วิเคราะห์ตัวเลขลงทุน ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง แม้จะใช้เงินมาก แต่คุ้มเกินคุ้ม แล้วประเทศไทยพร้อมแค่ไหนที่จะมีดิสนีย์แลนด์
หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าจะเทียบเคียงกับโปรเจกต์ดิสนีย์แลนด์ไทยแลนด์ได้มากที่สุด น่าจะเป็น “ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง”
เพราะดิสนีย์ฮ่องกงนั้นถูกสร้างขึ้นในเกาะฮ่องกงซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน มีระบบการค้าแบบเสรี ระบบที่ดินแบบกรรมสิทธิ์ รัฐมิใช่เจ้าที่ดินแบบจีนแผ่นดินใหญ่ที่จะสามารถเสก หรือเวนคืนที่ดินผืนใหญ่ได้ชั่วพริบตา หรือแม้กระทั่งดึงดูดทรัพยากรของทั้งประเทศมาลงที่โปรเจกต์นี้อันเดียว จำต้องต่อรองและหาผู้ลงทุนทั้งภายในและภายนอกมาร่วมทุน
ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงนั้นเริ่มเปิดในปี 2005 และมีต้นทุนสร้างทั้งหมดที่ 3,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 109,954 ล้านบาท ซึ่งเงินลงทุนตั้งต้นนี้แบ่งเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งคืองบการก่อสร้างเฉพาะสวนสนุก ประมาณ 1,800 ล้านดอลลาร์ และส่วนที่เหลืออีก 1,700 ล้านดอลลาร์คือส่วนของรีสอร์ตที่พัก
งบลงทุนจำนวนมหาศาลทั้งหมดกว่าแสนล้านนี้ ย้ำว่าเป็นการลงทุนเฉพาะเฟส 1 เท่านั้น หากท่านผู้อ่านเคยไปดิสนีย์ฮ่องกงจะรู้สึกเหมือนกันกับคนทั่วโลกนั่นคือ ทำไมมันเล็กจัง เมื่อเทียบกับดิสนีย์ที่อเมริกาหรือแม้กระทั่งญี่ปุ่น เพราะเครื่องเล่นน้อย พื้นที่ก็น้อย และประเด็นที่จะสื่อก็คือ ขนาดดิสนีย์แลนด์ที่ขนาดเล็กที่สุด ยังใช้งบก่อสร้างแสนล้าน
รัฐบาลฮ่องกงก็ควักเงินลงทุนไปกับโปรเจกต์นี้เพิ่มอีก 16,000 ล้านบาทสำหรับการเตรียมพร้อมที่ดิน ทั้งการเวนคืน การถมที่ดิน การสร้างถนน สร้างรถไฟ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้ยอดลงทุนรวมสุทธิเกือบ 125,000 ล้านบาท ซึ่งก็เป็นเงินที่มากอยู่ ณ ตอนนั้นไม่นับรวมเรื่องของค่าเงินตามกาลเวลาตามหลักการเงิน หมายความว่า การลงทุนดิสนีย์ ณ ตอนนี้จะต้องมากกว่าแสนล้าน อย่างมีนัยยะสำคัญ
โครงสร้างของเงินลงทุนนี้ 53% คือรัฐบาลฮ่องกง และที่เหลือคือ บ.กลุ่มดิสนีย์ 47% หมายความว่า ทางฮ่องกงจ่ายเงินทั้งหมดคือ 74,275 ล้านบาท ณ ปี 2005 เพื่อเนรมิตให้โปรเจกต์นี้เป็นจริง ไม่นับรวมการขยายพื้นที่ในเฟสต่อๆ มาที่รัฐก็จำต้องอุ้มดิสนีย์อีก โดยในปี 2016 ก็มีการระดมทุนเพิ่มอีก 44,000 ล้านบาทเพื่อขยายสวนสนุก
ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงคิดค่าตั๋วประมาณ 3,150 บาท (ตั๋วชั้นล่างสุด) โดยมีคนเข้าดิสนีย์แลนด์ทุกปี (เว้นปีโควิด) อยู่ที่ 4-8 ล้านคนเฉลี่ย ช่วงปีแรกๆ คนอาจจะเข้าน้อยหน่อยแต่ก็เริ่มต้นที่เฉลี่ย 4 ล้านคนต่อปี พอเปิดไปได้สัก 3-4 ปี คนก็เข้ามากขึ้นเฉลี่ย 5-6 ล้านคนต่อปี และล่าสุด 2 ปีหลังโควิดคนเข้าเฉลี่ย 6-8 ล้านคน
คิดแบบหยาบที่สุด คนเฉลี่ยเข้าดิสนีย์ 6 ล้านคนต่อปี ค่าตั๋ว (แบบถูกสุด) 3,150 บาท ดำเนินการมา 20 ปี ก็เป็นเงิน 378,000 ล้านบาทแล้ว ไม่นับรวมรายได้จากทางอื่น อาทิ การขายของที่ระลึก น้ำ อาหาร รวมถึงโรงแรม ไม่นับรวมตัวเลขทางเศรษฐกิจผลพลอยได้จากรายได้อื่นๆ ไม่นับมูลค่าที่ดิน การจ้างงานและการกระจายความเจริญ
จึงสามารถสรุปได้ว่า โปรเจกต์ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงนั้น ถึงจะใช้เงินมาก แต่คุ้มเกินคุ้ม สมควรที่ไทยจะลงมือทำเสียที





