป็นคู่เจรจายากเข็ญเพื่อยุตินิวเคลียร์ และทรัมป์ยังมองว่า การสร้างความหวาดกลัวให้เตหะราน เป็นสิ่งจำเป็นต่อการสลายความขัดแย้ง
“การเจรจากับอิหร่านเป็นเรื่องยาก” ทรัมป์กล่าวกับทหารที่ประจำการในกองทัพฟอร์ตแบร็กในรัฐนอร์ทแคโรไลนา หลังเจ้าหน้าที่สหรัฐประกาศว่า จะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองไปยังตะวันออกกลาง
ในระหว่างการปราศรัย ทรัมป์ยังกล่าวถึง เหตุการณ์สหรัฐโจมตีทางอากาศโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนของปีที่แล้ว
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ กล่าวว่า การส่งเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปประจำการที่นั่น ก็เพื่อเตรียมพร้อมไว้ หากการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว
ทั้งนี้ โอมานเป็นประเทศทำหน้าที่ตัวกลาง ในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงว่า การเจรจาครั้งนี้ทำให้เตหะราน สามารถประเมินวอชิงตันว่ามีความจริงจัง และแสดงให้เห็นถึง ความเห็นพ้องที่มีมากเพียงพอ ในการจัดดำเนินการทางการทูตต่อไป
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทางการทูตที่ว่านั่นก็คือ การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่จะมีขึ้นในวันอังคารมาถึงนี้
อ้างอิง Reuters





