อิหร่านเปิดช่องทางสื่อสารกับสหรัฐ ทำเนียบขาวย้ำใช้การทูตก่อน

รัฐบาลเตหะรานแถลงยังเปิดช่องทางการสื่อสารกับวอชิงตัน ขณะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พิจารณารับมือการประท้วงนองเลือดทั่วประเทศอิหร่าน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ตามที่ ทรัมป์ กล่าวในวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ว่า สหรัฐอาจพบกับเจ้าหน้าที่อิหร่านและเขาได้ติดต่อกับฝ่ายค้านอิหร่านแล้ว พร้อมๆ กับเพิ่มแรงกดดันผู้นำ รวมถึงการขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารกรณีใช้ความรุนแรงถึงแก่ชีวิตกับผู้ประท้วง
แม้การโจมตีทางอากาศจะเป็นหนึ่งในหลายๆ ทางเลือกของทรัมป์ แต่นางสาวแคโรไลน์ ลีวิต โฆษกทำเนียบขาวแถลงในวันจันทร์ (12 ม.ค.)
“การทูตเป็นทางเลือกแรกของประธานาธิบดีเสมอ”
“สิ่งที่คุณได้ยินจากรัฐบาลอิหร่านพูดออกสื่อนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากข้อความที่ฝ่ายบริหารได้รับเป็นการส่วนตัว และดิฉันคิดว่าประธานาธิบดีสนใจที่จะพิจารณาข้อความเหล่านั้น” โฆษกกล่าว
ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวในวันจันทร์ ว่า รัฐบาลเตหะรานกำลังศึกษาแนวคิดที่วอชิงตันเสนอมาแม้ว่าแนวคิดเหล่านั้นจะ “ไม่สอดคล้อง” กับภัยคุกคามของสหรัฐก็ตาม
“การติดต่อสื่อสารระหว่าง (ทูตพิเศษสหรัฐ สตีฟ) วิตคอฟฟ์กับผมยังคงดำเนินต่อไปทั้งก่อนและหลังการประท้วง และยังคงดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน” นายอารักชีกล่าวกับอัล จาซีรา
ขณะนี้ผู้นำอิหร่านซึ่งอิทธิพลในภูมิภาคลดลงอย่างมาก กำลังเผชิญกับการประท้วงอย่างรุนแรงพัฒนามาจากความไม่พอใจต่อความยากลำบากทางเศรษฐกิจอย่างสาหัส ไปสู่การเรียกร้องอย่างท้าทายให้โค่นล้มระบอบการปกครองของกลุ่มผู้นำศาสนาที่ฝังรากลึกมานาน







