'ทรัมป์' เรียกร้องเพิ่มงบกลาโหมสหรัฐ ปี 2027 สู่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

'ทรัมป์' เรียกร้องเพิ่มงบกลาโหมสหรัฐ ปี 2027 สู่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้สนับสนุนการเพิ่มงบกลาโหมสหรัฐในปี 2027 สู่ระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์ยังคงสงสัยจะลงทุนอะไรมากมาย อุตสาหกรรมกลาโหมจะรองรับได้หรือไม่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) ว่า งบประมาณกลาโหมสหรัฐปี 2027 ควรอยู่ในระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่างบประมาณกลาโหมปี 2026 ที่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส 9.01 แสนล้านดอลลาร์ กระตุ้นให้หุ้นกลาโหมพุ่งสูงขึ้น แต่สร้างความสงสัยให้กับบรรดาผู้เชี่ยวชาญมากมายว่างบประมาณมหาศาลเหล่านั้นจะไปลงทุนกับอะไร

รอยเตอร์ระบุว่า การเพิ่มงบประมาณกลาโหมต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา ซึ่งอาจเป็นความท้าทายต่อรัฐบาล แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันของทรัมป์ซึ่งครองที่นั่งส่วนมาก ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร แทบไม่มีท่าทีว่าจะปฏิเสธแผนงบประมาณดังกล่าวของทรัมป์

ทรัมป์ โพสต์ในทรูธโซเชียลว่า เขาตัดสินใจจะใช้จ่ายงบประมาณกลาโหม ปี 2027 สูงลิ่ว หลังจากเจรจาต่อรองกับวุฒิสมาชิก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรี และผู้แทนทางการเมืองอื่นๆมาอย่างยาวนานและยากลำบาก โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความวุ่นวายและอันตราย

ยังไม่ชัดเจนว่างบฯ ดังกล่าว จะลงทุนด้านใดหรืออาวุธใดบ้าง แต่เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐเพิ่งจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา และโค่นเขาจากอำนาจ จากนั้นทำเนียบขาวเผยว่า ทรัมป์กำลังหารือทางเลือกในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ รวมถึงความเป็นไปได้ที่อาจใช้กำลังทหาร นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ส่งกองกำลังทหารสหรัฐไปประจำการในหลายเมืองทั่วประเทศเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย สถานการณ์การเหล่านี้ก่อให้เกิดคำถามว่ากลาโหมสหรัฐต้องเพิ่มงบกลาโหมหรือไม่

รายงานเรื่องงบประมาณกลาโหมนี้ มีขึ้นหลังจากทรัมป์โพสต์ในทรูธโซเชียล โจมตีบริษัทกลาโหมที่ผลิตอาวุธช้ามากเกินไป และให้คำมั่นว่าจะระงับการจ่ายเงินปันผล หรือการซื้อหุ้นคืนของบริษัทผู้รับเหมาด้านกลาโหม จนกว่าพวกเขาจะเร่งการผลิต

งบฯ กลาโหมเพิ่ม ภาระเพิ่ม?

ทรัมป์ บอกว่าการใช้จ่ายงบประมาณกลาโหมมหาศาลนี้ ได้รับเงินสนับสนุนมาจากรายได้ภาษีที่เขาเรียกเก็บจากเกือบทุกประเทศ และภาคอุตสาหกรรมสำคัญจำนวนมาก และสหรัฐยังสามารถลดหนี้สินและคืนเงินให้ชาวอเมริกันที่มีรายได้ปานกลางได้

คณะกรรมการเพื่อการจัดทำงบประมาณของรัฐบาลกลางอย่างมีความรับผิดชอบ (Committee for a Responsible Federal Budget) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดทางการเมือง คาดว่า แผนเสนองบประมาณกลาโหมอาจทำให้รัฐบาสต้องแบกรับต้นทุนสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์จนถึงปี 2035 ขณะเดียวกันก็ทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5.8 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อรวมยอดดอกเบี้ยแล้ว

รายงานระบุด้วยว่า อัตราภาษีที่ใช้ในปัจจุบันสามารถชดเชยค่าใช้จ่ายหนี้สิ้นได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ขณะที่ศาลฎีกาอาจตัดสินว่าอัตราภาษีที่ทรัมป์เรียกเก็บจำนวนมากนั้นเป็นการดำเนินการผิดกฎหมาย

ไบรอน คัลแลน นักวิเคราะห์ด้านกลาโหมจาก Capital Alpha Partners กล่าวว่า โพสต์ของทรัมป์ก่อให้เกิดคำถามมากมายว่า งบประมาณดังกล่าวจะนำไปใช้ในด้านใด และภาคอุตสาหกรรมกลาโหมจะสามารถรองรับเงินลงทุนขนาดนั้นได้หรือไม่

คัลแลน บอกว่า ครั้งสุดท้ายที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐเพิ่มงบประมาณสูงกว่า 50% คือในปี 1951 ช่วงสงครามเกาหลี และการเพิ่มงบประมาณกลาโหมครั้งใหญ่ภายใต้รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ในปี 1984 และ 1982 ก็เพิ่มขึ้นแค่ราว 25% และ 20%

ทั้งนี้ ในการซื้อขายหลังตลาดปิด หุ้นของบริษัทกลาโหมรายใหญ่สุดพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการเพิ่มงบประมาณกลาโหมอาจทำให้กำไรเพิ่มขึ้น

โดย หุ้น Lockheed Martin พุ่งขึ้น 6.2%, หุ้น General Dynamics เพิ่มขึ้น 4.4% และ หุ้น RTX เพิ่มขึ้น 3.5%