นักกฎหมาย ชี้ 'ค้ายา' ไม่เข้าข่าย 'ภัยคุกคาม' ที่ต้องใช้กำลังทหารโค่นรัฐต่างชาติ

นักกฎหมาย ชี้ 'ค้ายา' ไม่เข้าข่าย 'ภัยคุกคาม' ที่ต้องใช้กำลังทหารโค่นรัฐต่างชาติ

นักกฎหมายกุมขมับ ทรัมป์ทำกฎหมายป่วน ชี้ประเด็น 'ค้ายา' ไม่เข้าข่ายภัยคุกคามที่ต้องใช้กำลังทหารโค่นรัฐบาลต่างชาติ

การโจมตีเวเนซุเอลา โค่นล้มรัฐบาลและจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เมื่อวันเสาร์ (3 ธ.ค.) ก่อให้เกิดคำถามถึงความชอบธรรมของปฏิบัติการสหรัฐ นักวิเคราะห์ชี้สหรัฐยังไม่มีเหตุผลมากพอให้ใช้กำลังทหารต่อเวเนซุเอลา

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศกล่าวว่า รัฐบาลทรัมป์ทำให้ประเด็นทางกฎหมายเกิดความปั่นป่วนและสับสน จากการอ้างว่าปฏิบัติการนี้เป็นทั้งภารกิจบังคับใช้กฎหมายที่มุ่งเป้าหมาย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการควบคุมเวเนซุเอลาในระยะยาวของสหรัฐ

เจเรมี พอล ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ มหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น กล่าว

“คุณไม่สามารถบอกว่านี่คือปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย และจากนั้นก็บอกว่า ตอนนี้เราจำเป็นต้องบริหารประเทศ มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย”

กฎหมายสหรัฐ VS กฎหมายระหว่างประเทศ

สภาคองเกรสสหรัฐมีอำนาจในการประกาศสงคราม แต่ประธานาธิบดีเป็นผู้บัญชาการสูงสุด และที่ผ่านมาประธานาธิบดีจากทั้งสองพรรคให้เหตุผลในการดำเนินการทางทหารเมื่อปฏิบัติการนั้นมีขอบเขตจำกัด และเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติ

ซูซี ไวล์ส หัวหน้าคณะทำงานของทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารวานิตีแฟร์เมื่อปลายปีก่อนว่า

หากทรัมป์จะอนุมัติ “กิจกรรมทางบกบางอย่าง” ในเวเนซุเอลา เขาจะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส

แต่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สภาคองเกรสไม่ได้รับแจ้งก่อนปฏิบัติการในวันเสาร์ (3 ม.ค.)

ส่วน กฎหมายระหว่างประเทศ ระบุว่า ห้ามประเทศใดใช้กำลังในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยกเว้นกรณีพิเศษ เช่น การได้รับอนุญาตจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) หรือเพื่อป้องกันตนเอง

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า การค้ายาเสพติดและความรุนแรงของแก๊งค้ายาฯ ถือเป็นกิจกรรมอาชญากรรม และไม่เข้าข่ายกิจกรรมตามมาตรฐานสากลที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นความขัดแย้งทางอาวุธที่เป็นเหตุให้สามารถใช้กำลังทหารตอบโต้ได้

แมทธิว แวกซ์แมน ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติกล่าว

“การฟ้องร้องทางอาญาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ให้อำนาจในการใช้กำลังทหารเพื่อโค่นล้มรัฐบาลต่างชาติ และรัฐบาลอาจพยายามอ้างเหุตผลนี้โยงเข้ากับสิทธิในการป้องกันตนเอง(เพื่อสร้างความชอบธรรม)”

สหรัฐไม่ได้ยอมรับมาดูโรเป็นผู้นำที่ถูกต้องตามกฎหมายของเวเนซุเอลาตั้งแต่ปี 2019 หลังจากการเลือกตั้งที่สหรัฐกล่าวหาว่ามีการโกง

สหรัฐจับผู้นำต่างประเทศเคยเกิดขึ้นมาก่อน

สหรัฐเคยจับกุมผู้ต้องสงสัยอาชญากรรมในต่างประเทศหลายประเทศ รวมถึงลิเบีย แต่การกระทำดังกล่าวต้องขอความยินยอมจากทางการท้องถิ่นก่อน แต่กับเวเนซุเอลารอบนี้ไม่ได้ทำแบบนั้น และแม้รัฐบาลสหรัฐระบุว่ามาดูโรเป็นผู้นำที่ไม่ชอบธรรม แต่วอชิงตันก็ยังไม่ได้ให้การรับรองผู้นำเวเนซุเอลาอีกคนหนึ่งที่อาจมีอำนาจสั่งการจับกุมมาดูโรได้

ในปี 1989 สหรัฐเคยจับกุมพลเอกมานูเอล โนริเอกา ผู้นำปานามาในขณะนั้น ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน โนริเอกาถูกฟ้องร้องในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และวอชิงตันกล่าวว่าการดำเนินการเป็นไปเพื่อปกป้องพลเมืองสหรัฐ หลังจากกองทัพปานามาสังหารทหารสหรัฐนายหนึ่ง

สหรัฐยังกล่าวหาว่าโนริเอกาเป็นผู้นำที่ไม่ชอบธรรม และรับรองผู้สมัครที่โนริเอกาอ้างว่าเอาชนะได้ในการเลือกตั้งเป็นผู้นำประเทศ

ขณะที่อดีตประธานาธิบดีฮอนดูรัส ฮวน ออร์แลนโด เอร์นันเดซ ถูกส่งตัวไปสหรัฐในปี 2022 และถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และได้รับคำตัดสินให้จำคุก 45 ปี ต่อมาทรัมป์อภัยโทษให้เอร์นันเดซในเดือนธันวาคม

ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายยังไม่แน่ใจว่า สหรัฐจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำในเวเนซุเอลาจริงๆ หรือไม่ แม้ว่าการกระทำเหล่านั้นจะผิดกฎหมายก็ตาม เนื่องจากขาดกลไกการบังคับใช้ในกฎหมายระหว่างประเทศ

“เป็นการยากที่จะได้เห็นว่าหน่วยงานทางกฎหมายใดจะสามารถกำหนดผลที่ตามมาอย่างเป็นรูปธรรมต่อรัฐบาล(สหรัฐ)ได้” พอลจากมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นกล่าว