วิกฤติหมีทำร้ายคน สร้างสุดยอดเมนูญี่ปุ่น l World Pulse

วิกฤติหมีทำร้ายคน  สร้างสุดยอดเมนูญี่ปุ่น l World Pulse

ระยะหลังอีกหนึ่งข่าวคราวที่ได้ยินบ่อยจากญี่ปุ่นคือข่าวหมีทำร้ายคนเสียชีวิต ปีนี้ตัวเลขทุบสถิติถึง 13 คน จนทางการอนุญาตให้กำจัดหมีได้เพื่อลดอันตรายต่อมนุษย์

จากข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์ วิกฤตินี้ได้แรงหนุนจากประชากรหมีเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประชากรมนุษย์ลดต่ำลง แถมลูกโอ๊กร่วงน้อยทำให้หมีต้องไปหากินที่อื่น

ทางการหวังว่าการกำจัดหมีที่อาจมีน้ำหนักถึง 500 กิโลกรัมและวิ่งเร็วกว่าคน จะช่วยลดภัยคุกคามทางภาคเหนือของญี่ปุ่นได้ ตัวเลขประชาชนถูกหมีฆ่า 13 คนในปีนี้สูงกว่าสถิติเดิมถึงสองเท่าและยังมีเวลาเหลืออีกสี่เดือนกว่าจะสิ้นปีงบประมาณ ไม่ทราบว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่

รัฐบาลเองก็รับมืออย่างรวดเร็วถึงขนาดส่งทหารไปช่วยดักจับและล่าหมี ขณะที่ตำรวจปราบจลาจลได้รับมอบหมายให้ยิง ครึ่งแรกของปีงบประมาณนี้กำจัดหมีไปแล้วมากเกินกว่า 9,100 ตัวตลอดสองปี 2023-2024

พูดถึงหมีแล้วมารู้จักชนิดของพวกมันกันสักหน่อย หมีสีน้ำตาลพบได้เฉพาะในฮอกไกโดเท่านั้น จำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา ตัวเลขในปี 2023 อยู่ที่กว่า 11,500 ตัว ขณะที่หมีดำญี่ปุ่นพบได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

ปีก่อนรัฐบาลเพิ่มหมีเข้าไปในบัญชีสัตว์ที่ต้องควบคุมจำนวนประชากร จากที่เคยคุ้มครองจนประชากรหมีเพิ่มขึ้นมาก ฮอกไกโดมีแผนฆ่าหมีปีละ 1,200 ตัวตลอดสิบปีข้างหน้า

แผนการฆ่าหมีมาทำอาหารนับว่าใช้ได้ดีเดียว โคจิ ซูซุกิ เจ้าของร้านอาหารในชิชิบู เมืองเนินเขาใกล้กรุงโตเกียวเล่าว่า  ความต้องการเนื้อหมีในร้านอาหารของเขาพุ่งสูงมากจนทำให้ไม่ทัน

ร้านอาหารของเขาเสิร์ฟเนื้อกวางและหมูป่าด้วย แต่เนื้อหมีได้รับความนิยมพุ่งขึ้นมากนับตั้งแต่มีข่าวมาหลายเดือนว่า พวกมันบุกบ้านคน ป้วนเปี้ยนใกล้ๆ โรงเรียน หรือเพ่นพ่านในซูเปอร์มาร์เก็ต

“เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับหมีมากขึ้น จำนวนลูกค้าที่อยากกินเนื้อหมีก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว” ซูซุกิ วัย 71 ปีกล่าวกับเอเอฟพี และในฐานะนายพราน เขาอธิบายว่า  เพื่อแสดงความเคารพต่อชีวิตหมี “เอามาใช้ในร้านอาหารยังดีกว่าเอาไปฝัง”

ด้านชิเอโกะ ภรรยาวัย 64 ปีของซูซุกิ ผู้ดูแลร้านอาหาร เล่าว่า ตอนนี้เธอต้องปฏิเสธลูกค้าบ่อยครั้งเพราะเนื้อหมีมีไม่พอเสิร์ฟ  แต่เจ้าตัวไม่ยอมบอกว่า ธุรกิจเติบโตเท่าใดกันแน่

ลองไปสอบถามลูกค้าดูบ้าง ทาคาอากิ คิมูระ นักแต่งเพลงวัย 28 ปี ที่เพิ่งลองชิมเนื้อหมีเป็นครั้งแรก

“ชุ่มฉ่ำมากครับ ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งได้รสชาติ” เจ้าตัวพูดพลางยิ้มกว้าง ขณะที่เขากับเพื่อนๆ กำลังนั่งล้อมรอบหินย่างและหม้อที่กำลังเดือดปุดๆ

แม้เนื้อหมีจะไม่ใช่อาหารประจำวัน แต่หมู่บ้านเชิงเขาทั่วญี่ปุ่นก็รับประทานมานานแล้ว

รัฐบาลเองก็หวังว่าเนื้อหมีจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนชนบท รัฐมนตรีเกษตรเพิ่งกล่าวไปเมื่อไม่กี่วันก่อน

“สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนสัตว์ป่าที่สร้างความเดือดร้อนให้กลายมาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์” 

ในการควบคุมประชากรหมีและส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนนี้ ทางการท้องถิ่นจะได้รับเงินอุดหนุน 118 ล้านดอลลาร์ แต่ร้านอาหารบางแห่งไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการจูงใจใดๆ ทั้งสิ้น

คัตสึฮิโกะ คาคูตะ วัย 50 ปี เจ้าของร้านอาหาร ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในอาโอโมริ ภูมิภาคหนึ่งที่เกิดเหตุหมีทำร้ายคนหนักที่สุด กล่าวว่า เขาขายเนื้อหมีหมดเกลี้ยง

“ตั้งแต่เริ่มเสิร์ฟเมื่อปี 2021 ก็ได้รับความนิยมมาก แต่ปีนี้คนสนใจมาที่ร้านมากกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่ออินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งโพสต์เรื่องของพวกเรา”

ที่ร้านอาหารฝรั่งเศสบรรยากาศสลัวแห่งหนึ่งในเมืองซัปโปโร เมืองใหญ่สุดบนเกาะฮอกไกโดทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เชฟคิโยชิ ฟูจิโมโตะกำลังย่างเนื้อหมีสีน้ำตาลที่ม้วนไว้ ก่อนจะนำไปใส่ในหม้อซอสไวน์แดง เมนูหลายคอร์สของที่ร้านรวมถึงซุปเนื้อหมี ราคาราว 70 ดอลลาร์

“ผมว่า เป็นการดีที่ได้ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น” 

“ตอนนี้มีคนอยากรับประทานมากขึ้น ผมเลยตุนเนื้อหมีไว้เพื่อการนี้ คนส่วนใหญ่ที่ได้ชิมต่างพูดว่า อร่อย”

อย่างไรก็ตาม เนื้อหมีส่วนใหญ่ยังถูกทิ้งไปให้สูญเปล่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีโรงงานแปรรูปที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล

ร้านอาหารของคาคุตะมีโรงชำแหละเนื้อเป็นของตัวเอง และจัดหาเนื้อหมีสำหรับทำอาหารให้กับโรงแรมใกล้เคียง

“เนื้อหมีเป็นแหล่งการท่องเที่ยวสำหรับเรา และเราได้นำสิ่งต้องทิ้งเป็นขยะมาทำให้มีประโยชน์" คาคุตะชี้ให้เห็นประโยชน์ของเนื้อหมีแทนที่จะปล่อยทิ้งไป