ช่วงนี้หลายๆ ประเทศมีปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism) ถือเป็นเรื่องกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะรัฐบาลต้องการหารายได้เข้าประเทศ แต่คนท้องถิ่นต้องรับมือกับปัญหาความแออัด การท่องเที่ยวเมืองรองถือเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง
ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีปัญหาดังกล่าว ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจต้องหาหนทางแก้ไขในรูปแบบที่ไม่ได้ต่อต้านแขกต่างชาติ แต่เป็นแนวทางอันสมดุลตามวิถีญี่ปุ่น นั่นคือการกำหนดเป้าหมายใหม่ในการกระจายนักท่องเที่ยวให้เท่าเทียมกันมากขึ้นระหว่างมหานครสำคัญกับส่วนอื่นๆ ของประเทศ พูดง่ายๆ ก็คือ การท่องเที่ยวเมืองรองนั่นเอง
ในงานมหกรรมท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” ครั้งที่ 31 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เมื่อวันก่อน เมืองรองหลายแห่งของญี่ปุ่นมาร่วมออกบูธด้วย ซึ่งเวิลด์พัลส์ได้แวะไปเยี่ยมชมและพูดคุยที่บูธของจังหวัดคาโกชิมา เปิดดูเอกสารคู่มือการท่องเที่ยว ระบุว่า จังหวัดคาโกชิมา มีพื้นที่ทอดยาวจากเหนือจรดใต้กว่า 600 กม. ประกอบด้วยหลากหลายเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวโดยเฉพาะอาหารเลิศรส
อ่านเอกสารอาจไม่เห็นภาพ พูดคุยกับตัวแทนของจังหวัดสนุกกว่า พิชัย วิสูตรีรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจท่องเที่ยว ตัวแทนของคาโกชิมา เล่าว่า คาโกชิมาเป็นจังหวัดที่อยู่ใต้สุดของเกาะคิวชู การเดินทางจากเมืองไทยไม่ยาก บินไปที่ฟูกุโอกะก่อน แล้วนั่งชินกันเซ็นต่ออีกประมาณหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาทีก็ถึงตัวเมือง
"หลัก ๆ ที่คาโกชิมา เรามีภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่แต่ว่าไม่อันตรายซึ่งสวยงามและก็อยู่ในตัวเมือง จากตัวเมืองเรานั่งเฟอร์รี่ข้ามไป 15 นาที ก็เที่ยวภูเขาไฟได้นะครับ ขับรถวนรอบภูเขาไฟได้เลย"
พิชัยเล่าฟังดูน่าตื่นเต้น ภูเขาไฟที่ว่า ชื่อ “ซากุราจิมะ” เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก ว่ากันว่าซากุระจิมะเปลี่ยนสีสันถึงเจ็ดครั้งในแต่ละวัน เป็นที่ประทับใจผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
"มันเป็นภูเขาที่ไม่ได้สูงมากนัก รูปร่างมันคล้าย ๆ ฟูจิถ้าดูไกล ๆ นะครับ ถ้าหน้าหนาวก็จะมีหิมะอยู่ข้างบน หน้าร้อนก็เป็นภูเขาไฟธรรมดา สวยงามมาก เพราะใกล้เมือง สามารถเที่ยวแล้วได้วิวถ่ายรูปเห็นชัด" พิชัยกล่าวต่อ เรื่องวิวถ่ายรูปสวยนี่ถือว่าถูกใจสายคอนเทนท์อย่างมาก
อีกหนึ่งที่ที่เป็นไฮไลท์ของการไปเที่ยวคาโกชิมาคืออิบุสึกิ เมืองหาดทรายดำร้อนตามธรรมชาติแห่งเดียวในญี่ปุ่น ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (เจเอ็นทีโอ) บอกว่า การอบทรายร้อนธรรมชาติสีดำ (Sunamushi Onsen) ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัย 300 ปีก่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องใส่ชุดยูคาตะลงไปนอนบนทรายร้อนๆ จากนั้นก็จะมีพนักงานคอยโกยทรายมากลบที่ตัวให้
(Cr:https://www.jnto.or.th)
ความร้อนจากทรายทำให้รู้สึกสบายตัว เชื่อกันว่าจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายทำงานได้เป็นปกติและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยขับของเสียออกทางเหงื่ออีกด้วย เด็กๆ จนถึงผู้สูงวัย ก็สามารถเข้าใช้บริการอบทรายร้อนนี้ได้ จึงเป็นกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่สมาชิกในครอบครัวทั้ง 3 รุ่นจะได้นอนเรียงเล่นกันอย่างสนุกสนาน
พูดถึงที่เที่ยวแล้ว มาดูอาหารการกินกันบ้าง ตัวแทนการท่องเที่ยวคาโกชิมา กล่าวว่า ที่นี่เป็นแหล่งผลิตหมูคุโรบูตะใหญ่สุดของญี่ปุ่นส่งขายทั่วประเทศ เนื้อวากิวของคาโกชิมาก็ดีที่สุดในญี่ปุ่น และมีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ในด้านการเลี้ยงปลาคัมปาจิ ซาชิมิปลาคัมปาจิของที่นี่จึงมีเนื้อสัมผัสฉ่ำเด้ง ส่วนของหวานก็ต้องน้ำแข็งไสประจำถิ่นเนื้อนุ่มละเอียดราดด้วยนมท้อปปิงด้วยผลไม้ประจำถิ่น สายดื่มต้องลองโซจูทำจากมันฝรั่ง เป็นที่นิยมมานานกว่า 500 ปี
"จุดขายของเราคืออาหารการกินถูก ที่เที่ยวเป็นธรรมชาติ สวยงาม และการที่เราเป็นเมืองรอง เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายทุกอย่างจะถูกกว่า ธรรมชาติสวยงามกว่า เราก็เลยพยายามโปรโมทให้คนไทยไปเที่ยวให้มากขึ้น" พิชัยย้ำถึงข้อเด่นของการเป็นเมืองรอง พร้อมแนะว่า คนที่ไม่เคยไปญี่ปุ่นก็ต้องไปเมืองหลักก่อนอย่างโตเกียว โอซากา ถ้าเคยไปญี่ปุ่นหลายครั้งแล้วก็ควรไปเที่ยวเมืองรองที่ยังไม่เคยเห็น
สำหรับคนที่ตัดสินใจไปคาโกชิมา พิชัยแนะนำว่า ควรไปเดือน เม.ย.หลังซากุระบานอากาศจะดีมาก เพราะซากุระที่นี่บานเร็วกว่าที่อื่นประมาณเดือน มี.ค.ก็บานแล้ว อีกช่วงที่แนะนำคือ เดือน ต.ค. อากาศดีไม่หนาวมาก
"ญี่ปุ่นก็ยังเป็นที่ประเทศที่ยังน่าเที่ยวอยู่มาก เพราะ 1. ประเทศสงบสุข 2. สะอาดสะอ้าน 3. ปลอดภัย 4. อาหารการกินดี และยิ่งช่วงนี้ค่าเงินอ่อนทำให้คนไทยอยากไปญี่ปุ่นมากขึ้นกว่าสมัยก่อน" ตัวแทนท่องเที่ยวคาโกชิมาฉีดยาก่อนกลับ ชนิดที่ฟังแล้วเคลิ้มอยากจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นตอนนี้เลย!





