ทรัมป์ถอย ยกเลิกการขู่เรียกเก็บภาษีศุลกากร 8 ชาติยุโรป หลังบรรลุกรอบข้อตกลงเกี่ยวกับกรีนแลนด์กับนาโต ซึ่งอาจรวมถึงการได้ประโยชน์จากแร่กรีนแลนด์
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะงดเว้นการเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าจากประเทศในยุโรปที่คัดค้านความพยายามของเขาในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ โดยอ้างถึง “กรอบข้อตกลงในอนาคต” ที่เขากล่าวว่า ได้บรรลุแล้วเกี่ยวกับเกาะดังกล่าว
การตัดสินใจครั้งนี้ ซึ่งทรัมป์ประกาศเมื่อวันพุธ (21 ม.ค.69) ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ถือเป็นการกลับท่าทีอย่างชัดเจนสำหรับประธานาธิบดีที่พยายามบีบบังคับยุโรปเกี่ยวกับกรีนแลนด์มาหลายครั้ง การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากการประชุมกับเลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) มาร์ค รุตเต ที่เวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ในเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตของ “กรอบ” ดังกล่าว และไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงนั้นหมายถึงอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากเดนมาร์กได้ปฏิเสธการเจรจาเกี่ยวกับการยกเกาะกึ่งปกครองตนเองแห่งนี้ให้แก่สหรัฐ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
“เราได้สร้างกรอบข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ และที่จริงแล้วเกี่ยวกับภูมิภาคอาร์กติกทั้งหมด” ทรัมป์โพสต์ “หากข้อตกลงนี้สำเร็จลุล่วง จะเป็นผลดีอย่างมากสำหรับสหรัฐอเมริกา และประเทศสมาชิกนาโตทั้งหมด บนพื้นฐานความเข้าใจนี้ ผมจะไม่เรียกเก็บภาษีนำเข้าที่กำหนดไว้ว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์”
ลาร์ส ล็อกเกอ รัสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก ยินดีกับความคืบหน้าล่าสุด โดยกล่าวในการสัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น DR เมื่อวันพุธว่า “วันนี้จบลงดีกว่าตอนเริ่มต้น” อย่างไรก็ตาม รัสมุสเซน กล่าวเสริมว่า เป็นที่ชัดเจนว่าทรัมป์ยังไม่ละทิ้งความทะเยอทะยานที่จะควบคุมกรีนแลนด์ ซึ่งยังคงเป็น “เส้นแดงสำหรับราชอาณาจักรเดนมาร์ก”
ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวหลังจากโพสต์ข้อความว่า เขาจะเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงในไม่ช้า เขาปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าข้อตกลงนี้ให้สิทธิสหรัฐ ในการเป็นเจ้าของกรีนแลนด์หรือไม่ โดยกล่าวว่า “นี่เป็นข้อตกลงระยะยาว เป็นข้อตกลงระยะยาวที่ดีที่สุด และผมคิดว่ามันทำให้ทุกคนอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก” เขากล่าวว่า ข้อตกลงนี้จะคงอยู่เป็นระยะเวลา “ไม่มีที่สิ้นสุด”
ตลาดหุ้นสหรัฐ พุ่งขึ้นหลังจากมีข่าวว่าภาษีนำเข้าจะไม่ถูกนำมาใช้ โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดของวัน ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และดัชนี Bloomberg Dollar Index ก็ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดของวัน
สิ่งที่สหรัฐมีแนวโน้มจะได้จากกรีนแลนด์
สำนักข่าว Axios รายงานว่ากรอบข้อตกลงนี้รวมถึงหลักการเคารพอำนาจอธิปไตยของเดนมาร์กเหนือกรีนแลนด์ ขณะที่หนังสือพิมพ์ New York Times รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงจากประเทศสมาชิกนาโต ได้หารือกันเมื่อวันพุธเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่าสหรัฐ อาจได้ควบคุมดินแดนเล็กๆ ในกรีนแลนด์ แต่นิวยอร์กไทมส์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าแนวคิดนั้นรวมอยู่ในกรอบข้อตกลงหรือไม่
ในการให้สัมภาษณ์กับทีวีซีเอ็นบีซี ทรัมป์ กล่าวว่า เขาไม่ได้พูดคุยโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ในเดนมาร์กเกี่ยวกับ “แนวคิดของแผน” สำหรับกรีนแลนด์ แต่เสริมว่าเขาคิดว่ารุตเตได้แจ้งให้ผู้นำที่นั่นทราบแล้ว เขายังกล่าวอีกว่าสหรัฐ จะมีส่วนได้สิทธิประโยชน์ในแร่ของกรีนแลนด์ โดยไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม
รุตเตให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ ว่า พวกเขาไม่ได้หารือกันว่ากรีนแลนด์จะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของเดนมาร์กตามข้อตกลงหรือไม่ แต่ประเด็นหลักของการหารือคือ การรับรองการคุ้มครองของนาโตในภูมิภาคอาร์กติก การผลิตพลังงาน และระบบป้องกันขีปนาวุธ
รุตเต กล่าวว่า “เราทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันว่า เมื่อพิจารณาถึงนาโต และสิ่งที่นาโตสามารถทำได้ร่วมกันเพื่อให้แน่ใจว่าภูมิภาคอาร์กติกทั้งหมดปลอดภัย รวมถึงกรีนแลนด์ด้วย เราต้องทำงานในส่วนนั้น” “มันจะต้องมีการทำงานอีกมาก”
ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า จะมีการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบป้องกันขีปนาวุธโดมทองคำ ซึ่งเขาอ้างถึงในการให้เหตุผลในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ “บุคคลอื่นๆ” จะรับผิดชอบการเจรจา ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมในโพสต์ของเขา
โฆษกของนาโต กล่าวในแถลงการณ์หลังการประชุมระหว่างทรัมป์ และรูตเต ว่า “การเจรจาระหว่างเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และสหรัฐอเมริกา จะดำเนินต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่ารัสเซีย และจีนจะไม่สามารถเข้ามามีอิทธิพลทางเศรษฐกิจหรือทางทหารในกรีนแลนด์ได้” และเสริมว่าการหารือ “จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงในแถบอาร์กติกผ่านความพยายามร่วมกันของพันธมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธมิตรในแถบอาร์กติกทั้งเจ็ด”
พันธมิตรอาร์กติกทั้งเจ็ด ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา แคนาดา เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ และไอซ์แลนด์
การที่ทรัมป์ใช้กลยุทธ์เสี่ยงภัยเกี่ยวกับกรีนแลนด์ได้จุดชนวนวิกฤติทางการทูตกับยุโรป และทำให้ตลาดการเงินตื่นตระหนก หนึ่งวันก่อนหน้านั้น ราคาหุ้น และดอลลาร์ร่วงลงก่อนที่ประธานาธิบดีจะยอมถอย
รัฐสภายุโรปได้ระงับการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้าของสหภาพยุโรปกับสหรัฐอเมริกาเพื่อตอบโต้การข่มขู่ที่เพิ่มขึ้นของทรัมป์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะ เรียกเก็บภาษี 10% สำหรับสินค้าจากแปดประเทศในยุโรปรวมถึงอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส และเดนมาร์กในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการซื้อกรีนแลนด์ได้ โดยอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิถุนายน หากยังไม่บรรลุข้อตกลงภายในเวลานั้น
ความไม่แน่นอนยังคงอยู่
แม้ว่าวิกฤตการณ์ในกรีนแลนด์อาจคลี่คลายลงแล้วในขณะนี้ แต่ประธานาธิบดีผู้มีอารมณ์แปรปรวนอย่างทรัมป์อาจจุดชนวนความตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในอนาคต
ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ดาวอสเมื่อช่วงเช้าวันพุธ ทรัมป์ได้ตัดประเด็นการใช้กำลังทหารเพื่อยึดเกาะแห่งนี้ออกไป แต่เขาก็ยังใช้ถ้อยคำในเชิงคุกคามอธิบายว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากยุโรปไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของเขา
“คุณจะตอบว่า ‘ตกลง’ ก็ได้ แล้วเราจะซาบซึ้งมาก หรือคุณจะตอบว่า ‘ไม่’ ก็ได้ แล้วเราจะจดจำเอาไว้” ประธานาธิบดี กล่าว
เขายังแสดงท่าทีไม่พอใจกับถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ของรัสมุสเซน ที่บอกว่าประเทศของเขา “จะไม่เข้าสู่การเจรจาใดๆ บนพื้นฐานของการยอมสละหลักการพื้นฐาน”
“ถ้าเขาอยากบอกผม เขาก็จะต้องบอกผมต่อหน้า” ทรัมป์กล่าวถึงรัสมุสเซน เมื่อถูกถามระหว่างการพบกับเลขาธิการนาโตเกี่ยวกับถ้อยแถลงดังกล่าว
แม้ทรัมป์จะเดินเกมเชิงรุกกับกรีนแลนด์ แต่ก็อาจสร้างความเสียหายถาวรต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ กับพันธมิตรดั้งเดิมของตน เรื่องนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ซึ่งเขาขึ้นภาษีต่อคู่ค้าเก่าแก่ ลดการสนับสนุนยูเครนในการป้องกันตนเองจากรัสเซีย และโจมตีสถาบันระหว่างประเทศหลายแห่ง
นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ กล่าวในสุนทรพจน์ที่ดาวอสว่า เหตุการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า “ระเบียบโลกที่ยึดกติกาเป็นฐาน” (rules-based international order) ได้ตายไปโดยพฤตินัยแล้ว และประเทศต่างๆ ต้องสร้างพันธมิตรใหม่ขึ้นมาเพื่อรับมือยุทธวิธีบีบบังคับจากชาติมหาอำนาจ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอมมานูเอล มาครง ระบุว่า ยุทธศาสตร์การค้าของทรัมป์มีเป้าหมายเพื่อ “ทำให้ยุโรปอ่อนแอ และอยู่ใต้อาณัติ” ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบลเยียม บาร์ต เดอ เวเวอร์ กล่าวว่า เขาไม่ถือว่าสหรัฐ เป็นพันธมิตรอีกต่อไป
ด้านทีมทรัมป์พยายามลดทอนความกังวลเรื่องความเสี่ยงจากกรณีกรีนแลนด์ ขณะที่ประธานาธิบดียังคงเดินหน้าต่อ
แผนการของทรัมป์ต่อกรีนแลนด์สร้างเงาทะมึนปกคลุมการประชุมประจำปีของชนชั้นนำทางธุรกิจทั่วโลกที่ดาวอส ก่อนที่ทรัมป์จะเดินทางไปถึง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ ที่อยู่ที่นั่นได้พยายามพูดลดโอกาสที่จะเกิดการปะทะกันเรื่องเกาะแห่งนี้
รัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ เรียกร้องให้พันธมิตรสหรัฐ ที่โกรธแค้นต่อคำขู่ของทรัมป์ “ลองถอยออกมานิดหนึ่ง” และ “ตั้งสติหายใจลึกๆ” เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบโต้ ส่วนรัฐมนตรีพาณิชย์ โฮวาร์ด ลุตนิก ได้ส่งสัญญาณถึงการถอยในเวทีเสวนาที่ดาวอส โดยบอกกับบรรดาผู้นำโลก และผู้นำธุรกิจที่มาร่วมงานว่าท้ายที่สุดสถานการณ์นี้จะ “จบลงอย่างสมเหตุสมผล”
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





