วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'กราดยิง' โรงเรียนมัธยมในแคนาดา เสียชีวิต 10 ราย รุนแรงสุดในรอบ 40 ปี

'กราดยิง' โรงเรียนมัธยมในแคนาดา เสียชีวิต 10 ราย รุนแรงสุดในรอบ 40 ปี

เกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมของแคนาดา มีผู้เสียชีวิต 10 ราย รุนแรงสุดในรอบ 40 ปี นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ แสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัย

นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา แถลงผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงความตกใจและร่วมไว้อาลัยต่อเหตุการณ์กราดยิงที่เมืองทัมเบลอร์ริดจ์ รัฐบริติชโคลัมเบีย พร้อมทั้งให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือประชาชนในชุมชนอย่างเต็มที่

เหตุการณ์กราดยิงดังกล่าวเกิดขึ้นในวันอังคาร (10 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลมีผู้เสียชีวิต 10 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ต้องสงสัย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 25 ราย

รายงานระบุว่า พบผู้เสียชีวิต 6 รายในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งของเมือง ขณะที่อีก 2 รายเสียชีวิตในบ้านพัก ซึ่งคาดว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์แรก และอีก 1 รายเสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ต้องสงสัยถูกพบว่าเสียชีวิตเช่นกัน โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

ทั้งนี้ เมืองทัมเบลอร์ริดจ์ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล มีประชากรประมาณ 2,400 คน ส่วนโรงเรียนมัธยมที่เกิดเหตุมีนักเรียนประมาณ 160 คน

นายกฯ แคนาดา ระบุว่า เขาได้ติดต่อไปยัง เดวิด เอบี มุขมนตรีรัฐบริติชโคลัมเบีย และสั่งการให้ แกรี อนันดาสังการี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความปลอดภัยสาธารณะ ดำเนินการประสานงานเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ในระดับรัฐบาลกลาง

คาร์นีย์กล่าวว่า “ความสามารถในการรวมใจเป็นหนึ่งท่ามกลางวิกฤตคือสิ่งที่ดีที่สุดของประเทศเรา รัฐบาลแคนาดาขอยืนหยัดเคียงข้างประชาชนทุกคนในบริติชโคลัมเบีย ขณะที่พวกเขาเผชิญกับโศกนาฏกรรมอันเลวร้ายครั้งนี้”

เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อระบุอัตลักษณ์ของผู้ก่อเหตุและความเชื่อมโยงกับโรงเรียนดังกล่าว ขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศว่า นายกฯ คาร์นีย์จะเลื่อนการแถลงข่าวด้านกลาโหมที่เมืองแฮลิแฟกซ์ รวมถึงการเดินทางเยือนประเทศเยอรมนีเพื่อเข้าร่วมการประชุมความมั่นคงมิวนิก

ทั้งนี้ เหตุกราดยิงในโรงเรียนเกิดขึ้นได้ยากในแคนาดา เนื่องจากมีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวด สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของแคนาดา รองจากเหตุสังหารหมู่ที่สถาบันโปลีเทคนิคมอนทรีออลในปี 2532 ซึ่งครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 14 ราย