วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ทูตอิหร่านแถลง สถานการณ์เริ่มปกติ ‘คนไทยปลอดภัย’ ย้ำ มีโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพเท่านั้น

ทูตอิหร่านแถลง สถานการณ์เริ่มปกติ ‘คนไทยปลอดภัย’ ย้ำ มีโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพเท่านั้น

เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย แถลงสถานการณ์ในอิหร่านเริ่มกลับมาเป็นปกติ ‘คนไทยปลอดภัย’ ย้ำ อิหร่านมีโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพเท่านั้น

อเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ เมื่อวันพุธ (21 ม.ค.) ยืนยัน ชาวต่างชาติ รวมถึงชาวไทย ปลอดภัยดี

ทูตฮัยแดรี กล่าวว่า สถานทูตของประเทศในยุโรปได้อพยพเจ้าหน้าที่ของตนที่อาศัยอยู่ในอิหร่านแล้ว ขณะที่สถานทูตไทยในอิหร่านได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดี และได้ประสานงานกันเรียบร้อย ตอนนี้สถานการณ์ในอิหร่านเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ และสถานทูตแต่ละแห่งสามารถติดต่อประสานงานกับรัฐบาลได้แล้ว

ทูต ย้ำ ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยเพื่อชี้แจงและอธิบายสถานการณ์ในประเทศอย่างชัดเจนและโปร่งใส พร้อมรับรองความปลอดภัยของพลเมืองไทยในอิหร่าน รวมถึงนักเรียนไทยในอิหร่านก็ได้รับการคุ้มครองอย่างดี

สำหรับการจัดเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไทย ทูตอิหร่านยืนยันสถานทูตไทยสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ และได้ติดต่อกับเอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่านแล้ว

ทูตอิหร่านแถลง สถานการณ์เริ่มปกติ ‘คนไทยปลอดภัย’ ย้ำ มีโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพเท่านั้น

ต่างชาติเอื้อใช้ดาวเทียมสตาร์ลิงก์ถือว่า ‘ผิดกฎหมาย’

ประเด็นเรื่องการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตในประเทศ ทูตชี้แจงว่าเป็นการดำเนินการเพื่อตัดการสื่อสารของกลุ่มบุคคลที่สามที่ก่อความวุ่นวาย และป้องกันการรับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนจากต่างชาติ 

ประเด็นที่ต่างชาติให้การสนับสนุนข่าวกรองแก่ผู้ชุมนุม เช่น ผ่านการสื่อสารด้วยดาวเทียมสตาร์ลิงก์ เอกอัครราชทูตเผยว่า ตนเคยเป็นประธานด้านการทูตไซเบอร์มาก่อน และมองว่าสตาร์ลิงก์ถูกใช้เป็นเครื่องมือแทรกแซงกิจการภายในของรัฐอื่น ในช่วงที่เกิดความไม่สงบมีการลักลอบนำอุปกรณ์สื่อสารผ่านดาวเทียมเข้าประเทศ อิหร่านจึงนำเรื่องนี้เข้าสู่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU และ ITU มีมติชัดเจนว่า การให้บริการหรือการแทรกแซงระบบสื่อสารของประเทศอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากรัฐเจ้าของอธิปไตย ถือว่า “ผิดกฎหมาย”

อิหร่าน ยังได้ส่งจดหมายไปยังนอร์เวย์ รวมถึงอีลอน มัสก์ โดยบอกว่าการดำเนินการของ Starlink เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และย้ำว่าไม่ควรให้บริษัทหรือประเทศใดประเทศหนึ่งมีสิทธิ์เหนือกว่าประเทศอื่นในการติดตั้งกลุ่มดาวเทียม

 

พันธมิตรแสดงจุดยืนเคียงข้างอิหร่าน

เมื่อถามว่าชาติเอเชียหรืออาเซียนมีปฏิกิริยากับสถานการณ์ในอิหร่านอย่างไรบ้าง ทูตกล่าวว่า เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศต่างๆ อย่างมาเลเซีย ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเหมือนกับตนเรียบร้อยแล้ว

“ภาคประชาสังคมก็แสดงจุดยืนร่วมกับเรา และรัฐบาลบางแห่งก็แสดงการสนับสนุนเราเป็นอย่างดี” ทูตกล่าว และกล่าวเสริมว่า อิหร่านได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มพันธมิตรสหประชาชาติด้วย

นอกจากนี้อิหร่านยังเป็นสมาชิกขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ และองค์การความร่วมมือนี้ก็ให้การสนับสนุนแก่ประชาชนและรัฐบาลของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเป็นอย่างดี

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการทบทวนการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ ทูตอิหร่านตอบว่า ในยุคนี้การทำนิวเคลียร์ทำได้ง่าย แต่นโยบายที่สำคัญที่สุดคือคำสั่งของผู้นำสูงสุด อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ที่ห้ามการผลิตและการใช้อาวุธทำลายล้างทุกชนิด รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ เคมี รังสี และชีวภาพ ทุกประเภท และไม่เพียงแค่ปฏิบัติตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศเท่านั้น แต่อิหร่านยังปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาอิสลามในคัมภีร์อัลกุรอานด้วย

ทูตฮันแดรี กล่าวว่า ตอนนี้อิหร่านไม่ได้พยายามสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ในทางกลับกันอิหร่านกำลังดำเนินการโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพเท่านั้น และเสริมว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะสามารถยกระดับการรักษาทางการแพทย์ด้วยรังสีวิทยา ฟื้นฟูผู้ป่วยมะเร็งและผู้ป่วยโรคอื่นๆ ได้

เอกอัครราชทูตอิหร่านยังได้ตั้งคำถามถึงการครอบครองนิวเคลียร์ในบางประเทศ เช่น เกาหลีเหนือ โดยบอกว่าบางประเทศไม่ได้ถูกปฏิบัติเหมือนที่อิหร่านกำลังเผชิญ

ทูตอิหร่านแถลง สถานการณ์เริ่มปกติ ‘คนไทยปลอดภัย’ ย้ำ มีโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพเท่านั้น

กฎแห่งป่า

ทูตฮัยแดรี ยังได้พูดถึงระเบียบโลกเสรีนิยมที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ได้เป็นระเบียบโลกที่ให้ความมั่นคงร่วมกัน

“เราทุกคนต่างเผชิญกับกฎแห่งป่า ทุกประเทศรวมถึงเรา ควรตระหนักถึงเรื่องนี้” ทูตย้ำ

ทูตอิหร่านกล่าวต่อว่า อิหร่านตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ ฝ่ายตรงข้ามจึงไม่พอใจที่อิหร่านยิ่งใหญ่

“บทเรียนสำคัญคือความมั่นคงเป็นเรื่องแบ่งแยกไม่ได้ แต่ละประเทศต้องปกป้องความมั่นคงของตนเอง มิฉะนั้นจะเสี่ยงต่อการถูกโจมตีหรือก่อการร้าย”

เอกอัครราชทูตทิ้งท้ายว่าเหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศ ได้สร้างความเสียหายหลายภาคส่วน อาทิ รถดับเพลิงถูกโจมตี 53 คัน รถพยาบาลถูกโจมตีและถูกเผา 180 คัน มีการขัดขวางการส่งตัวผู้บาดเจ็บ และยิงซ้ำผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้อิหร่านพบด้วยว่ามีการว่าจ้างด้วยเงิน 80 ล้านโตมาน สำหรับการโจมตีสถานีตำรวจ และ 50 ล้านโตมานสำหรับการโจมตี-เผา รถของรัฐบาล (ค่าจ้างแรงงานทั่วไปอยู่ที่ 20 ล้านโตมาน) 

อนึ่ง เงิน 1 โตมาน มีมูลค่าประมาณ 10,000 เรียล หรือประมาณ 0.000249 ดอลลาร์

อิหร่านยังพบหลักฐานการแจกจ่ายอาวุธผ่านวิดีโอที่บันทึกได้ และยึดอาวุธจากกลุ่มก่อการร้ายได้กว่า 1,300 กระบอก โดยระบุว่าพฤติกรรมเหล่านี้เลียนแบบรูปแบบของกลุ่ม ISIS ที่เน้นความโหดเหี้ยมและสร้างความหวาดกลัว