ทำไมพรรค LDP ของนายกฯ หญิงทาคาอิจิของญี่ปุ่นชนะเลือกตั้ง และครั้งนี้ชนะแบบแลนด์สไลด์ ต่างหรือเหมือนเลือกตั้งไทย
แดงทั้งแผ่นดิน เมื่อพรรค LDP ของนายกฯ หญิง ซานาเอะ ทาคาอิจิ แลนด์สไลด์ชนะเลือกตั้งญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งในประเทศที่ทั่วโลกจับตาผลการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และก็ปรากฏชัดเจนว่าคนญี่ปุ่นเลือกแนวทางชาตินิยมขวาจัด เสริมสร้างความเข้มแข็งของญี่ปุ่น เพิ่มเขี้ยวเล็บทางการทหาร แข็งขืนต่ออิทธิพลจีน และเข้มงวดกับคนต่างชาติ ทั้งนักท่องเที่ยวและแรงงาน ถือเป็นการเลี้ยวหักศอกขวาสุดโต่งที่สุดในรอบสิบปี
ทาคาอิจิ คือนายกฯ หญิงคนแรกของญี่ปุ่น คือผู้นำ LDP พรรคการเมืองที่เก่าแก่และปกครองญี่ปุ่นมากอย่างยาวนาน เรียกได้ว่าแทบจะผูกขาดการบริหารประเทศ แบบเดียวกับพรรค PAP ของสิงคโปร์ แต่ช่วงหลัง LDP ก็ถูกท้าทาย และเรียกได้ว่าไม่สามารถกุมชัยชนะได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนสามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้โดยสะดวกใจดั่งเช่นสมัยก่อน
ทาคาอิจิรับช่วงบริหารพรรคต่อในช่วงที่เรียกได้ว่ายากลำบาก เพราะ LDP ถึงจะเป็นรัฐบาลแต่ก็ไร้เสถียรภาพ เพราะเป็นรัฐบาลผสม ภายในระยะเวลา 5-6 ปี ตั้งแต่ 2020-2026 นายกฯ ญี่ปุ่นก็เปลี่ยนไปแล้วถึง 5 คน และนายกฯ คนสุดท้ายที่สร้างเสถียรภาพครองอำนาจบริหารประเทศอย่างยาวนานนั่นคือ “ชินโซ อาเบะ” ผู้ซึ่งมีแนวคิดขวาจัด และเป็นเสมือนอาจารย์ทางการเมืองของทาคาอิจิ
ทาคาอิจิ ที่ถึงแม้เป็นผู้หญิง สามารถฝ่าแนวต้านอนุรักษนิยมทั้งในประเทศและในพรรคในสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำทางเพศสูงสุดที่หนึ่งของโลก วัฒนธรรมที่ผู้ชายมีอำนาจเป็นใหญ่ กลับมีนโยบายส่งเสริมค่านิยมเดิม อาทิ การไม่เห็นด้วยกับการมีรัชทายาทเป็นผู้หญิง การไม่เห็นด้วยกับการใช้นามสกุลเดิมของผู้หญิงเมื่อแต่งงาน หรือแม้กระทั่งไม่สนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+
ทาคาอิจิ ส่งเสริมค่านิยมพื้นฐานแต่เดิมหรือ Status quo ของผู้หญิงในยุคใหม่ แต่ไม่ใช่เสรีนิยมสุดโต่ง อาทิ การส่งเสริมสวัสดิการที่เอื้อต่อความเป็นแม่ เช่น การมีศูนย์เลี้ยงเด็ก การลดหย่อนภาษีกรณีต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็ก ทาคาอิจิรู้ว่าญี่ปุ่นต้องการแรงงานผู้หญิงและสนับสนุนแนวทางนี้ รวมไปถึงอัตราส่วนของคณะรัฐมนตรีที่จะเปิดรับผู้หญิงมากขึ้น
ทาคาอิจิ เพิ่มความใกล้ชิดกับสหรัฐมากขึ้น ขณะที่ทิ้งระยะห่างกับจีนเพิ่มขึ้น ทาคาอิจิเตรียมพร้อมญี่ปุ่นให้เป็นแขนเป็นขา เป็นผู้เล่นหลักในเรื่องของความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกไกล จากเดิมเป็นผู้เล่นรอง เป็นผู้สนับสนุนสหรัฐ ทาคาอิจิตั้งใจจะเสริมเขี้ยวเล็บกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น และมีแนวทางแก้รัฐธรรมนูญเปิดทางการสร้างกองทัพซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกจำกัดหลังจากพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2
ทาคาอิจิ ใช้กระแสชาตินิยมกระตุ้นให้คนญี่ปุ่นเลือกเธอจนชนะขาด ทาคาอิจิเข้าใจธรรมชาติของคนชนิดถึงก้นลึกในใจคนญี่ปุ่น ว่าแท้จริงแล้วไม่ชอบการที่นักท่องเที่ยวล้นประเทศ ไร้มารยาท ทำให้สังคมญี่ปุ่นเสื่อมเสีย คนท้องถิ่นลำบาก เข้าใจความรู้สึกของคนญี่ปุ่นต่อคนต่างชาติโดยเฉพาะ “จีน” จึงเดิมพันและชิงยุบสภาทั้งที่ครองอำนาจมาได้ไม่ถึง 3 เดือน
พล็อตเรื่องญี่ปุ่นโดยหลักการแทบจะไม่ต่างกับไทย ต่างกันก็รายละเอียดเล็กน้อย อาทิ นักการเมืองไทยใช้กัมพูชาเป็นตัวกระตุ้น ขณะที่นักการเมืองญี่ปุ่นใช้จีน ผู้นำทั้งสองประเทศก็ครองอำนาจมาไม่ถึง 3 เดือน แต่ก็ยอมเสี่ยงยุบสภาและก็กลับมาชนะอย่างเกินความคาดหมาย ทั้งหมดทั้งมวลก็เพราะ กระแสชาตินิยม (สุดโต่ง)





