'กรีนแลนด์' มีอะไร ทำไม 'สหรัฐ' ต้องการครอบครอง

'กรีนแลนด์' มีอะไร ทำไม 'สหรัฐ' ต้องการครอบครองเกาะอาร์กติก นอกจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงแล้ว ที่นี่ยังมีแร่ธาตุและเส้นทางขนส่งที่สำคัญ
หลังจากสหรัฐเปิดฉากโจมตีเวเนซุเอลา และส่งกำลังทหารเข้าจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ไปดำเนินคดียาเสพติดในนิวยอร์ก นักวิเคราะห์หลายสำนักได้ออกมาเตือนว่า ยุทธศาสตร์เชิงรุกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจไม่หยุดอยู่แค่ประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้ รายต่อไปอาจเป็นอิหร่าน โคลอมเบีย หรือ “กรีนแลนด์” ดินแดนที่ทรัมป์ย้ำอยู่บ่อยครั้งว่าสหรัฐต้องได้มาครอบครอง
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวกับซีเอ็นบีซีเมื่อวันอังคาร (6 ม.ค.) ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์และทีมงาน กำลังพิจารณา “ทางเลือกต่างๆ” เพื่อให้ได้มาซึ่งกรีนแลนด์
แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการยกระดับถ้อยคำที่ก้าวร้าวของรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับกรีนแลนด์ ซึ่งประธานาธิบดีพยายามมานานแล้วที่จะทำให้เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐ
คำถามที่ว่า “ทำไมสหรัฐต้องการครอบครองกรีนแลนด์” ที่ผ่านมาทรัมป์ได้ตอบอย่างชัดเจนแล้วว่า เขาคิดว่าสหรัฐจำเป็นต้องควบคุมเกาะอาร์กติกแห่งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความมั่นคงให้กับอเมริกาและพันธมิตรนาโต แต่นั่นเป็นเหตุผลที่พันธมิตรนาโต รวมถึงกรีนแลนด์ “ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง”
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่น่าดึงดูดอีกสำหรับสหรัฐ ทั้งการตั้งอยู่ในเส้นทางขนส่งที่สำคัญ และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุต่างๆ
แดนยุทธศาสตร์
กรีนแลนด์มีพื้นที่ประมาณ 836,000 ตารางไมล์ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ ที่นี่มีประชากรราว 60,000 คน เท่านั้น และเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก แต่ก็มีรัฐบาลเลือกตั้งเป็นของตนเองด้วย
เนื่องจากกรีนแลนด์ตั้งอยู่ระหว่างสหรัฐ รัสเซีย และยุโรป จึงทำให้เกาะแห่งนี้เป็นเกาะยุทธศาสตร์ทั้งด้านเศรษฐกิจและกลาโหม โดยเฉพาะเมื่อน้ำแข็งเริ่มละลาย และเปิดเส้นทางขนส่งใหม่ผ่านอาร์กติก เกาะแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารตอนเหนือสุดของสหรัฐด้วย และทรัมป์มักกล่าวอ้างอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสหรัฐจำเป็นต้องมีกรีนแลนด์เพื่อจุดประสงค์ด้านความมั่นคง
“ตอนนี้มันมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มาก” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) “กรีนแลนด์นั้นเต็มไปด้วยเรือของรัสเซียและจีนทั่วทุกหนแห่ง เราจำเป็นต้องมีกรีนแลนด์ในแง่ของความมั่นคงของชาติ และเดนมาร์กไม่สามารถทำหน้าที่นั้นได้”
แฟรงก์ เซเจอร์เซ่น รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน กล่าวกับซีบีเอสนิวส์ “ชาวอเมริกันมีความสนใจอย่างมากในการเฝ้าติดตามกิจกรรมของต่างประเทศในกรีนแลนด์ เพราะที่นี่เป็นแหล่งความมั่นคงที่สำคัญของรัฐต่างชาติ และอเมริกันมองว่าการลงทุนหรือกิจกรรมใดๆ (ใน/บริเวณ กรีนแลนด์) อาจเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคง”
เส้นทางขนส่งใหม่
น้ำแข็งที่ละลายรอบกรีนแลนด์ได้สร้างโอกาสในการใช้เส้นทางขนส่งทางทะเลตอนเหนือมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เรือขนส่งสามารถประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้หลายล้านดอลลาร์ หากใช้เส้นทางขนส่งที่สั้นลงระหว่างยุโรปและเอเชีย จากเดิมทีสามารถสัญจรได้แค่ช่วงที่อากาศอบอุ่นเท่านั้น
อนึ่ง เรือพาณิชย์รัสเซียที่ได้รับความช่วยเหลือจากเรือตัดน้ำแข็ง แล่นผ่านเส้นทางนี้เป็นครั้งแรกในฤดูหนาวเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021
แหล่งแร่สำคัญ
กรีนแลนด์มีแหล่งสำรองน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุที่เป็นที่ต้องการจำนวนมาก
โฮเซ ดับเบิลยู เฟอร์นันเดซ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ฝ่ายส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม เผยในการประชุมความร่วมมือด้านความมั่นคงทางแร่ธาตุในกรีนแลนด์ เมื่อเดือนพ.ย. 2024 ว่า ทรัพยากรแร่ในกรีนแลนด์ซึ่งรวมถึงแร์เอิร์ธ เพิ่งได้รับการสำรวจและพัฒนาเพียงผิวเผินเท่านั้น
ตามรายงานการประเมินทรัพยากรของเกาะ ปี 2023 กรีนแลนด์อาจมีแหล่งแร่สำรองที่สำคัญสูงถึง 31 ชนิด รวมถึงลิเทียมและแกรไฟต์ ซึ่งเป็นแร่ที่มีความสำคัญต่อการผลิตแบตเตอรี่เพื่อรถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีอื่นๆ อีกหลายประเภท
ปัจจุบัน ผู้นำในการผลิตลิเทียมคือ ออสเตรเลีย ชิลี และจีน ขณะที่จีนครองสัดส่วนผลิตแกรไฟต์ราว 65% ของโลก
รายงานดังกล่าวระบุด้วยว่า กรีนแลนด์มีศักยภาพในการเป็นแหล่งจัดหาแร่แร์เอิร์ธที่สำคัญมากมาย เช่น นีโอดีเมียม ที่ใช้สำหรับการผลิตแม่เหล็กในมอเตอร์ไฟฟ้า
ปัจจุบันจีนครองสัดส่วนการผลิตแร่หายากประมาณ 70% และความต้องการแร่ธาตุหายากยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการแพร่หลายอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ทรัพยากรเหล่านี้ผลิต
อย่างไรก็ตาม การทำเหมืองในกรีนแลนด์ยังมีอุปสรรคสำคัญมากมาย รวมถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและต้นทุน
ชาวกรีนแลนด์ไม่เอาสหรัฐ
เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ กล่าวในวันอังคาร (6 ม.ค.) “ประเทศต้องการความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐ และไม่ได้คิดว่าจะเกิดการยึดครองประเทศในชั่วข้ามคืน และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมพวกเรายืนกรานว่าเราต้องการความร่วมมือที่ดี”
ผลสำรวจเมืื่อปีก่อนแสดงให้เห็นว่า ชาวกรีนแลนด์ 85% ไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐ
แดเนียล โรซิง ช่างไฟฟ้าฝึกหัด ผู้บอกว่าตนภูมิใจที่ได้เป็นชาวกรีนแลนด์ กล่าวกับซีบีเอสนิวส์ก่อน เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และภริยา เยือนกรีนแลนด์เมื่อปีก่อน
“เขาไม่สามารถเอาไปแบบนั้นได้”
ด้านนายกรัฐมนตรี เมตเตอ ฟรีเดอริกเซน ของเดนมาร์ก กล่าวเมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.) “ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยในการพูดถึงความจำเป็นของสหรัฐในการยึดกรีนแลนด์” “สหรัฐไม่มีสิทธิผนวกสามชาติใดๆ ในราชอาณาจักรเดนมาร์ก” และเรียกร้องให้สหรัฐเลิกข่มขู่เรื่องยึดกรีนแลนด์ได้แล้ว
ต่อมาในวันอังคาร (6 ม.ค.) ผู้นำของเดนมาร์ก และรัฐสมาชิกนาโตในยุโรปอื่นๆ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อคัดค้านความปรารถนาของทรัมป์ที่เพิ่มมากขึ้นในการเข้ายึดครองกรีนแลนด์ โดยแถลงการณ์ของผู้นำยุโรประบุ
“กรีนแลนด์เป็นของประชาชนชาวกรีนแลนด์ การตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์นั้น เป็นหน้าที่ของเดนมาร์กและกรีนแลนด์เท่านั้น”
รู้จักกรีนแลนด์
ราชอาณาจักรเดนมาร์กเริ่มเข้าไปตั้งอาณานิคมในกรีนแลนด์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 หลายร้อยปีหลังจากไวกิงส์จากดินแดนอันห่างไกลแห่งเดียวกันนั้นได้เดินทางมาตั้งถิ่นฐานที่นั่นเป็นครั้งแรก
ต่อมาในสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐได้เข้ามาตั้งฐานที่มั่นในเกาะแห่งนี้ เมื่อเฮนริก คอฟฟ์มันน์ เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำสหรัฐในขณะนั้น ไม่ยอมจำนนต่อการปกครองของนาซี ผู้ยึดครองเดนมาร์ก
หลังจากนั้นเดนมาร์กก็ได้รับการปลดปล่อยจากการยึดครองของนาซีในปี 1945 โดยเดนมาร์กยังคงเป็นเจ้าอาณานิคมกรีนแลนด์จนถึงปี 1953 และวางรากฐานความสัมพันธ์กับเกาะแห่งนี้อย่างเต็มรูปแบบในฐานะดินแดนกึ่งปกครองตนเอง
ขณะที่สหรัฐไม่เคยถอนกำลังออกจากฐานทัพอวกาศพิทุฟฟิก ที่ก่อตั้งขึ้นในกรีนแลนด์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2







