วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ผบ.อินโดแปซิฟิกคุยก่อนฝึกคอบร้าโกลด์ ยุทธศาสตร์ความมั่นคงร่วมสหรัฐ-ไทย

ผบ.อินโดแปซิฟิกคุยก่อนฝึกคอบร้าโกลด์  ยุทธศาสตร์ความมั่นคงร่วมสหรัฐ-ไทย

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้พบกับผู้บัญชาการภาคพื้นอินโดแปซิฟิกของสหรัฐ (USINDOPACOM) เนื่องจากเป็นพื้นที่กองบัญชาการใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ครึ่งโลก 38 ประเทศ ประชากรรวมกันกว่า 50% ของโลก มีภาษาที่แตกต่างกันถึง 3,000 ภาษา ผบ.ย่อมมีภารกิจหนาแน่นเป็นธรรมดา

แต่เนื่องในโอกาสที่ พลเรือเอก ซามูเอล เจ. ปาปาโร ผู้บัญชาการ USINDOPACOM มาเยือนไทยเพื่อพบกับผู้นำระดับสูงของรัฐบาลและกองทัพไทย ก่อนการซ้อมรบร่วมคอบร้าโกลด์ประจำปีจะมาถึง จึงได้มีจังหวะพูดคุยกับสื่อมวลชนไทยในหลายประเด็น 

Q: สรุปผลการหารือกับผู้นำระดับสูงของรัฐบาลและกองทัพไทย

A: ก็ยอมรับนะครับว่าต้องรอ เพราะรัฐบาลไทยอยู่ระหว่างรักษาการ ซึ่งเราต้องเคารพกระบวนการประชาธิปไตยของไทยที่กำลังจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. ส่วนการพูดคุยกับพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผมกับ พล.อ.อุกฤษฎ์เป็นเพื่อนกันมานาน รับราชการร่วมกันมาหลายปี ท่านก็ขอบคุณที่ร่วมกันทำงานช่วยให้ไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในระดับปัจจุบันได้ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างข้อตกลงหยุดยิงนั้นคือประเทศไทยและกัมพูชา  สหรัฐอเมริกาโดยความช่วยเหลือจากประธานาธิบดีได้ให้การสนับสนุนข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ และขอบคุณนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซียด้วยครับ   

สำหรับสหรัฐมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกในการเจรจาและสร้างสันติภาพผ่านข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ โดยยืนยันอธิปไตยของทั้งสองฝ่ายและเน้นย้ำถึงความสำคัญของอาเซียนที่ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้พลัดถิ่นและต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติเช่น ศูนย์สแกมเมอร์ที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

สหรัฐสนับสนุนการทำงานของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน มุ่งเน้นที่การปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานเพื่อรักษาสันติภาพและตรวจสอบการละเมิดข้อตกลงต่างๆ   

จากนั้นเราได้พูดคุยกันอย่างละเอียดเกี่ยวกับโครงการฝึกซ้อมทางทหารคอบร้าโกลด์ที่กำลังจะมาถึงครับ 

Q: ทำไมการฝึกคอบร้าโกลด์ปีนี้ถึงเรียกว่า “the heavy year” 

A: เพราะนี่คือการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ที่ใหญ่ที่สุด มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด  เป็นการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพต่างๆ มากที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา  กำลังพล 8,000 นาย จาก 30 ประเทศเข้าร่วม  เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญประจำปีของ USINDOPACOM

องค์ประกอบอื่นๆ ที่จะทำให้ปีนี้พิเศษยิ่งขึ้นคือการมุ่งเน้นด้านไซเบอร์และการป้องกันทางไซเบอร์ในระดับพหุภาคีซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลของกองทัพไทย

ไฮไลท์ของคอบร้าโกลด์ปีนี้จึงอยู่ที่ขนาด จำนวนประเทศที่เข้าร่วม รวมปฏิบัติการในอวกาศและปฏิบัติการทางไซเบอร์เข้าไว้ในการฝึกซ้อม จึงเป็นการฝึกซ้อมร่วมกันระหว่างหลายชาติที่ครอบคลุมทุกมิติอย่างแท้จริง  เป็นการปรับตัวให้เข้ากับลักษณะการทำสงครามที่เปลี่ยนแปลงไปในศตวรรษที่ 21 และนั่นคือจุดเด่นครับ

Q: มีการสาธิตอาวุธใหม่ๆ ของสหรัฐหรือไม่ 

A: ไม่มีการนำอาวุธใหม่ของสหรัฐฯ มาใช้ แต่มีการนำยุทธวิธี เทคนิค ขั้นตอน และขอบเขตใหม่ๆ มาใช้ และที่สำคัญที่สุดคือ นำมาผสมผสานกันในรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นเต้น

Q: อย่างที่ท่านมักพูดเสมอถึงการป้องปรามเชิงบูรณาการ แล้วการซ้อมรบร่วมเหล่านี้จะหยุดยั้งความขัดแย้งตั้งแต่ก่อนเกิดแทนที่จะเตรียมความพร้อมสู้รบได้อย่างไร 

A: ตามความเข้าใจของผม  ผมคิดว่าหลายชาติที่เข้าร่วมเชื่อในเรื่องสันติภาพผ่านความแข็งแกร่ง ไม่ใช่การเผชิญหน้า แต่เป็นความแข็งแกร่งที่มุ่งมั่นในยามสงบเพื่อรักษาดุลแห่งอำนาจ

ในอินโดแปซิฟิก ยุทธศาสตร์ชาติของสหรัฐที่เผยแพร่วันนี้ (24 ม.ค.) เน้นย้ำจุดยืนและความมุ่งมั่นนั้น รวมทั้งเน้นว่าสหรัฐยังคงให้ความสำคัญกับอินโดแปซิฟิกต่อไปในฐานะกองบัญชาการสำคัญที่สุดของประเทศ และการป้องปรามนั้นจะสำเร็จได้ด้วยสันติภาพ ผ่านความเข้มแข็งทั้งภายในและภายนอก และกระทำด้วยความมั่นใจอย่างเงียบๆ ไม่ใช่การเผชิญหน้า

Q: ด้วยความท้าทายด้านความมั่นคงใหม่ๆ ในปี 2025 อะไรคือความสำคัญสูงสุดของคุณที่่จะทำให้มั่นใจได้ว่า สหรัฐยังคงเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในภูมิภาคนี้ 

A: ครับ สิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดคือการพัฒนาขีดความสามารถในการสู้รบอย่างต่อเนื่อง รักษาคำมั่นสัญญาต่อพันธมิตรและการให้ความร่วมมือของเรา นี่เป็นท่าทีที่เรามีอย่างต่อเนื่อง และล้วนมีความสำคัญต่อเราเป็นอย่างมาก

Q: เวลาอ่านข่าวมักเห็นเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีนเสมอ แต่ในการซ้อมคอบร้าโกลด์ ทำไมจีนจะร่วมกิจกรรมฝึกฝนเพิ่มเติมเช่นเดียวกับอินเดียและออสเตรเลียซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม Quad 

A: จีนเข้าร่วมคอบร้าโลกด์มานานแล้ว โดยซ้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติเท่านั้นครับ

Q: แล้วทำไมกัมพูชาถึงไม่ได้เข้าร่วมด้วย

A: นั่นเป็นการตัดสินใจของกัมพูชา และผมคิดว่าเป็นเรื่องระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งเราเคารพการตัดสินใจนั้น

Q: คุณมองสถานการณ์ด้านความมั่นคงในทะเลจีนใต้อย่างไร  

A: ทะเลจีนใต้ยังคงเป็นพื้นที่ที่แข่งขันกันสูงพันธมิตรและหุ้นส่วนของเราหลายประเทศกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากจีนในเขตพื้นที่สีเทา เนื่องจากจีนอ้างสิทธิ์ทางทะเลเกินขอบเขต ซึ่งมักละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 และคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี 2016 ทำให้ทะเลจีนใต้ตึงเครียดมาโดยตลอด ประเทศพันธมิตรของเรากำลังเผชิญแรงกดดันในเรื่องทรัพยากรอันมีค่าในทะเลจีนใต้ เช่นทรัพยากรประมง สิทธิในแร่ธาตุใต้ทะเล และเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งสิทธิเหล่านี้มีความสำคัญและเป็นผลประโยชน์ที่สำคัญยิ่งของพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา และพวกเราทุกคนมุ่งมั่นที่จะสร้างภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง

Q: คุณอยากจะบอกอะไรให้คนไทยได้ทราบถึงจุดยืนของสหรัฐ 

A: อันดับแรกเลย สนธิสัญญาไมตรีระหว่างไทยกับสหรัฐมีอายุ 193 ปี ไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐอเมริกา และสนธิสัญญาป้องกันร่วมของเรามีอายุ 70 ปี

ประวัติศาสตร์แห่งผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน ประวัติศาสตร์แห่งการเสียสละร่วมกัน และข้อเท็จจริงที่ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในพันธมิตรตามสนธิสัญญาเพียงไม่กี่ประเทศของสหรัฐ แสดงให้เห็นว่าสหรัฐให้ความสำคัญและมุ่งมั่นกับความสัมพันธ์ต่อประเทศไทยมากเพียงใด ในวันจันทร์ (26 ม.ค.) เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยจะไปเยี่ยมอนุสรณ์สถานทหารผู้เสียชีวิต นี่คือความจริงที่ว่าสหรัฐกับไทยสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเสมอ

Q: ตอนนี้จีนแข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะด้านเอไอ คุณคิดว่าตอนนี้จีนน่าเกรงขามพอๆ กับสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็นหรือไม่ 

A: ก่อนอื่นเลย ผมคิดว่าจีนเป็นมหาอำนาจของโลกไปแล้วทุกคนก็ยอมรับเรื่องนี้อย่างเปิดเผย และจีนก็ก้าวหน้ามากในด้านเอไอ การที่เอไอมีความสำคัญอย่างมากต่ออำนาจทางทหารและอำนาจของชาติโดยรวม  เราทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างเท่าเทียมกันในการใช้เอไอด้วยหลักการที่สามารถมั่นใจได้ว่า มันจะไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด และจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชน เรื่องพัฒนาการของเอไอและการประยุกต์ใช้จึงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจต่อไป และเป็นประเด็นที่สำคัญ ผมยอมรับถึงอำนาจที่เพิ่มขึ้นของจีนครับ 

Q: ปลายปีที่แล้วมีข่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะไปเยือนจีนเพื่อหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คุณคาดว่าผลการหารือจะเป็นอะไรได้บ้าง 

A: ผมไม่คาดการณ์ผลลัพธ์นะครับ แต่ประธานาธิบดีสหรัฐมุ่งมั่นสนทนาอย่างสร้างสรรค์กับเหล่าผู้นำ เพื่อสร้างความเข้าใจต่อกัน ป้องกันการประเมินผิดพลาด ผมคิดว่านี่คือปรัชญาอันเป็นพื้นฐานของการเยือนต่างประเทศของผู้นำแต่ละคน

Q: กรณีการปะทะกันของประเทศเพื่อนบ้าน ต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษซึ่งกันและกันอยากทราบว่า ขณะนี้มีเทคโนโลยีตรวจจับได้หรือไม่ว่า ใครเป็นคนยิงก่อน 

A: ใช่ครับ มีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับสิ่งเหล่านั้นได้ คุณสามารถตรวจจับได้ แต่ไม่ใช่เรื่องของเวทมนตร์คาถา มันเป็นไปตามกฎของฟิสิกส์ วิธีการตรวจจับว่าใครเป็นผู้เริ่มต้นนั้นมี และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างทางก็มีความซับซ้อนมาก

Q: ปีที่แล้วไทยปะทะกับกัมพูชาหลายครั้ง ถ้าเช่นนั้นคุณก็รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน 

A: ผมไม่ขอแสดงความเห็นในประเด็นนี้ ผมมีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับความขัดแย้ง

Q: ถ้ามีคนขอให้กองทัพสหรัฐใช้เทคโนโลยีดังกล่าวพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายยิงก่อน สหรัฐจะตอบสนองคำขอหรือไม่ 

A: เทคโนโลยีที่ผมพูดถึงนั้นไม่ใช่ความสามารถที่จะมองเห็นโลกทั้งใบในครั้งเดียว ดังนั้นถ้าเป็นเรื่องที่เราสนใจเราก็มองได้เป็นจุดๆ กรณีเหตุปะทะชายแดนผมพูดไม่ได้ว่า ผมรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดของการเริ่มต้นปะทะ 

 ขอบคุณมากครับสำหรับคำถาม และขอบคุณมากสำหรับความมุ่งมั่นทำหน้าที่สื่อมวลชน เพราะเสรีภาพสื่อเป็นหัวใจสำคัญของสังคมเสรี เราชื่นชมสถาบันสำคัญของไทยและความเป็นพันธมิตรระหว่างเราอย่างยิ่งครับ