นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล เตรียมพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตันในวันพุธ หารือเรื่องการเจรจากับอิหร่าน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน แถลงการณ์จากสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เรื่องการพบกันระหว่างเนทันยาฮูกับทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตันในวันพุธ (11 ก.พ.) ซึ่งจะเป็นการพบกันครั้งที่ 7 นับตั้งแต่ประธานาธิบดีสหรัฐกลับสู่ทำเนียบขาวในเดือน ม.ค.ปีก่อน
“นายกรัฐมนตรีเชื่อว่า การเจรจาใดๆ ต้องรวมเรื่องการจำกัดขีปนาวุธและยุติการสนับสนุนตัวแทนอิหร่านด้วย” แถลงการณ์ระบุ
เดิมทีทั้งสองคนมีกำหนดพบกันในวันที่ 18 ก.พ. แต่เลื่อนมาเร็วขึ้นเพราะต้องเจรจากับอิหร่าน โฆษกของเนทันยาฮูยังไม่ให้ความเห็นในเรื่องนี้
ในวันศุกร์ (6 ก.พ.) เจ้าหน้าที่อิหร่านและสหรัฐหารือกันทางอ้อมเรื่องนิวเคลียร์ที่กรุงมัสกัตของโอมาน ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะพูดคุยกันเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้
นักการทูตตะวันออกกลางรายหนึ่งผู้เป็นแหล่งข่าววงในรัฐบาลเตหะรานเผยกับรอยเตอร์ว่า ระหว่างเจรจากับสหรัฐอิหร่านยืนยันสิทธิในการ “เสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม” และว่า ไม่มีการหารือเรื่องขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของเตหะราน
ทางการอิหร่านไม่ยอมให้นำประเด็นขีปนาวุธอิหร่านซึ่งใหญ่สุดประเทศหนึ่งในตะวันออกกลาง ขึ้นมาหารือ และว่า เตหะรานต้องการการยอมรับสิทธิของตนในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม
เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ก่อนสหรัฐปฏิบัติการทางทหารร่วมกับอิสราเอลเล่นงานโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและโรงงานนิวเคลียร์อื่นๆ ของอิหร่านถือเป็นการปฏิบัติการทางทหารโดยตรงที่สุดของสหรัฐต่ออิหร่าน รัฐบาลเตหะรานตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐแห่งหนึ่งในกาตาร์
สหรัฐและอิสราเอลเตือนอิหร่านมาตลอดว่า จะโจมตีอีกถ้าเตหะรานเดินหน้าเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและโครงการขีปนาวุธ
ด้านมหาอำนาจโลกและรัฐต่างๆ ในตะวันออกกลางเกรงว่า ถ้าตกลงกันไม่ให้อาจทำให้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านขยายวงไปถึงประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางซึ่งเป็นภูมิภาคผลิตน้ำมัน
อิหร่านนั้นลั่นวาจาว่าจะตอบโต้รุนแรงหากถูกโจมตี ทั้งยังเตือนเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียที่มีฐานทัพสหรัฐตั้งอยู่ว่า พวกเขาอาจตกเป็นเป้าหากเข้ามามีส่วนในการโจมตี





