'มาชาโด' ผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เผย ยังไม่ได้คุยกับทรัมป์ ตั้งแต่ได้โนเบลสันติภาพ

'มาชาโด' ผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เผย ยังไม่ได้คุยกับทรัมป์ ตั้งแต่ได้โนเบลสันติภาพ

'มาเรีย มาชาโด' ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา เผย ยังไม่ได้คุยกับประธานาธิบดีทรัมป์ ตั้งแต่ได้รางวัลโนเบลสันติภาพ ก่อให้เกิดข้อสงสัยว่าใครจะได้เป็นผู้นำเวเนฯ ในอนาคต

มาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาและผู้ที่ได้รางวัลโนเบลสันติภาพในปีก่อน เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า เธอได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เลย ตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีก่อน

มาชาโดให้สัมภาษณ์ในรายการ “Hannity” ของฟ็อกซ์นิวส์

“จริงๆ แล้วดิฉันได้พูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันที่ 10 ต.ค. วันเดียวกันกับที่รางวัล (โนเบล) ประกาศ แล้วก็ไม่ได้คุยนับแต่นั้น”

มาชาโดได้รับรางวัลดังกล่าว จากการต่อสู้กับสิ่งที่คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์เรียกว่า “เผด็จการ”

มาชาโด บุคคลผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นคู่แข่งฝ่ายซ้ายที่มีศักยภาพที่สุดของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ที่ถูกโค่นอำนาจ เดินทางไปนอร์เวย์เมื่อเดือนก่อนเพื่อรับรางวัล และยังไม่ได้กลับประเทศ

“ฉันมีแผนจะกลับไปเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้” เธอกล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อสื่อถามถึงแผนการเดินทางกลับเวเนซุเอลา

การสัมภาษณ์ดังกล่าว ถือเป็นการสัมภาษณ์ครั้งแรกของมาชาโด นับตั้งแต่สหรัฐโจมตีเวเนซุเอลาเมื่อวันเสาร์ (3 ม.ค.) และจับตัวประธานาธิบดีมาดูโรไปยังสหรัฐ

เมื่อวันเสาร์ ทรัมป์ได้ปฏิเสธแนวคิดการทำงานร่วมกับมาชาโด โดยบอกว่าเธอไม่มีฐานสนับสนุนภายในหรือได้รับการยอมรับภายในประเทศ

สำหรับผู้นำฝ่ายค้าน เธอเห็นด้วยกับปฏิบัติการของสหรัฐ โดยมองว่าเป็นก้าวสำคัญครั้งใหญ่ "เพื่อมนุษยชาติ เพื่อเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์"

แม้เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและรัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันเวเนฯ ได้สาบานตนรับตำแหน่งรักษาการปธน. เมื่อวันจันทร์ แต่ความเคลื่อนไหวของวอชิงตันในช่วงสุดสัปดาห์ยังคงก่อให้เกิดข้อสงสัยมากมายว่าใครจะเป็นผู้นำเวเนซุเอลาคนต่อไปในประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้