ทรัมป์ ผู้สร้างหายนะกับราคาที่โลกต้องจ่าย

เพียงเข้าวันที่สามของปี 2569 ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ทำให้ทั่วโลกตกตะลึงด้วยการส่งกองกำลังทั้งบก เรือ อากาศเข้าถล่มเมืองหลวงของเวเนซุเอลา
จับกุมตัวประธานาธิบดีมาดูโรและภริยาด้วยข้อกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายและการค้ายาเสพติดระดับโลกที่บ่อนทำลายสหรัฐมายาวนาน และนำตัวมาขึ้นศาลในสหรัฐ
ปฏิบัติการแบบเฉียบพลันที่ผ่านการวางแผนและฝึกฝนมาอย่างดีหลายเดือนก่อนหน้านี้ ทำให้ประธานาธิบดีมาดูโรถูกจับโดยละม่อม ปราศจากการตอบโต้ กองกำลังของสหรัฐไม่เสียเลือดเนื้อขณะที่กองกำลังคุ้มกันมาดูโรเสียชีวิตหลายคน
ไม่ว่าทรัมป์จะอ้างเหตุผลใดๆ มาอธิบายการปฏิบัติการลับสุดยอดคราวนี้ที่เรียกว่า Absolute Resolve หรือจะแสดงความชื่นชมขนาดไหนต่อความสำเร็จท่ามกลางการตั้งคำถามของทุกฝ่าย แต่การกระทำครั้งนี้จะมีราคาที่ต้องจ่ายสูงมากทั้งในมุมของสหรัฐและของโลก ราคาที่ว่านั้นจะติดตามมาไม่ช้าก็เร็ว
ทรัมป์จะทำให้ความยกย่องนับถือและเกียรติภูมิของสหรัฐเสื่อมลงในเวทีโลก เพราะทรัมป์ได้กลายเป็นผู้สร้างความปั่นป่วนให้กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศอย่างที่ไม่อาจจะประมาณได้ แต่ไหนแต่ไรมาสหรัฐได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำของโลก ไม่ว่าจะเป็น เรื่องประชาธิปไตย นโยบายต่างประเทศ สิทธิเสรีภาพ การบังคับใช้กฎหมาย เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการช่วยเหลือประเทศที่ด้อยกว่า
แต่การกระทำของทรัมป์ในคราวนี้และก่อนหน้านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสื่อมถอย และเป็นต้นตอของความไม่แน่นอน ผลกระทบนั้นไม่เพียงแต่เกิดกับชาวโลกแต่เกิดกับชาวอเมริกันเองด้วย ราคาน้ำมัน ทองคำ โภคภัณฑ์ และการลงทุนก็จะได้รับผลกระทบอย่างน้อยก็ในระยะสั้นขึ้นอยู่กับว่าเหตุการณ์จะบานปลายหรือไม่
การเปิดเผยอย่างเต็มปากเต็มคำว่าจะเข้าบริหารประเทศและควบคุมกิจการน้ำมันของเวเนซุเอลา ทำให้ทุกคนรู้เป้าหมายที่แท้จริงของปฏิบัติการครั้งนี้ของทรัมป์ที่สร้างความเสื่อมให้สหรัฐมากยิ่งขึ้นไปอีก
ทรัมป์จะทำให้สงครามและการรุกรานในโลกนี้เป็นเรื่องชอบธรรม ไม่ว่าการปฏิบัติการครั้งนี้จะถูกอธิบายด้วยเหตุและผล ด้วยคำชื่นชมหรือก่นด่าอย่างไรก็ตาม จากนี้สงครามรุกรานประเทศอื่นๆ จะถูกอ้างอิงกับการกระทำคราวนี้ของสหรัฐ จีนมีเหตุผลที่จะบุกไต้หวัน รัสเซียมีข้ออ้างที่จะกระทำกับยูเครนต่อไป อิสราเอลก็มีเหตุผลในการถล่มปาเลสไตน์
แล้วโลกจะปั่นป่วนขนาดไหน เมื่อ “อำนาจคือความชอบธรรม” และเมื่อสหรัฐทำกับเวเนซุเอลาได้ย่อมมีโอกาสที่ประเทศอื่นๆ จะถูกกระทำเช่นนี้ได้ไม่ต่างกันอย่างเช่น กรีนแลนด์ คิวบา โคลอมเบีย ฯลฯ
ทรัมป์เร่งกระบวนการที่โลกจะแบ่งขั้วเร็วและชัดเจนขึ้น ทันทีที่ทรัมป์ออกมาแถลงข่าวประกาศความสำเร็จในการบุกเวเนซุเอลา จีนก็ออกมาประณามสหรัฐทันทีทันควันอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ เช่นเดียวกับอิหร่าน รวมทั้งประเทศอื่นๆ ในละตินอเมริกาที่เห็นว่าสหรัฐมีสองมาตรฐานและใช้เหตุผลเข้าข้างตัวเองอย่างน่ารังเกียจ
จีน รัสเซีย อิหร่านจะจับมือกันแน่นขึ้นเพื่อสกัดสหรัฐในทุกๆ ทาง โลกก็จะแตกเป็นเสี่ยงไม่ต่างจากยุคสงครามเย็นและเปราะบางต่อความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น
ทรัมป์จะทำให้ชีวิตของพลเมืองชาวอเมริกาไม่ปลอดภัยอีกต่อไป การเอาคืนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจะเกิดขึ้นกับชาวอเมริกัน การประกาศของทรัมป์ว่าจะเข้าครอบครองแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลาและส่งบริษัทของสหรัฐเข้าไปดำเนินการ ด้วยเหตุผลว่าเป็นการทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของสหรัฐแต่ถูกรัฐบาลเวเนซุเอลายึดไปในอดีต
แม้เรื่องนี้จะเป็นจริง บริษัทเหล่านี้ก็จะไม่มีวันสงบสุข ใครจะประกันได้ว่าบริษัทเหล่านี้จะไม่ตกเป็นเป้าของการเอาคืนในอนาคต อย่างน้อยก็จากพลพรรคของมาดูโรที่ยังหลงเหลือ หรือคนที่ชิงชังสหรัฐ
ทรัมป์จะทำให้ทุกประเทศเร่งสะสมอาวุธ โดยเฉพาะประเทศข้างเคียงในละตินอเมริกาที่วันนี้คงหนาวๆ ร้อนๆ กันทั่วหน้า สหรัฐจะตักตวงผลประโยชน์จากการขายอาวุธได้มากขึ้น แต่จะสร้างความหวาดระแวงไปทั่วโลก ประเทศที่อยู่ข้างเคียงกันหรือกระทบกระทั่งกันอยู่มีแนวโน้มที่จะไม่ไว้วางใจกันมากขึ้น ทั่วโลกจะไม่มีพื้นที่แห่งความปลอดภัยอีกต่อไป
คนสหรัฐนับวันจะอ่อนใจกับทรัมป์มากขึ้นทุกวัน เพราะค่าครองชีพก็เริ่มสูงขึ้นจากภาษี มีความไม่แน่นอนในชีวิตจากเหตุการณ์ shutdown ที่กินเวลายาวนานถึง 43 วัน ยาวนานกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์ และไม่มีอะไรรับรองว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกตลอดสมัยของทรัมป์
นอกจากนั้นคนอเมริกันรู้สึกอับอายที่มีผู้นำแบบนี้ จากความภาคภูมิใจที่เคยมีในฐานะประเทศที่ทรงอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจ การต่างประเทศ และการให้ความช่วยเหลือกับประเทศต่างๆ
ชาวอเมริกันยังเริ่มหวาดผวากับความไม่ปลอดภัยในการเดินทาง เนื่องจากประธานาธิบดีของตัวเองก่อศัตรูไปทั่วโลก รัฐมนตรีของทรัมป์ที่เคยมีความเห็นขัดแย้งกับทรัมป์ในอดีต บัดนี้เมื่ออยู่ในทีมเดียวกันกลับเห็นดีเห็นงามเอออวยกันหน้าตาเฉย ดาหน้าออกมาอวยทรัมป์ว่าเป็น President of Action เข้าไปอีก จึงดูเหมือนไม่มีใครคำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรมกันแล้ว
เพิ่งผ่านปีใหม่มาไม่กี่วัน โลกยังปั่นป่วนขนาดนี้ เห็นทีปี 2569 ชาวโลกจะหาความสุขได้ยากเต็มที ถามคนอเมริกันว่าถ้าทนไปอีกสัก 3 ปี ทรัมป์ไปแล้วทุกอย่างก็จะกลับมาเข้าที่เข้าทางเหมือนเดิมใช่ไหม คนอเมริกันบอกว่าไม่มีทางเพราะ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ที่เป็นทายาทของทรัมป์นั้นเลวร้ายกว่าทรัมป์หลายเท่านัก
โลกจะปั่นป่วนและเละเทะต่อไปขนาดไหนเมื่ออเมริกาอยู่ในมือทรัมป์และลิ่วล้อ พระเจ้าเท่านั้นที่จะรู้







