พาชม ถนน Promenade Davos เวทีคู่ขนานงานประชุม World Economic Forum ที่สะท้อนพลวัตและแนวโน้มของโลกยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน
ในขณะที่สายตาทั่วโลกจับจ้องไปที่การประชุม World Economic Forum (WEF) Annual Meeting ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19–23 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่ผู้นำภาครัฐและเอกชนชั้นนำของโลกมาร่วมถกทิศทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมโลก ถนน Promenade ได้ทำหน้าที่เป็นเวทีคู่ขนานที่สะท้อนพลวัตและแนวโน้มของโลกยุคใหม่ได้อย่างชัดเจนไม่แพ้กัน
ถนน Promenade ซึ่งเป็นถนนสายหลักของเมืองดาวอส และเป็นถนนที่มุ่งหน้าสู่ Davos Congress Centre ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้จัดการประชุม WEF จะเปลี่ยนบทบาททุกปีในช่วงการประชุม WEF จากถนนเงียบสงบของเมืองตากอากาศบนเทือกเขาแอลป์ ให้กลายเป็น “พื้นที่โชว์เคสระดับโลก” ที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ และบริษัทยักษ์ใหญ่จากทั่วโลกเข้ามาเช่าและปรับเปลี่ยนโฉมอาคาร ร้านค้า และโรงแรมตลอดแนวถนน เพื่อใช้เป็น Pavilion หรือสถานที่จัดนิทรรศการ เวทีเสวนา รวมถึงการเปิดตัวนโยบาย เทคโนโลยี และแนวคิดใหม่ ๆ แข่งกับเวลาและความสนใจของผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก
ในปีนี้ ถนน Promenade คึกคักเป็นพิเศษ ด้วยการปรากฏตัวของเคที เพอร์รี ที่ร่วมกิจกรรมบนถนนสายนี้เคียงข้างจันติน ทรูโด อดีตนายกรัฐมนตรีแคนาดา เดินชม Pavillion ของประเทศมหาอำนาจและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ อินเดีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กาตาร์ แอฟริกาใต้ และไนจีเรีย ซึ่งต่างใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นเวทีสื่อสารจุดยืนของตนต่อประชาคมโลก ตั้งแต่ยุทธศาสตร์การลงทุน นโยบายดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ไปจนถึงบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลก
ขณะเดียวกัน บริษัทข้ามชาติระดับโลกก็เข้ามาจับจองพื้นที่บนถนน Promenade อย่างคึกคัก อาทิ Amazon, BlackRock, LinkedIn, TCS, Infosys, Cloudflare, DHL, HCLTech, Emirates และ Marsh บริษัทเหล่านี้ไม่ได้เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการ หากแต่ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็น “เวทีความคิด” หรือ Thought Leadership เพื่อถ่ายทอดมุมมองต่ออนาคตของอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการบริหารความเสี่ยงในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่น่าสนใจคือ ถนน Promenade ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ แต่เปรียบเสมือน “ตัวชี้วัด Trend ของโลก” อย่างไม่เป็นทางการ ว่าขณะนี้ผู้นำประเทศและภาคธุรกิจกำลังให้ความสำคัญกับประเด็นใดเป็นพิเศษ ในปีนี้ ธีมที่โดดเด่นและปรากฏแทบทุกอาคารคือ “AI และ Green Transition” ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้ถูกพูดถึงในฐานะเทคโนโลยีใหม่อีกต่อไป หากแต่ถูกนำเสนอในฐานะโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก ครอบคลุมตั้งแต่การเงิน โลจิสติกส์ การแพทย์ ไปจนถึงการบริหารภาครัฐ ขณะที่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพลังงานสะอาด แต่เชื่อมโยงไปถึงการลงทุน การประเมินความเสี่ยง การจัดการห่วงโซ่อุปทาน และความยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ ถนน Promenade ยังไม่ได้เป็นพื้นที่ของประเทศและบริษัทยักษ์ใหญ่เท่านั้น หากยังเป็นเวทีของสื่อชั้นนำระดับโลกอย่าง CNBC และ The Washington Post ที่ปีนี้ได้เข้ามาจัดโชว์เคสและเวทีสนทนา สะท้อนบทบาทและอิทธิพลของสื่อในฐานะอีกหนึ่งผู้กำหนดวาระและกรอบการรับรู้ของโลกในยุคข้อมูลข่าวสาร
ขณะเดียวกัน ถนนสายนี้ยังสะท้อนอีกด้านหนึ่งของโลกยุคปัจจุบัน นั่นคือเสียงคัดค้านและความไม่พอใจของภาคประชาชน ในช่วงการประชุม WEF ปีนี้ มีการรวมตัวของกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านประเด็นต่างๆ ตั้งแต่ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงบทบาทของบรรษัทข้ามชาติ การเคลื่อนไหวเหล่านี้ แม้อยู่ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่า การกำหนดทิศทางโลกไม่อาจละเลยเสียงของประชาชนได้
ถนน Promenade ในช่วง WEF จึงไม่ใช่เพียงถนนสายหนึ่งในเมืองเล็กๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ หากแต่เป็นภาพสะท้อนของโลกทั้งใบ เป็นพื้นที่ที่อำนาจรัฐ เงินทุน เทคโนโลยี แนวคิด และเสียงคัดค้านมาบรรจบกันอย่างเข้มข้น และเป็นอีกหนึ่งหน้าต่างสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า โลกกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางใด ทั้งในสิ่งที่ถูกนำเสนออย่างสวยงาม และในคำถามที่ยังคงค้างคาอยู่ในสังคมโลก





