background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'หวัง อี้' ยกย่อง 'นายกฯ แคนาดา' เยือนปักกิ่ง จุดเปลี่ยนการฟื้นสัมพันธ์

'หวัง อี้' ยกย่อง 'นายกฯ แคนาดา' เยือนปักกิ่ง จุดเปลี่ยนการฟื้นสัมพันธ์

'หวัง อี้' รัฐมนตรีต่างประเทศจีนกล่าวยกย่อง มาร์ก คาร์นีย์ นายกฯ แคนาดา เยือนปักกิ่ง คือ "จุดเปลี่ยน" การฟื้นสัมพันธ์สองประเทศ

หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนกล่าวยกย่องการเยือนปักกิ่งในสัปดาห์นี้ของ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา โดยเรียกว่าเป็น “จุดเปลี่ยน” ในการทำงานเพื่อปรับความสัมพันธ์ใหม่ หลังมีการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกันมานานหลายเดือน

“นี่คือการเยือนจีนที่สำคัญครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีแคนาดาในรอบ 8 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาและเหตุการณ์ที่สำคัญสำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างเรา” หวัง กล่าว

คำกล่าวของหวัง ซึ่งเป็นนักการทูตระดับสูงสุดของจีนมีขึ้นขณะพบปะกับ อนิตา อานันด์ รัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดา ผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้แทนในการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีแคนาดา นับตั้งแต่ปี 2017

'หวัง อี้' ยกย่อง 'นายกฯ แคนาดา' เยือนปักกิ่ง จุดเปลี่ยนการฟื้นสัมพันธ์

(ซ้าย) อนิตา อานันด์ (ขวา) หวัง อี้

หวังกล่าวเสริมด้วยว่า จีนมีความมุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์กับแคนาดาแน่นแฟ้นมากขึ้น พร้อมกำจัดการแทรกแซง แต่ไม่ระบุเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสัญญาณการแทรกแซงใดๆ

ด้านสำนักงานนายกรัฐมนตรีแคนาดา แถลงว่า อานันด์ได้กล่าวชื่นชมการทำงานเบื้องหลังในการจัดเตรียมการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นของคาร์นีย์กับผู้นำจีน เพื่อ “ให้มั่นใจว่าการประชุมเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จ”

นับตั้งแต่บรรยากาศการพบกันระหว่างคาร์นีย์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เป็นไปได้ด้วยดีในเกาหลีใต้เมื่อปีก่อน ทั้งสองประเทศได้แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาร่วมกันที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์ช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์นับตั้งแต่ปี 2017

สานสัมพันธ์ขยายการค้า

ช่วงที่จีนและแคนาดามีความสัมพันธ์ตึงเครียดมากที่สุดคือ หลังรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กำหนดอัตราภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจีนในปี 2024 โดยดำเนินมาตรการที่คล้ายคลึงกับสหรัฐ

ต่อมาในเดือนมีนาคมปีก่อนจีนตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารของแคนาดามูลค่ากว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์ เช่น น้ำมันและกากคาโนลาตามข้อมูลศุลกากรที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (14 ม.ค.) ระบุว่า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้จีนนำเข้าสินค้าจากแคนาดาลดลง 10.4% ในปี 2025

ตอนนี้การกลับมาสานสัมพันธ์กับจีนอีกครั้ง ได้รับแรงผลักดันมาจากความต้องการขยายตลาดส่งออกให้หลากหลายมากขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกำหนดภาษีสินค้าแคนาดาเมื่อปีที่แล้ว และเสนอให้แคนาดา ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐไปเป็นรัฐที่ 51

ความพยายามในการเริ่มต้นการเจรจาครั้งใหม่มีความคืบหน้ามากขึ้น นับตั้งแต่คาร์นีย์เข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่ายได้จัดการประชุมและโทรศัพท์พูดคุยกัน ซึ่งปูทางไปสู่การประชุมของผู้นำทั้งสองในเกาหลีใต้เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน และนำมาสู่การเยือนจีนในเดือนนี้

นักธุรกิจแคนาดามองบวก

ก่อนหน้านี้สื่อของรัฐบาลจีนได้กล่าวโทษนโยบายของรัฐบาลทรูโดที่ดำเนินการตามสหรัฐที่มุ่งสกัดกั้นจีน ว่าเป็นสาเหตุหลักของความตึงเครียด

“มันค่อนข้างยากลำบากที่ได้เห็นการบริหารงานของรัฐบาลชุดก่อน” เจคอบ คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ WPIC Marketing + Technologies บริษัทสัญชาติแคนาดาที่ตั้งอยู่ในปักกิ่ง ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทเสื้อผ้า Arcteryx และ Lululemon ในการเปิดตัวสินค้าในจีนกล่าว

“เรารู้ว่าคาร์นีย์มีประสบการณ์ทางธุรกิจมากมาย และเขาเคยไปจีนมาหลายครั้งแล้วดังนั้นจากมุมมองของภาคธุรกิจ เราจึงมองในแง่ดีและมั่นใจมาก” คุกกล่าวกับรอยเตอร์

นับตั้งแต่เดินทางถึงปักกิ่งเมื่อวันพุธ คาร์นีย์ได้พบกับผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มธุรกิจจีน เช่น บริษัท Contemporary Amperex Technology (CATL)ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ และบริษัท China National Petroleum Corp

นายกฯ แคนาดายังได้พบกับเจ้าหน้าที่จากบริษัทผลิตกังหันลมอัจฉริยะ Envision Energy, ธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน, บริษัทลงทุน Primavera Capital Group และบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อาลีบาบาด้วย

นอกจากนี้ คาร์นีย์ยังมีกำหนดจะพบกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงของจีนในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี (15 ม.ค.) และพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในวันศุกร์ (16 ธ.ค.)