วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

นโยบายชาตินิยม ทางออกปัญหาเศรษฐกิจ? | กันต์ เอี่ยมอินทรา

นโยบายชาตินิยม ทางออกปัญหาเศรษฐกิจ? | กันต์ เอี่ยมอินทรา

นโยบายชาตินิยม ไม่ใช่ทางออกของปัญหาเศรษฐกิจ แต่คือเครื่องมือที่นักการเมืองใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจกรณีศึกษามีให้เห็นทั่วโลกตั้งแต่อังกฤษ สหรัฐและญี่ปุ่น

ถึงแม้กระแสชาตินิยมจะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังชั้นเลิศในการเอาชนะคู่แข่ง นักการเมืองในพรรคอนุรักษนิยมอังกฤษขี่กระแสชาตินิยมทั้งเอาชนะการเลือกตั้ง และเอาชนะฟาดฟันคู่แข่งทางการเมืองในพรรคตัวเอง นี่คือเหตุผลว่าทำไมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่ถึง 5 ปี มีการเปลี่ยนนายกฯ อังกฤษถึง 5 คน และทั้ง 5 คนนั้นก็มาจากพรรคเดียวกัน!

ขณะที่สหรัฐ ก็มีความชัดเจนของผลลัพธ์กระแสชาตินิยมมาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้กระแสชาตินิยมกระตุ้นคนอเมริกันจนชนะเลือกตั้ง การดำเนินนโยบายในยุคทรัมป์2.0 ก็ขวาจัด โดดเดี่ยวสหรัฐจากพันธมิตร ไม่สนใจใยดีหลักนิติรัฐ สิทธิมนุษยชน

แต่กระแสชาตินิยมที่ทำให้นักการเมืองชนะเลือกตั้งนั้น ไม่ได้การันตีว่าจะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ประชาชนในประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กรณีศึกษาที่ชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุดก็คือที่อังกฤษ พรรคอนุรักษนิยมที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน รณรงค์ให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป-Brexit ข้าวของเครื่องใช้อาหารแพงขึ้น เศรษฐกิจไม่ได้เติบโต เงินในกระเป๋าเท่าเดิม แต่ทุกอย่างแพงขึ้น

กรณีศึกษาของอังกฤษนั้นชัดเจนว่า กลุ่มประชากรที่เลือกให้ออกจากสหภาพยุโรปนั้นมักจะเป็นผู้สูงอายุ มีฐานะที่ค่อนข้างดี ถึงค่าครองชีพจะแพงขึ้น คนกลุ่มนี้ก็กระทบน้อย ขณะที่กลุ่มประชากรวัยทำงาน ฐานะปานกลางค่อนไปทางล่างที่ค้ำจุนระบบเศรษฐกิจนั้นเลือกให้ยังอยู่กับยุโรป กระทบหนักเพราะต้องทำมาหากินเลี้ยงลูกเลี้ยงพ่อแม่และเสียภาษี

เช่นเดียวกับสหรัฐที่ชัดเจนแล้วว่ากระแสชาตินิยมที่ทรัมป์ใช้บวกกับกำแพงภาษีไม่ได้ทำให้ประเทศที่ทรัมป์มองว่าเป็นคู่แข่งอย่างจีนอ่อนด้อยลงแต่อย่างใด เศรษฐกิจของจีนกลับแทบไม่กระทบ การส่งออกไม่กระทบ เพราะจีนมีการกระจายตลาด เตรียมรับแรงกระแทกและเตรียมอาวุธในมือเช่น การซื้อถั่วเหลือง แร่หายาก ไว้แล้ว

เช่นเดียวกับอินเดียที่ไม่สนคำขู่ของสหรัฐ ยังคงคบค้ากับจีนและรัสเซีย เศรษฐกิจอินเดียไม่ได้กระทบอย่างมีนัยสำคัญเมื่อสหรัฐใช้กำแพงภาษี ไม่นับรวมการผลักมหามิตรไปสู่อ้อมอกศัตรูอย่างกรณีการเยือนจีนรัวๆ ของผู้นำแคนาดา อังกฤษ และฝรั่งเศส คนอเมริกันเองก็ลำบาก น้ำมันแพง ค่าครองชีพสูงขึ้น รับกรรมแบบเดียวกับคนอังกฤษ

ที่ญี่ปุ่น เศรษฐกิจก็ไม่ได้ดี เพราะญี่ปุ่นพึ่งพาการส่งออกมากโดยเฉพาะไปยังสหรัฐ ยอดการส่งออกลด อุตสาหกรรมรถยนต์แบบดั้งเดิมก็แย่ การท่องเที่ยวที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนอย่างหนักก็เริ่มแสดงผลลัพธ์ในทางลบเมื่อเกิดกรณีวิวาทะพิพาทกับจีนเรื่องไต้หวัน แต่ก็ถูกใจคนญี่ปุ่นไม่น้อย และนักการเมืองก็เลือกที่จะขี่กระแสนี้เพื่อหวังโกยคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์นี้

เช่นเดียวกับไทย ที่คนไทยหัวหมุนวุ่นวายกับการต่อสู้กับกัมพูชาฝุ่นตลบ จนลืมไปถึงปัญหาเศรษฐกิจที่เรื้อรังแบบต้มกบ ความไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการและนักการเมือง จนทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ ปัญหาฝุ่นพิษ ไม่นับรวมปัญหาทุนเทา การเลือกตั้งครั้งนี้จะแสดงให้เห็นชัดว่าคนไทยให้สมดุลอย่างไรกับปัญหาเหล่านี้