“รัสเซีย” ชี้ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ยึดครองกรีนแลนด์เป็นเรื่อง “ผิดปกติ” ทั่วโลกต้องเกาะติดสถานการณ์ไม่ให้คาดสายตา
สื่อทางการรัสเซียรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 ม.ค.) ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินระบุ สถานการณ์นี้ผิดปกติ อาจถึงขั้นพูดได้ว่า ไม่ธรรมดาเลย เมื่อพิจารณาจากกฎหมายระหว่างประเทศ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เคยกล่าวไว้ถึงความต้องการครอบครองกรีนแลนด์ ดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก นับตั้งแต่สหรัฐได้มีปฏิบัติการโค่นล้มประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนสุเอลาเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์ระบุต้องการกรีนแลนด์ โดยอ้างความมั่นคงของประเทศ และมีเพียงวอชิงตันสามารถต่อต้านภัยคุกคามเกาะแห่งนี้จากรัสเซีย และจีน
รัสเซีย ร้องทั่วโลก จับตาทรัมป์
โฆษกเครมลินชี้ว่า กฎหมายระหว่างประเทศไม่ใช่ความสำคัญอันดับแรกสำหรับทรัมป์ สถานการณ์กำลังพัฒนาไปในหนทางที่แตกต่าง ซึ่งรัสเซียและทั่วโลกควรเฝ้าติดตาม
การพูดครั้งนี้ของเปสคอฟ เกิดขึ้นไม่นานหลังจากสหรัฐ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ได้จัดการเจรจาสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของเกาะในแถบอาร์กติกแห่งนี้
การประชุมจัดขึ้นที่ทำเนียบขาว ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก ลาร์ส ล็อกเกอ ราสมุสเซน เผยภายหลังว่าเป็น "การประชุมที่ตรงไปตรงมาแต่สร้างสรรค์" สิ้นสุดลงในวันพุธโดยไม่มีความคืบหน้าทางการทูตใดๆ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะตกลงที่จะเจรจากันต่อไป ผ่านคณะทำงานระดับสูงก็ตาม
เมื่อเร็วๆนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กไทมส์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่ “ต้องการกฎหมายระหว่างประเทศ” และมีเพียง “ศีลธรรม” และความคิดของเขาเองเท่านั้นที่จะหยุดเขาได้
ขณะเดียวกัน สมาชิกนาโต หลายประเทศได้ส่งกองกำลังทหารขนาดเล็กไปยังกรีนแลนด์ เพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มกำลังทหารในและรอบ ๆ เกาะที่มีประชากรเบาบางแห่งนี้
เดนมาร์ก ซึ่งรับผิดชอบด้านการป้องกันประเทศกรีนแลนด์ ขณะที่เยอรมนี ฝรั่งเศส สวีเดน และนอร์เวย์ ต่างยืนยันแผนการเข้าร่วมการฝึกซ้อมร่วมกัน ซึ่งรู้จักกันในชื่อ "ปฏิบัติการอาร์กติกยั่งยืน"
อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ออกมาระบุว่า การกล่าวหาปักกิ่ง และมอสโกเป็นภัยคุกคามต่อกรีนแลนด์นั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ พร้อมชี้ว่า ชาติตะวันตกมีมาตรฐานมีสอง
กรีนแลนด์ เป้าหมายสหรัฐ ชิงทรัพยากร
ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาว เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาซื้อดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์กซึ่งเป็นสมาชิกนาโตเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ ในการดำเนินการด้วยกำลังทหาร เพื่อผนวกดินแดนดังกล่าว
เดนมาร์กและกรีนแลนด์ ระบุว่า ดินแดนนี้ไม่ได้มีไว้ขาย ซึ่งเดนมาร์กชี้ว่า การใช้ปฏิบัติการทางทหารจะหมายถึงจุดจบของพันธมิตรป้องกันประเทศข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
ในแถลงการณ์ร่วมเมื่อคืนวันศุกร์ ผู้นำพรรคการเมืองของกรีนแลนด์ รวมถึงพรรคฝ่ายค้าน ได้ย้ำข้อเรียกร้องให้ "สหรัฐหยุดไม่เคารพประเทศของเรา"
"เราไม่ต้องการเป็นชาวอเมริกัน เราไม่ต้องการเป็นชาวเดนมาร์ก เราต้องการเป็นชาวกรีนแลนด์ อนาคตของกรีนแลนด์ต้องถูกตัดสินโดยชาวกรีนแลนด์เอง" แถลงการณ์ร่วมพรรคการเมืองของกรีนแลนด์ระบุ
แม้จะกรีนแลนด์จะเป็นดินแดนที่มีประชากรเบาบางที่สุด แต่ที่ตั้งของกรีนแลนด์ซึ่งอยู่ระหว่างอเมริกาเหนือและอาร์กติก ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับระบบเตือนภัยล่วงหน้า ในกรณีที่มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธ และสำหรับการตรวจเรือทหารในภูมิภาคนี้
ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า กรีนแลนด์มีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ โดยอ้างแบบไม่มีหลักฐานว่า "ทั่วทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยเรือของรัสเซียและจีน"
ปัจจุบันสหรัฐมีกำลังพลทหารประจำการถาวรมากกว่า 100 นายที่ฐานทัพปิตูฟฟิก ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นฐานทัพที่สหรัฐดำเนินการมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง
ภายใต้ข้อตกลงที่มีอยู่กับเดนมาร์ก สหรัฐมีอำนาจที่จะนำกองกำลังจำนวนมากเท่าที่ต้องการไปยังกรีนแลนด์
อย่างไรก็ตาม ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้มีความสนใจทรัพยากรธรรมชาติในกรีนแลนด์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแร่ธาตุหายาก ยูเรเนียม และเหล็ก ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้น้ำแข็งละลาย ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่า กรีนแลนด์อาจมีแหล่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติสำรองจำนวนมาก
อ้างอิง CNBC





