สหรัฐและเกาหลีใต้ เห็นพ้องต้องกันที่จะกระชับความร่วมมือเกี่ยวกับ 'เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์' เพื่อต้านอิทธิพลเกาหลีเหนือ
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เผย สหรัฐภายใต้ เอลบริดจ์ โคลบี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และอัน กยูแบ็ก รับมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ เห็นพ้องต้องกันที่จะกระชับความร่วมมือแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นในความพยายามจัดหาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของโซลระหว่างหารือกันในวันจันทร์ (26 ม.ค.)
โคลบี กำลังเยือนเกาหลีใต้เป็นครั้งแรก ซึ่งมีขึ้นขณะที่วอชิงตันส่งสัญญาณคาดหวังให้เกาหลีใต้มีบทบาทผู้นำในการยับยั้งเกาหลีเหนือมากขึ้น
ในแถลงการณ์ กระทรวงฯ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายมองว่าความร่วมมือด้านเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เป็นก้าวสำคัญที่จะเสริมแกร่งความสามารถในการเป็นผู้นำด้านกลาโหมของเกาหลีใต้ในคาบสมุทรเกาหลี และยกระดับพันธมิตรด้านความมั่นคง และเสริมว่า รัฐมนตรีอันยังได้เรียกร้องให้เร่งความคืบหน้าในการถ่ายโอนอำนาจควบคุมการปฏิบัติการในยามสงครามให้กับยังโซล และเรียกร้องให้มีการประสานงานเกี่ยวกับการติดตามผลดำเนินการของพันธมิตรอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ในยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศฉบับใหม่ของเพนตากอนที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (23 ม.ค.) ระบุ สหรัฐคาดหวังว่าบทบาทของตนในการป้องปรามเกาหลีเหนือจะ “จำกัดมากขึ้น” โดยเกาหลีใต้จะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
ด้านพลเอกโคลบี เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกลาโหมและฝ่ายนโยบายต่างประเทศของเพนตากอนโพสต์ใน X เมื่อเดินทางถึงเกาหลีใต้ว่า เกาหลีใต้เป็น “พันธมิตรต้นแบบ” ที่มุ่งมั่นที่จะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคของสหรัฐ
ทั้งนี้ เกาหลีใต้มีกองกำลังสหรัฐประจำการประมาณ 28,500 นาย และเมื่อปีที่แล้ว เกาหลีใต้ได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็น 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งพลเอกโคลบีและเจ้าหน้าที่สหรัฐคนอื่นๆ ต่างชื่นชมว่าเป็นมาตรการที่เสริมสร้างบทบาทของโซลในการยับยั้งเกาหลีเหนือ
นอกจากนี้ สื่อยังรายงานว่า พลเอกโคลบีจะเดินทางเยือนญี่ปุ่นระหว่างการเดินทางเยือนเอเชียครั้งนี้ด้วย





