ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับเพื่อนบ้านบานปลาย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีสินค้าส่งออกทุกชนิด 100% หากแคนาดาทำข้อตกลงการค้ากับจีน
ทรัมป์ โพสต์ทรูธโซเชียล กล่าวถึง นายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์ ของ แคนาดา โดยเรียก “ผู้ว่าการคาร์นีย์”และกล่าวว่าผู้นำแคนาดา “เข้าใจผิดอย่างร้ายแรง” ที่เปิดประเทศให้ค้าขายกับจีนมากขึ้น รวมถึงข้อตกลงล่าสุดที่อนุญาตให้จีนส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยเยาะเย้ยแคนาดาถึงความปรารถนาของเขาที่จะให้แคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐอเมริกา
“จีนจะกลืนกินแคนาดาอย่างไม่เหลืออะไรเลย รวมถึงทำลายธุรกิจ โครงสร้างทางสังคม และวิถีชีวิตโดยทั่วไปของพวกเขา” ทรัมป์โพสต์
“หากแคนาดาทำข้อตกลงกับจีนสินค้าและผลิตภัณฑ์ของแคนาดาทั้งหมดที่เข้ามาในสหรัฐอเมริกาจะถูกเรียกเก็บภาษี 100% ทันที”
แม้ข้อตกลงที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับออตตาวาจะมีขอบเขตจำกัด แต่ทรัมป์ได้เตือนในโพสต์ต่อมาว่า
“สิ่งสุดท้ายที่โลกต้องการคือการที่จีนเข้ายึดครองแคนาดา มันจะไม่เกิดขึ้น และจะไม่เข้าใกล้ด้วยซ้ำ!”
ด้าน โดมินิก เลอบลอง รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบการค้ากับสหรัฐของแคนาดา กล่าวในโซเชียลมีเดียว่า ประเทศแคนาดาไม่ได้กำลังดำเนินการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับจีน “สิ่งที่บรรลุผลสำเร็จคือการแก้ไขปัญหาภาษีศุลกากรที่สำคัญหลายประเด็น” เขากล่าว
ความเคลื่อนไหวของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากเขาและคาร์นีย์เปิดสงครามน้ำลายกันเรื่องการกระทำของประธานาธิบดีสหรัฐที่จะสร้างความสั่นคลอนให้กับระเบียบโลก เช่น ความพยายามเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ที่คาร์นีย์กล่าวว่า
ประชาชนเดนมาร์กและกรีนแลนด์เท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินใจอนาคตของเกาะแห่งนี้ซึ่งเป็นดินแดนของเดนมาร์ก
สัปดาห์ก่อนจีนและแคนาดาบรรลุข้อตกลงลดภาษีและรื้อฟื้นความสัมพันธ์กันใหม่ เป็นการส่งสัญญาณนโยบายต่างประเทศแคนาดาที่เปลี่ยนแปลงไป และเบี่ยงเบนไปจากวาระการค้าของทรัมป์
คาร์นีย์คาดว่า จีนจะลดภาษีเรปซีดของแคนาดาหรือที่เรียกกันว่าคาโนลา หลังเขาพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในวันที่ 16 ม.ค. ซึ่งเป็นการเยือนปักกิ่งครั้แรกของผู้นำแคนาดาในรอบแปดปี
ในทางกลับกันจีนเปิดตลาดให้รถยนต์ไฟฟ้าจีน 49,000 คันเก็บภาษีราว 6% ยกเลิกภาษีเพิ่มเติม100% ที่แคนาดาเคยเก็บภาษีรถอีวีจีนหนักมากในปี 2024 ตามนโยบายสหรัฐนอกจากนี้จีนจะให้ฟรีวีซ่าแก่ชาวแคนาดาด้วย
หลังจากลงนามข้อตกลงได้ไม่นาน ผู้นำแคนาดาก็แสดงสุนทรพจน์ที่งานเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัมในเมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เตือนถึงการบีบบังคับของมหาอำนาจเห็นได้ชัดว่าเป็นการประณามแนวทางการต่างประเทศของทรัมป์ แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อเขาออกมาก็ตาม
ประธานาธิบดีสหรัฐ สวนกลับด้วยการกล่าวหาแคนาดาไม่สำนักบุญคุณทหารอเมริกันที่คอยปกป้อง พร้อมยืนยันว่า แคนาดา “มีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะสหรัฐ” ซึ่งคาร์นีย์ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว ไม่เพียงเท่านั้นทรัมป์ยังยกเลิกคำเชิญแคนาดามาร่วมในคณะกรรมการสันติภาพ หนึ่งสัปดาห์หลังคาร์นีย์เห็นชอบในหลักการที่จะเข้าร่วม





