วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

'หวัง อี้' ยกย่อง 'นายกฯ แคนาดา' เยือนปักกิ่ง จุดเปลี่ยนการฟื้นสัมพันธ์

'หวัง อี้' รัฐมนตรีต่างประเทศจีนกล่าวยกย่อง มาร์ก คาร์นีย์ นายกฯ แคนาดา เยือนปักกิ่ง คือ "จุดเปลี่ยน" การฟื้นสัมพันธ์สองประเทศ

หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนกล่าวยกย่องการเยือนปักกิ่งในสัปดาห์นี้ของ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา โดยเรียกว่าเป็น “จุดเปลี่ยน” ในการทำงานเพื่อปรับความสัมพันธ์ใหม่ หลังมีการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกันมานานหลายเดือน

“นี่คือการเยือนจีนที่สำคัญครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีแคนาดาในรอบ 8 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาและเหตุการณ์ที่สำคัญสำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างเรา” หวัง กล่าว

คำกล่าวของหวัง ซึ่งเป็นนักการทูตระดับสูงสุดของจีนมีขึ้นขณะพบปะกับ อนิตา อานันด์ รัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดา ผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้แทนในการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีแคนาดา นับตั้งแต่ปี 2017

'หวัง อี้' ยกย่อง 'นายกฯ แคนาดา' เยือนปักกิ่ง จุดเปลี่ยนการฟื้นสัมพันธ์

(ซ้าย) อนิตา อานันด์ (ขวา) หวัง อี้

หวังกล่าวเสริมด้วยว่า จีนมีความมุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์กับแคนาดาแน่นแฟ้นมากขึ้น พร้อมกำจัดการแทรกแซง แต่ไม่ระบุเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสัญญาณการแทรกแซงใดๆ

ด้านสำนักงานนายกรัฐมนตรีแคนาดา แถลงว่า อานันด์ได้กล่าวชื่นชมการทำงานเบื้องหลังในการจัดเตรียมการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นของคาร์นีย์กับผู้นำจีน เพื่อ “ให้มั่นใจว่าการประชุมเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จ”

นับตั้งแต่บรรยากาศการพบกันระหว่างคาร์นีย์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เป็นไปได้ด้วยดีในเกาหลีใต้เมื่อปีก่อน ทั้งสองประเทศได้แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาร่วมกันที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์ช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์นับตั้งแต่ปี 2017

สานสัมพันธ์ขยายการค้า

ช่วงที่จีนและแคนาดามีความสัมพันธ์ตึงเครียดมากที่สุดคือ หลังรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กำหนดอัตราภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจีนในปี 2024 โดยดำเนินมาตรการที่คล้ายคลึงกับสหรัฐ

ต่อมาในเดือนมีนาคมปีก่อนจีนตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารของแคนาดามูลค่ากว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์ เช่น น้ำมันและกากคาโนลาตามข้อมูลศุลกากรที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (14 ม.ค.) ระบุว่า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้จีนนำเข้าสินค้าจากแคนาดาลดลง 10.4% ในปี 2025

ตอนนี้การกลับมาสานสัมพันธ์กับจีนอีกครั้ง ได้รับแรงผลักดันมาจากความต้องการขยายตลาดส่งออกให้หลากหลายมากขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกำหนดภาษีสินค้าแคนาดาเมื่อปีที่แล้ว และเสนอให้แคนาดา ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐไปเป็นรัฐที่ 51

ความพยายามในการเริ่มต้นการเจรจาครั้งใหม่มีความคืบหน้ามากขึ้น นับตั้งแต่คาร์นีย์เข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองฝ่ายได้จัดการประชุมและโทรศัพท์พูดคุยกัน ซึ่งปูทางไปสู่การประชุมของผู้นำทั้งสองในเกาหลีใต้เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน และนำมาสู่การเยือนจีนในเดือนนี้

นักธุรกิจแคนาดามองบวก

ก่อนหน้านี้สื่อของรัฐบาลจีนได้กล่าวโทษนโยบายของรัฐบาลทรูโดที่ดำเนินการตามสหรัฐที่มุ่งสกัดกั้นจีน ว่าเป็นสาเหตุหลักของความตึงเครียด

“มันค่อนข้างยากลำบากที่ได้เห็นการบริหารงานของรัฐบาลชุดก่อน” เจคอบ คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ WPIC Marketing + Technologies บริษัทสัญชาติแคนาดาที่ตั้งอยู่ในปักกิ่ง ซึ่งทำงานร่วมกับบริษัทเสื้อผ้า Arcteryx และ Lululemon ในการเปิดตัวสินค้าในจีนกล่าว

“เรารู้ว่าคาร์นีย์มีประสบการณ์ทางธุรกิจมากมาย และเขาเคยไปจีนมาหลายครั้งแล้วดังนั้นจากมุมมองของภาคธุรกิจ เราจึงมองในแง่ดีและมั่นใจมาก” คุกกล่าวกับรอยเตอร์

นับตั้งแต่เดินทางถึงปักกิ่งเมื่อวันพุธ คาร์นีย์ได้พบกับผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มธุรกิจจีน เช่น บริษัท Contemporary Amperex Technology (CATL)ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ และบริษัท China National Petroleum Corp

นายกฯ แคนาดายังได้พบกับเจ้าหน้าที่จากบริษัทผลิตกังหันลมอัจฉริยะ Envision Energy, ธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน, บริษัทลงทุน Primavera Capital Group และบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อาลีบาบาด้วย

นอกจากนี้ คาร์นีย์ยังมีกำหนดจะพบกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงของจีนในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี (15 ม.ค.) และพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในวันศุกร์ (16 ธ.ค.)