เปิดแนวทางสหรัฐบริหารเวเนซุเอลาหลังโค่น‘มาดูโร’

แม้ไม่ชัดเจนระดับ 100% แต่ก็เห็นภาพได้มากขึ้นเมื่อ 'มาร์โก รูบิโอ' เผยแนวทางบริหารเวเนซุเอลา หลังโค่นประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แตกต่างจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยพูดไว้ตอนแรก
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน เมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เผยรายละเอียดวิธีการที่สหรัฐวางแผนบริหารเวเนซุเอลา ว่า สหรัฐจะใช้ประโยชน์จากการปิดล้อมน้ำมันของเวเนซุเอลา และการเสริมสร้างกำลังทหารในภูมิภาค บรรลุเป้าหมายทางนโยบาย โดยไม่ได้บอกว่าสหรัฐจะเข้าบริหารประเทศนี้โดยตรง
ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สหรัฐได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลาและเคลื่อนย้ายเรือรบและเครื่องบินรบเข้าไปในทะเลแคริบเบียน
“สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ เราจะกักกันน้ำมันของพวกเขา นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจของพวกเขาจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ จนกว่าจะมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เอื้อต่อผลประโยชน์ของชาติสหรัฐอเมริกาและของประชาชนชาวเวเนซุเอลา และนั่นคือสิ่งที่เราตั้งใจจะทำ” รูบิโอกล่าวในรายการ “This Week with George Stephanopoulos” ทางสถานีโทรทัศน์เอบีซี
“อำนาจต่อรองนั้นยังคงอยู่และยังคงดำเนินต่อไปเราคาดหวังว่ามันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี” รูบิโอกล่าวเสริม
ครั้นไปออกรายการ“Meet the Press” ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีว่า รูบิโอถูกจี้ถามในประเด็นเดียวกันว่า ใครจะบริหารเวเนซุเอลา ซึ่งเขาให้คำตอบได้ตรงมากกว่า
“ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่การบริหารประเทศแต่เป็นการบริหารนโยบาย นโยบายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เราต้องการให้เวเนซุเอลาเคลื่อนไปในทิศทางที่กำหนดไว้” รูบิโอกล่าว
คำตอบของรูบิโอแตกต่างจากที่ทรัมป์ กล่าวไว้ในการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ (3 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า สหรัฐจะ “บริหารประเทศจนกว่าจะถึงเวลาที่เราเปลี่ยนผ่านได้อย่างปลอดภัย รอบคอบ และเหมาะสม”
ความเห็นดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากทั้งฝ่ายตรงข้ามและพันธมิตรบางส่วนของทรัมป์ ซึ่งเตือนว่าไม่ควรเข้าไปสร้างชาติเวเนซุเอลา
“เราได้เรียนรู้มาตลอดหลายปีว่า เมื่อใดก็ตามที่อเมริกาพยายามเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและสร้างชาติด้วยวิธีนี้ ประชาชนชาวอเมริกันต้องจ่ายด้วยเลือดเนื้อและเงินทอง” ชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาจากรัฐนิวยอร์ก กล่าวในรายการของสถานีโทรทัศน์เอบีซีเมื่อวันอาทิตย์
ขณะนี้รองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ สาบานตนเป็นประธานาธิบดีรักษาการ หลังมาดูโรและภริรยาถูกนำตัวไปนิวยอร์กเมื่อคืนวันเสาร์ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาค้ายาเสพติด
ความเห็นของรูบิโอชี้ให้เห็นว่า สหรัฐจะใช้แนวทางจัดการกับเวเนซุเอลาเบากว่าที่ทรัมป์เคยพูดไว้ตอนแรกว่าจะบริหารประเทศด้วย “คนกลุ่มหนึ่ง” แม้รูบิโอบอกว่า ทรัมป์ยังอาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อไปได้อีกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของสหรัฐ
เมื่อพิธีกร“Meet the Press” ถามเรื่องปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมในเวเนซุเอลา รูบิโอกล่าวว่า ทรัมป์ “ยังคงมีทางเลือกทุกอย่าง” นอกจากนี้เขายังกล่าวถึงเป้าหมายของสหรัฐต่อแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลาด้วย หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่า “สหรัฐจะส่งบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก เข้าไปลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันที่เสียหายอย่างหนัก”
"สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่การยึดแหล่งน้ำมัน แต่เป็นการป้องกันไม่ให้น้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรถูกนำไปซื้อขายได้ จนกว่ารัฐบาลจะยอมเปลี่ยนวิธีบริหารทั้งอุตสาหกรรมน้ำมัน”
“วิธีที่จะแก้ไขเพื่อให้ประชาชนเวเนซุเอลาได้ประโยชน์คือการดึงบริษัทเอกชนที่ไม่ใช่จากอิหร่านหรือประเทศอื่นๆ เข้ามาลงทุนในอุปกรณ์” รูบิโอขยายความกับเอบีซี พร้อมย้ำว่า เขาไม่ได้พูดถึงบริษัทน้ำมันสหรัฐบริษัทใดเป็นการเฉพาะที่จะเข้าไปทำธุรกิจในเวเนซุเอลา ซึ่งปัจจุบันมีเพียงเชฟรอนเพียงบริษัทเดียวเท่านั้น
“เรามั่นใจมากว่าบริษัทตะวันตกจะให้ความสนใจอย่างยิ่ง” รูบิโอกล่าวและว่า ดัก เบอร์กัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและคริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะ “ประเมินและพูดคุยกับบางบริษัทเหล่านี้”
ใครจะเป็นรายต่อไปหลังนิโคลัส มาดูโร ถูกจับ
การโจมตีช็อกโลกที่สหรัฐกระทำต่อเวเนซุเอลา ถึงขนาดจับตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร มาดำเนินคดีในนิวยอร์ก ทำให้เกิดคำถามว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะทำแบบนี้กับประเทศใดอีก
ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น
“โคลอมเบียอันตรายมาก บริหารโดยคนอันตรายผู้ที่ชอบผลิตโคเคนแล้วขายให้สหรัฐ เขาคงทำแบบนี้ได้ไม่นานนักหรอก” ทรัมป์กล่าว เห็นได้ชัดว่าหมายถึงประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตรของโคลอมเบีย ผู้สื่อข่าวจึงถามไปว่า สหรัฐจะใช้ปฏิบัติการทางทหารจัดการหรือไม่ ทรัมป์ตอบ “ฟังดูดีสำหรับผม”
กรีนแลนด์ เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่หลายๆ คนจับตา
“ตอนนี้มันสำคัญมากในเชิงยุทธศาสตร์ กรีนแลนด์มีเรือรัสเซียและจีนเต็มไปหมด เราต้องการกรีนแลนด์ในแง่ของความมั่นคงแห่งชาติ และเดนมาร์กไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันอาทิตย์ ขณะบินกลับจากฟลอริดามายังวอชิงตัน
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกันในการให้สัมภาษณ์กับดิแอตแลนติก ทรัมป์เจอคำถามที่ว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในเวเนซุเอลาอาจส่งผลอย่างไรต่อกรีนแลนด์ ทรัมป์ตอบว่า “พวกเขาต้องพิจารณาด้วยตัวเอง ผมไม่ทราบจริงๆ”
ไม่เพียงเท่านั้นนักวิเคราะห์บอกว่า ความเคลื่อนไหวของทรัมป์ต่อมาดูโรได้เพิ่มโอกาสที่จะก่อให้เกิดสงครามกับอิหร่าน
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐประกาศจับกุมมาดูโรของเวเนซุเอลาเมื่อวันเสาร์ ยาอีร์ ลาปิด นักการเมืองอิสราเอลก็เตือนถึงเตหะราน “รัฐบาลในอิหร่านควรจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเวเนซุเอลา”
การโค่นมาดูโรจากอำนาจด้วยกำลังทหารเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากทรัมป์พบกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล และขู่จะโจมตีอิหร่านรอบใหม่
แม้ความขัดแย้งของวอชิงตันกับการากัสและเตหะรานจะมีรากปัญหาและพลวัตที่แตกต่างกัน แต่นักวิเคราะห์บอกว่าความเคลื่อนไหวของทรัมป์ต่อมาดูโรได้เพิ่มโอกาสที่จะก่อให้เกิดสงครามกับอิหร่าน
จามัล อับดี ประธานสภาชาวอิหร่านอเมริกันแห่งชาติ (เอ็นไอเอซี) กล่าว
“ความไร้ระเบียบแบบใหม่ทำให้ทุกอย่างไม่มั่นคง และมีโอกาสเกิดสงครามมากขึ้น” ไม่ว่าทรัมป์จะหลงใหลกับแนวคิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแบบ 'เฉพาะจุด’ หรือจะให้การรับรองแก่เนทันยาฮูดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ก็ยากที่จะมองข้ามว่าเรื่องนี้ “กำลังสร้างโมเมนตัมให้กับบรรดาผู้เล่นจำนวนมากที่ผลักดันให้เกิดสงครามกับอิหร่านขึ้นอีกครั้ง”
อับดีเสริมอีกว่าการลักพาตัวมาดูโรอาจกระตุ้นให้อิหร่านทำอะไรบางอย่างที่ก่อให้เกิดปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงการพัฒนาการป้องปรามทางทหารของตน หรือการป้องกันการโจมตีจากสหรัฐหรืออิสราเอล







