สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย จัดกิจกรรมฉายสารคดีเรื่อง “A Chip Odyssey (มหากาพย์แห่งชิป)” ระหว่างวันที่ 7-8 ก.พ. ได้รับเสียงตอบรับดีจากทุกภาคส่วนของไทย
การจัดกิจกรรมฉายสารคดีเรื่อง “A Chip Odyssey (มหากาพย์แห่งชิป)” เป็นไปเพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพทางเศรษฐกิจและการค้าของไต้หวัน ตลอดจนบทบาทและความสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เผยแพร่พัฒนาการของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน และสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการพัฒนาและนวัตกรรมของไต้หวันในฐานะ “เกาะซิลิคอน”
การจัดฉายภาพยนตร์มีขึ้น 4 รอบ ระหว่างวันที่ 7-8 ก.พ.นายปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไต้หวันได้รับความสนใจและการยอมรับจากประชาคมโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งไต้หวันมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ผลิตและส่งออกชิปเซมิคอนดักเตอร์ในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ของตลาดโลก ทุกครั้งที่ไต้หวันติดต่อแลกเปลี่ยนและสร้างความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ มักมีคำถามเกิดขึ้นเสมอว่า “ไต้หวันสามารถบรรลุความสำเร็จนี้ได้อย่างไร”
สารคดีเรื่องนี้ได้นำเสนอและย้อนรอยพัฒนาการของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี โดยสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐและทีมวิศวกรในยุคบุกเบิก ที่ยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งความไม่ยอมแพ้ ควบคู่กับวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและความรักชาติ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่เชื่อมั่นจากนานาประเทศ ทีมวิศวกรก็ยังเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีสำคัญกลับมาสร้างรากฐานให้แก่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ซึ่งนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จนถึงปัจจุบัน
นายหลัน ยังได้เน้นย้ำว่า ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไต้หวันและประเทศไทยมีความแน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแสดงความคาดหวังว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยให้ทุกภาคส่วนในประเทศไทยเข้าใจถึงพัฒนาการและศักยภาพของไต้หวันได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมและขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรมระหว่างทั้งสองฝ่ายในอนาคต
ภายหลังการฉายสารคดียังได้จัดกิจกรรมเสวนากับเซียว จวี๋เจิน ผู้กำกับสารคดี และเสิ่น ยี่อิ่ง ผู้ร่วมผลิตสารคดี พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ แนวคิด และเบื้องหลังการถ่ายทำให้แก่ผู้ชมอย่างใกล้ชิด
สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ใช้โอกาสดังกล่าวประชาสัมพันธ์ “แพลตฟอร์มบริการบุคลากรด้านเทคโนโลยี ไต้หวัน–ไทย” ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 พร้อมกันนี้ ยังได้เชิญผู้ประกอบการอาหารจากไต้หวันเข้าร่วมจัดแสดงอาหารสุดพิเศษให้ผู้เข้าชมได้ลิ้มลอง
กิจกรรมฉายสารคดีทั้ง 4 รอบ มีผู้เข้าร่วมกว่า 700 คน ครอบคลุมตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และวงการวัฒนธรรม รวมถึงประชาชนผู้สนใจอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไต้หวันเข้าร่วมอย่างคับคั่ง





