ศาลฮ่องกงสั่งจำคุก 20 ปี "จิมมี ไล” มหาเศรษฐีและเจ้าพ่อวงการสื่อหนุนประชาธิปไตย หลังถูกตัดสินมีความผิดบ่อนทำลายอำนาจรัฐ และสมรู้ร่วมคิดต่างชาติ
จิมมี ไล มหาเศรษฐีและเจ้าพ่อวงการสื่อที่สนับสนุนประชาธิปไตย ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 20 ปีในวันนี้ (9 ก.พ.) หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาบ่อนทำลายอำนาจรัฐและสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ ภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติซึ่งรัฐบาลจีนบังคับใช้ในฮ่องกง
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การพิพากษาโทษนักธุรกิจวัย 78 ปีผู้นี้ ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะดัชนีชี้วัดสถานการณ์สิทธิพลเมืองในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพที่ทรุดโทรมลงในระหว่างที่เขาถูกคุมขังมานานเกือบ 5 ปี นับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2563
หลังจากที่ไลถูกตัดสินว่ามีความผิดเมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กล่าวว่าเขารู้สึก “เสียใจอย่างมาก” และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวไลทันที
รายงานระบุว่า คดีนี้นับเป็นคดีแรกในฮ่องกงที่เกี่ยวข้องกับการสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ นับตั้งแต่ที่รัฐบาลจีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกงในปี 2563 เพื่อกวาดล้างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ยืดเยื้อนานหลายเดือนในฮ่องกง
ขณะที่อดีตผู้บริหารระดับสูง 6 คนของหนังสือพิมพ์ “แอปเปิลเดลี” (Apple Daily) ซึ่งก่อตั้งโดยไลและปิดตัวลงไปแล้วนั้น ถูกตัดสินจำคุกสูงสุด 10 ปี หลังจากที่ทั้งหมดได้ให้การรับสารภาพในปี 2565 เพื่อแลกกับการลดหย่อนโทษ
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ศาลสูงฮ่องกงมีคำพิพากษาว่า ไลมีความผิดในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ และฐานสมคบคิดเพื่อตีพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหายุยงปลุกปั่น
คำพิพากษาระบุว่า ไลมีพฤติการณ์เป็น “ผู้บงการ” (mastermind) ผู้อยู่เบื้องหลังคดีนี้ และมีความมุ่งมั่นที่จะ “ทำลาย” พรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ตลอดจนเรียกร้องให้ประเทศตะวันตกใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่ฮ่องกงและจีน
อนึ่ง ฮ่องกงเป็นอดีตอาณานิคมของอังกฤษ และมีการส่งมอบคืนสู่การปกครองของจีนในปี 2540
ในการแถลงเพื่อบรรเทาโทษเมื่อเดือนที่แล้ว โรเบิร์ต ผ่าง ทนายความของไล ระบุว่าลูกความของเขามีอาการป่วยหลายโรค ทั้งความดันโลหิตสูง เบาหวาน ต้อกระจก และเส้นเลือดในตาอุดตัน พร้อมระบุว่าแต่ละวันที่ผ่านไปในเรือนจำเปรียบเสมือนการทำให้เขา “เข้าใกล้จุดสิ้นสุดของชีวิตมากขึ้น”
ทนายผ่างกล่าวเสริมว่า ไลถูกขังเดี่ยวมาตั้งแต่เดือนต.ค. 2563 หรือสองเดือนหลังจากที่เขาถูกจับกุม อย่างไรก็ตาม ทางการฮ่องกงได้โต้แย้งว่าการตัดสินใจดังกล่าวนั้นเป็นความ “สมัครใจ” ของตัวไลเอง





