ปธน.โคลอมเบียโทรเคลียร์ใจได้ผล ทรัมป์เชิญเยือนทำเนียบขาว

เพิ่งขู่ใช้กำลังทหารกับโคลอมเบียเมื่อไม่กี่วันก่อน ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผย กำลังจัดการให้ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตรของโคลอมเบียมาเยือนทำเนียบขาวหลังได้คุยกันทางโทรศัพท์
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ทรัมป์และเปโตร ได้คุยโทรศัพท์กันเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวในวันอาทิตย์ (4ม.ค.) ว่าการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อรัฐบาลโคลอมเบีย “ฟังดูดี” สำหรับเขาซึ่งเป็นคำขู่หลังทรัมป์สั่งจับตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลานำตัวมาดำเนินคดียาเสพติดและอาวุธในสหรัฐ
“นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้คุยโทรศัพท์กับ กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ผู้โทรมาอธิบายสถานการณ์ยาเสพติดและความเห็นต่างที่เรามี ผมชื่นชมการโทรมาและน้ำเสียงของเขา และรอจะได้พบกับเขาในอนาคตอันใกล้” ทรัมป์โพสต์โซเชียลมีเดีย และว่า ขณะนี้กำลัง “จัดการ” พบกันในวอชิงตันระหว่างเขากับเปโตร ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายคนแรกของโคลอมเบีย แต่ไม่ได้ระบุวันที่ชัดเจน
ด้านเปโตร ปราศรัยกับผู้สนับสนุนในงานเฉลิมฉลองอธิปไตยของประเทศ
"เราได้คุยกันทางโทรศัพท์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเป็นประธานาธิบดี" และว่าเขาขอให้สองประเทศเริ่มพูดคุยกันใหม่
แหล่งข่าวรายหนึ่งในสำนักงานของเปโตรเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า การสนทนาทางโทรศัพท์นั้น “เป็นกันเอง” และ “ให้เกียรติซึ่งกันและกัน”
ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์และเปโตรค่อนข้างเย็นชามาตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งในเดือน ม.ค.2025
ทรัมป์กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานมาตลอดว่า เปโตมีส่วนช่วยให้โคเคนไหลเข้าสู่สหรัฐอย่างต่อเนื่อง จึงออกมาตรการคว่ำบาตรต่อผู้นำโคลอมเบียในเดือนต.ค.
เมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ทรัมป์กล่าวถึงเปโตรว่า “เป็นคนร้ายกาจที่ชอบผลิตโคเคนขายให้สหรัฐ”
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา สหรัฐเพิกถอนวีซ่าของเปโตร หลังจากที่เขามานิวยอร์กเพื่อร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ แล้วไปเข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในนิวยอร์ก ทั้งยังเรียกร้องให้ทหารสหรัฐ“ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของทรัมป์”
เปโตรผู้ต่อต้านสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซาอย่างเปิดเผยกล่าวหาว่าทรัมป์มีส่วนร่วมในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา และเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีทางอาญาต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธของสหรัฐต่อเรือต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติด ในน่านน้ำทะเลแคริบเบียน
นับตั้งแต่เดือน ก.ย.รัฐบาลทรัมป์โจมตีเรือต้องสงสัยขนส่งยาเสพติดมากกว่า 30 ครั้ง ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 110 คน







