รอยเตอร์วิเคราะห์ 5 เหตุผล ทำไมเลือกตั้งญี่ปุ่นปีนี้จึงคาดเดาได้ยากในรอบหลายปี เกิดคำถามว่า พรรคอนุรักษนิยมอย่างพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลญี่ปุ่นในขณะนี้ จะรุ่งหรือร่วงในศึกเลือกตั้งปี 2569
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ประกาศเลือกตั้ง วันที่ 8 ก.พ. นี้แล้ว ทว่านักวิเคราะห์มองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง และกลายเป็นหนึ่งในการเลือกตั้งที่ไม่สามารถคาดเดาได้มากที่สุดในรอบหลายปี เกิดคำถามว่าพรรคอนุรักษนิยมอย่างพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ที่ได้เป็นรัฐบาลมาเกือบตลอดนั้น จะสามารถชนะเลือกตั้งในปีนี้ได้หรือไม่
รอยเตอร์สรวม 5 เหตุผลที่ทำให้การเลือกตั้งญี่ปุ่นรอบนี้คาดเดาได้ยาก
1.ช่องว่างความนิยม
นับตั้งแต่ทาคาอิจิขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นในเดือน ต.ค. เธอก็ได้รับคะแนนนิยมสูงมาก และแม้คะแนนลดลงเล็กน้อยช่วงก่อนเลือกตั้ง แต่ผลสำรวจหลายสำนักยังคงรายงานว่า เธอมีคะแนนนิยมมากกว่า 60%
อย่างไรก็ตาม คะแนนนิยมพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของทาคาอิจิกลับตามหลังอยู่มาก โดยมีคะแนนนิยมอยู่ที่ประมาณ 35% ทำให้เกิดคำถามว่า ความน่าสนใจของทาคาอิจิจะช่วยเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครของพรรค LDP ที่ลงชิงเก้าอี้ใน สภา 465 ที่นั่งได้หรือไม่
2.คะแนนเสียงของคนรุ่นใหม่ที่ไม่แน่นอน
ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า เสียงสนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดของทาคาอิจิมาจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นเยาว์ มากกว่าคนรุ่นเก่าซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของพรรคเสรีประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า คะแนนความนิยมของเธอในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุต่ำกว่า 30 ปี สูงกว่ากลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 70 ปีขึ้นไป กว่า 20 จุด
แต่คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่มักออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าคนรุ่นเก่า เช่น ในการเลือกตั้งในกรุงโตเกียว เมื่อเดือนตุลาคม 2567 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 21-24 ปี ออกมาใช้สิทธิเพียง 36% เท่านั้น ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 70-74 ปี ไปใช้สิทธิมากถึง 71%
3.ความแตกแยกของพรรคร่วมรัฐบาล
เป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี ที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งระดับชาติโดยปราศจากพรรคโคเมโตะ อดีตพรรคร่วมรัฐบาลที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางพุทธฆราวาสโซคา งักไก ที่อ้างว่ามีสมาชิกอย่างน้อย 8 ล้านคนในญี่ปุ่น
การระดมเสียงสนับสนุนของพรรคโคเมโตะเคยช่วยให้พรรค LDP ได้ที่นั่งหลายสิบที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ โดยเฉพาะในเขตเมือง แต่ครั้งนี้ พรรคโคเมโตะได้เข้าร่วมกับพรรคฝ่ายค้านหลักอย่างพรรคประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญแห่งญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในกลุ่มพันธมิตรสายกลาง ซึ่งอาจดึงคะแนนเสียงหลายล้านเสียงไปจากพรรค LDP
4.ความท้าทายจากฝ่ายขวาจัด
พรรคซันเซโตะ ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด มีผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคมากถึง 190 คน นับว่ามีผู้สมัครมากเป็นอันดับที่สามในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยพรรคนี้คาดว่าจะมีที่นั่งในสภาเพิ่มอีก 2 ที่นั่งจากจำนวนปัจจุบัน
พรรคซันเซโตะตั้งเป้าดึงดูดผู้เสียงสนับสนุนของพรรค LDP ที่มีแนวคิดอนุรักษนิยม ด้วยการให้คำมั่นสัญญาว่าจะปรับมาตรการการเข้าเมืองเช้มงวดมากขึ้น และแก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่สูงขึ้น การผลักดันของพรรคนี้เกิดขึ้นหลังจากพรรคประสบความสำเร็จอย่างมากในการเลือกตั้งวุฒิสภาเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา โดยสามารถดึงคะแนนเสียงสนับสนุนจากพรรค LDP มาได้ถึง 14 เสียง
5.การเดิมพันในฤดูหนาว
การกำหนดวันเลือกตั้งในช่วงกลางฤดูหนาวของทาคาอิจินี้ ถือเป็นการแหวกธรรมเนียมการเลือกตั้งที่มักจัดขึ้นในเดือนที่อากาศอบอุ่นกว่า โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วง
การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็น "การเลือกตั้งสภาล่างในเดือน ก.พ." ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สามในยุคหลังสงคราม และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990 ในช่วงนี้มีหิมะตกหนักทางภาคเหนือของญี่ปุ่น ซึ่งอาจทำให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ลดลง และหิมะยังเป็นอุปสรรคต่อการหาเสียงอีกด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่มีความผันผวนอยู่แล้ว





