'ไต้หวัน' ประสบความสำเร็จในการทดสอบ 'เรือดำน้ำ' ที่สร้างเอง เพื่อไว้ใช้ป้องปรามจีน เรือลำนี้ได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ รวมถึง 'สหรัฐ-อังกฤษ'
ไต้หวันประสบความสำเร็จในการทดสอบเรือดำน้ำที่พัฒนาขึ้นเองในใต้น้ำครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญของโครงการที่มีจุดประสงค์เพื่อเสริมแกร่งการป้องปรามกองทัพเรือจีน และปกป้องเส้นทางเดินเรือที่สำคัญกรณีเกิดสงคราม
ไต้หวัน ดินแดนที่จีนกล่าวอ้างสิทธิ์ ได้กำหนดให้โครงการผลิตเรือดำน้ำของตนเองเป็นส่วนสำคัญของโครงการที่พยายามปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย ในขณะที่ปักกิ่งจัดฝึกซ้อมทางทหารเกือบทุกวัน เพื่อยืนยันการอ้างสิทธิ์อธิปไตยของตน ขณะที่ไต้หวันปฏิเสธการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนของปักกิ่ง
บริษัท CSBC Corp ของไต้หวัน ที่เป็นผู้นำในการก่อสร้างเรือดำน้ำจำนวน 8 ลำตามที่วางแผนไว้ แถลงการณ์เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีว่า เรือดำน้ำลำแรกที่ชื่อ นาร์วาล (Narwhal) ประสบความสำเร็จในการทดสอบใต้น้ำครั้งแรก ด้วยการ “ทดสอบการนำทางใต้น้ำในน้ำตื้น”
“เรือดำน้ำเป็นขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญและมีอำนาจในการป้องปราม” แถลงการณ์ระบุ หลังจากบริษัทได้ทดสอบเรือดำน้ำนอกชายฝั่งเมืองเกาสงทางตอนใต้ของไต้หวัน
เรือดำน้ำนาร์วาลมีกำหนดส่งมอบให้กับกองทัพเรือในปี 2024 โดยจะประจำการเข้าร่วมกับเรือดำน้ำอีกสองลำที่มีอยู่แล้ว ซึ่งซื้อมาจากเนเธอร์แลนด์ในช่วงทศวรรษ 1980 แต่โครงการนี้ประสบกับความล่าช้า
CSBC กล่าวว่า “เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศ และแรงกดดันจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน โครงการเรือดำน้ำที่ผลิตเองในไต้หวันจึงเผชิญกับความยากลำบากและความท้าทายต่างๆ มาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน”
โครงการเรือดำน้ำนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีจากหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐและสหราชอาณาจักร ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับไต้หวันที่ถูกโดดเดี่ยวทางการทูต
ไต้หวันคาดว่าจะประจำการเรือดำน้ำที่พัฒนาเองอย่างน้อยสองลำ ภายในปี 2027 และอาจติดตั้งขีปนาวุธในเรือรุ่นต่อๆ ไป
ทั้งนี้ เรือดำน้ำลำแรกนี้ที่มีราคา 4.936 หลื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 1.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) จะติดตั้งระบบการรบของบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน และบรรทุกตอร์ปิโดหนัก Mark 48 ที่ผลิตโดยสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม กองทัพของไต้หวันมีขนาดเล็กกว่าของจีนมาก ขณะที่จีนมีเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือดำน้ำขีปนาวุธที่ใช้งานได้สามลำ และกำลังพัฒนาเครื่องบินรบของตัวเอง
รอยเตอร์ระบุว่า ไต้หวันกำลังปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยเพื่อให้สามารถต่อสู้ใน“สงครามแบบไม่สมมาตร” โดยใช้ระบบที่คล่องตัวและว่องไว เช่น เรือดำน้ำ โดรน และขีปนาวุธติดตั้งบนรถบรรทุก เพื่อต่อต้านจีนซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก
ด้านประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ประกาศเมื่อเดือน พ.ย.2025 ว่า รัฐบาลของเขาจะใช้จ่ายด้านกลาโหมเพิ่มอีก 4 หมื่นล้านดอลลาร์





