ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย ฝันที่ (กว่าจะ) เป็นจริง? | กันต์ เอี่ยมอินทรา

ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย ฝันที่ (กว่าจะ) เป็นจริง? | กันต์ เอี่ยมอินทรา

ดิสนีย์แลนด์ในเมืองไทย จะมีขึ้นได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงแค่ฝัน ไทยยังขาดอะไรที่ยังไม่สามารถดึงสวนสนุกระดับโลกเข้ามาลงทุนได้

ใกล้เลือกตั้งขึ้นทุกวัน เกิดนโยบายขายฝันใหม่ๆ มากมาย และหนึ่งในนั้นคือ เรื่องดิสนีย์แลนด์ - Disney's Land เมืองไทย

จะว่าไปยุคทองของสวนสนุกไทยได้ผ่านพ้นไปแล้ว ทั้งแดนเนรมิต (ที่ปิดไปแล้ว) สวนสยาม หรือแม้กระทั่งดรีมเวิลด์ก็อายุเกิน 40 ปีแล้วทั้งสิ้น ไม่มีสวนสนุกขนาดใหญ่ๆ สร้างใหม่ 100% สวนสนุกใหม่ก็มีขนาดเล็กระดับจังหวัดหรือภูมิภาค เช่น สวนน้ำต่างๆ สวนสัตว์ขนาดใหญ่ก็ไม่มี ถือเป็นโอกาสที่เสียไปของเยาวชนรุ่นนี้

ข่าวลือเรื่องดิสนีย์แลนด์เมืองไทย ไม่ใช่เรื่องใหม่ ดังนั้นการเสนอศึกษาเรื่องสร้างดิสนีย์แลนด์ในพื้นที่ EEC ก็ไม่ใช่นโยบายใหม่ ซึ่งในความเป็นจริงทำได้ไม่ง่าย เพราะต้องอาศัยทั้งปัจจัยภายในคือ การระดมทุน โครงสร้างพื้นฐาน ถนน รถไฟ หรือแม้กระทั่งโรงแรมที่พัก และปัจจัยภายนอกคือเรื่องของลิขสิทธิ์และการตัดสินใจของดิสนีย์ ยังไม่รวมเรื่องการเมือง ผลประโยชน์ทับซ้อน

สิงคโปร์ คือหนึ่งในประเทศที่นำเราในเรื่องนี้ที่เราควรศึกษาต่อยอด สิงคโปร์ปิดดีลดึงสวนสนุกยูนิเวอร์แซลมาลงที่เกาะเซนโตซา ถึงแม้จะไม่มีบันทึกอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลสนับสนุนเงินเท่าใด แต่ก็เป็นที่รู้กันว่ารัฐบาลสนับสนุน เพราะที่ดินทั้งเกาะเซนโตซานั้นถือครองโดยรัฐ รัฐมีบริษัทลูกที่บริหารเกาะ ทำงานแบบเอกชน ดังนั้นจึงมีความคล่องตัวกว่าในการปิดดีลธุรกิจ

ถึงแม้รัฐบาลจะไม่ได้สนับสนุนสวนสนุกโดยตรง แต่รัฐก็สนับสนุนอัดฉีดเงินให้แก่บริษัทลูกอย่าง RWS - Resort World Sentosa ถึง 140,800 ล้านบาทเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้บริษัทสามารถลงทุนในสวนสนุก สวนน้ำ รีสอร์ท เทียบให้เห็นภาพ นี่คือ 14 เท่าของเงิน 10,000 ล้านบาทที่รัฐบาลก่อนเคยเสนอจะทำนโยบายรถไฟฟ้าฟรี แต่ก็ยังมีเสียงทัดทานทั่วประเทศ

รัฐบาลสิงคโปร์อำนายความสะดวกในการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่ถมเกาะเพิ่มพื้นที่ดิน ลงระบบสาธารณูปโภคน้ำ-ไฟ ทำถนน สร้างรถไฟฟ้ากระเช้าข้ามเกาะ เนรมิตเพียงชั่วพริบตา เทียบกับไทยที่รถไฟฟ้ายังไม่เชื่อมถึงราชมังคลากีฬาสถาน ไม่ต้องพูดถึงรถไฟฟ้า EEC ที่ควรเชื่อมสนามบินเข้าด้วยกัน ที่ก็ล่าช้ามานานเกินทน

ถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะมีคนน้อยกว่าไทยมาก สิงคโปร์มี 6 ล้านคน ขณะที่ไทยเราแตะ 72 ล้านคน นักท่องเที่ยวเราก็มากกว่าเป็นเท่าตัว แต่ทั้งคนไทยเฉลี่ยจนกว่า และนักท่องเที่ยวเข้าไทยนั้นค่าเฉลี่ยจ่ายเงินน้อยกว่า ไม่นับรวมโลเคชันของเราที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค แต่คนลาว พม่า กัมพูชา ก็ยิ่งจนกว่าเรา และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำไมไทยเรายังไม่ต้องตาต้องใจนักลงทุนเท่าที่ควร

การที่คนไทยและรัฐไทยไม่กล้าลงทุนโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ทำให้เราเสียโอกาสซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่คือเหตุผลหลักที่เราไม่สามารถก้าวพ้นสู่การเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้ เพราะเราอาศัยแต่ทุนเดิมโดยไม่สร้างแต้มต่อเพิ่มเติมจากทรัพยากรที่เรามี นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลายงานสำคัญของโลก มหกรรมการประชุม คอนเสิร์ต มหากรรมกีฬา ถึงมองข้ามเรามานานเป็นสิบๆ ปี

ไทยเราย่ำอยู่กับที่เพราะนโยบายขายฝัน ไม่สามารถทำได้จริง และประชาชนก็ดันเชื่อตามนั้นจริงๆ เงินเข้าประเทศน้อยลง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านโตเอาๆ ระดับ 10% ต่อปี อย่างเวียดนาม น่าเสียใจและเสียดายโอกาสอย่างยิ่ง