จับตาอนาคตภาษีสหรัฐในอุ้งมือศาลฎีกา เมื่อทรัมป์ครวญ ‘เราพังแน่’

ภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เก็บกับแทบทุกประเทศ กำลังเผชิญบททดสอบอำนาจประธานาธิบดีครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อศาลฎีกาเตรียมพิพากษาการเก็บภาษีคู่ค้าของทรัมป์ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
เดิมทีศาลฎีกามีกำหนดพิพากษาเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ก็เลื่อนมาเป็นวันพุธที่ 14 ม.ค. ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร คดีนี้กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อหลายบริษัท อาทิ คอสโก ยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐด้วยหวังว่า หากศาลพิพากษาทรัมป์ไม่มีอำนาจเก็บภาษี พวกตนก็จะได้เงินชดเชยภาษีนำเข้า
ศาลเปิดรับฟังข้อโต้แย้งไปแล้วในช่วงต้นเดือน พ.ย.ผู้พิพากษาทั้งฝ่ายอนุรักษนิยมและฝ่ายเสรีนิยมต่างตั้งคำถามถึงวิธีการที่ประธานาธิบดีใช้ในการกำหนดภาษีศุลกากรที่หว่านแหมากที่สุดของเขา โดยทรัมป์กำหนดภาษีศุลกากรจากกฎหมายปี 1977 ที่มีไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ
รัฐบาลทรัมป์ยื่นอุทธรณ์ไปแล้วเช่นกันเมื่อปีที่แล้วและช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงความกังวลต่อคำพิพากษาบ่อยครั้ง ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ (12 ม.ค.) ว่า หากเก็บภาษีกับประเทศอื่นไม่ได้ จะเป็น “ความเสียหายใหญ่หลวง” ต่อสหรัฐ แถมยังโพสต์ทรูธโซเชียลอีกยาวยืด
"ตัวเลขแท้จริงที่เราต้องจ่ายคืน ถ้าศาลฎีกาไม่เห็นชอบที่สหรัฐอเมริกาเก็บภาษี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะมากมายหลายแสนล้านดอลลาร์ นั่นยังไม่รวมถึงจำนวน “เงินคืน” ที่ประเทศและบริษัทต่างๆ เรียกร้องสำหรับการลงทุนเข้ามาสร้างโรงงานใหญ่น้อยและอุปกรณ์เพื่อไม่ต้องจ่ายภาษีดังกล่าว
เมื่อรวมการลงทุนเหล่านี้เข้าไป เรากำลังพูดถึงเงินนับล้านล้านดอลลาร์! มันจะเป็นความโกลาหลอย่างสิ้นเชิง ประเทศเราแทบจ่ายไม่ได้เลย
ใครก็ตามที่บอกว่าสิ่งนี้สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย กำลังให้คำตอบที่ผิดพลาด ไม่ถูกต้อง หรือไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่านี่คือปัญหาที่ใหญ่โตและซับซ้อนมาก
มันอาจจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ถ้ามันเป็นไปได้ จำนวนเงินที่ต้องพูดถึงจะมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อมากขนาดที่ต้องใช้เวลาหลายปี เพียงแค่จะคำนวณว่าเรากำลังพูดถึงเงินจำนวนเท่าใดและใครต้องจ่าย ใครต้องรับ จ่ายเมื่อใดและจ่ายที่ไหน
จำไว้ให้ดี เมื่ออเมริกาส่องแสงเจิดจรัสโลกทั้งโลกก็ส่องแสงเจิดจรัสตามไปด้วย
พูดกันตรง ๆ ถ้าศาลฎีกาตัดสินไม่เป็นคุณกับสหรัฐอเมริกาในเรื่อง “ขุมทรัพย์ด้านความมั่นคงแห่งชาติ” นี้ละก็ พวกเราพังแน่นอน!
ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ ทรัมป์"
![]()
ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า หากศาลฎีกาไม่เห็นชอบ ซึ่งเขามองว่าไม่น่าเป็นไปได้ กระทรวงการคลังก็มีเงินมากพอรองรับการคืนเงิน แต่เขาคิดว่าภาคธุรกิจไม่น่าจะส่งเงินคืนนั้นไปให้ผู้บริโภค
“ถ้าเราต้องทำอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา แต่ผมขอบอกว่า ถ้ามันเกิดขึ้นซึ่งผมไม่คิดว่าจะเกิด ผลประโยชน์มีแต่จะตกกับบริษัท”
“คอสโก บริษัทที่ฟ้องรัฐบาลสหรัฐ จะส่งเงินคืนให้กับลูกค้าเหรอ?” เบสเซนต์กล่าวกับรอยเตอร์
- โพสต์ทรัมป์สำคัญไฉน?
ประธานาธิบดีโพสต์ข้อความเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนการตัดสินของศาลที่กำลังจะมาถึง โดยให้เหตุผลมาหลายวันแล้วว่ารัฐบาลจะประสบปัญหาในการยกเลิกภาษีนำเข้า หากผู้พิพากษาตัดสินว่าเขาไม่มีอำนาจที่จะกำหนดภาษีเหล่านั้นแต่เพียงฝ่ายเดียว ในข้อความล่าสุดของเขา เขายังคงบอกเป็นนัยว่าการชำระคืน “อาจเป็นไปไม่ได้”
ในช่วงปีที่ผ่านมา ทรัมป์และคนในรัฐบาลโจมตีศาลอย่างต่อเนื่อง โดยโอดครวญเมื่อผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางตัดสินคดีขัดแย้งกับนโยบายของพวกเขา ตั้งแต่เรื่องการเข้าเมืองไปจนถึงภาษีศุลกากร กับศาลฎีกาก็เช่นกัน เจ้าหน้าที่พยายามที่จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจผ่านถ้อยแถลงและการให้สัมภาษณ์ขณะที่ผู้พิพากษาศาลฎีกาก็ออกมาโต้แย้งในบางครั้ง
ตามรายงานของนิวส์วีค ดูเหมือนทรัมป์จะกังวลว่า หากศาลฎีกาตัดสินให้ฝ่ายโจทก์ชนะ เขาจะต้องคืนเงินที่เก็บจากภาษีนำเข้าสินค้าต่างๆ ในระดับที่แตกต่างกันตามประเภทสินค้า อย่างไรก็ตาม ศาลมีอำนาจที่จะตัดสินกลางๆ ได้ซึ่งหมายความว่าอาจมีการคืนเงินเพียงบางส่วนเท่านั้น
รัฐบาลยังบอกด้วยว่า หากศาลตัดสินว่า การเก็บภาษีตามกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจระหว่างประเทศฉุกเฉิน (ไออีอีพีเอ) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลอาจใช้วิธีอื่นเก็บภาษีได้
นักวิจารณ์กล่าวว่า นโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการปรับเปลี่ยน การยกเลิก และการนำค่าธรรมเนียมกลับมาใช้ใหม่หลายครั้ง ขึ้นอยู่กับสินค้าหรือประเทศสร้างความยุ่งยากให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันมากเกินไป ที่กล่าวว่า พวกเขาเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายแทนประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษี







