กางแผนที่โลก สำรวจ ‘ความขัดแย้ง’ ต้องจับตา ปี 2026

กางแผนที่โลก สำรวจ ‘ความขัดแย้ง’ ต้องจับตา ปี 2026

รายงานแบบสำรวจเพื่อจัดลำดับความสำคัญเชิงป้องกัน (PPS) ชี้ 2026 โลกยังเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และความขัดแย้งหลายพื้นที่เสี่ยงกระทบผลประโยชน์สหรัฐสูง นักวิเคราะห์แนะ ควรจบสงครามรัสเซีย-ยูเครน

รายงานแบบสำรวจเพื่อจัดลำดับความสำคัญเชิงป้องกัน (PPS) ที่จัดทำโดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน (CPA) ของสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CFR) พบว่า โลกเต็มไปด้วยความไร้ระเบียบและความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศชาวอเมริกันต่างกังวลอย่างมากเกี่ยวกับ “ภัยคุกคาม” (ที่มาจากความขัดแย้ง) ต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐและเสถียรภาพระหว่างประเทศ ซึ่งความขัดแย้งที่เป็นภัยคุกคามเหล่านั้นมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น หรือทวีความรุนแรงมากขึ้นในปี 2026

รายงาน PPS ได้รวบรวมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศชาวอเมริกันกว่า 300 คน เพื่อประเมินว่าความขัดแย้งใดบ้างที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐมากที่สุด พร้อมพิจารณาว่าความขัดแย้งนั้นๆ มีโอกาสเกิดขึ้นในปี 2026 หรือไม่

รายงานนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้กลุ่มผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐสามารถจัดลำดับความสำคัญในการป้องกันและบรรเทาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยแบ่งความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับสูง กลาง และต่ำ และพิจารณาไปพร้อมกับความน่าจะเป็นของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในปี 2026 อีก 3 ระดับ ได้แก่ ระดับสูง กลาง และต่ำ จากนั้นนำข้อมูลสองส่วนนี้จัดลำดับว่าความขัดแย้งมีความสำคัญระดับใด ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ระดับ และระดับที่ 1 บ่งบอกว่าสหรัฐต้องให้ความสำคัญสูงสุด

 

ความขัดแย้งที่ต้องจับตามากที่สุด

ความขัดแย้งระดับ 1 ที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์สหรัฐ “สูง” และมีความเป็นไปได้ “สูง” ว่าจะเกิดขึ้น/มีขึ้นต่อเนื่องในปี 2026 

ได้แก่ ความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นระหว่างกองกำลังความมั่นคงอิสราเอลและปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ เรื่องการก่อสร้างนิคมอิสราเอล, สิทธิทางการเมืองของชาวปาเลสไตน์ และสงครามในกาซาที่ปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างฮามาสและอิสราเอลที่ทำให้วิกฤติมนุษยธรรมย่ำแย่ลง และทำให้ความไม่มั่นคงในภูมิภาครุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นจากการขยายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละฝ่าย รวมถึงศูนย์กลางที่อยู่อาศัยของประชาชน, ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐที่มุ่งเป้ากลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นเล็งโจมตีโดยตรงในเวเนซุเอลา, ความรุนแรงทางการเมืองและสถานการณ์ไม่สงบที่เพิ่มมากขึ้นในสหรัฐ อันเกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เข้มข้น และการส่งกองกำลังความมั่นคงประจำการตามเมืองต่างๆ ในสหรัฐ ก็ติดอันดับความขัดแย้งที่สหรัฐต้องให้ความสำคัญมากที่สุดเช่นกัน

กางแผนที่โลก สำรวจ ‘ความขัดแย้ง’ ต้องจับตา ปี 2026

กางแผนที่โลก สำรวจ ‘ความขัดแย้ง’ ต้องจับตา ปี 2026

ความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์สหรัฐ “สูง” แต่มีความเป็นไปได้ในระดับ“กลาง”ที่จะเกิดขึ้น/มีขึ้นต่อเนื่องในปี 2026 

ได้แก่ ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างอิหร่านและอิสราเอลที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง จากความพยายามของอิหร่านในการฟื้นฟูโครงการนิวเคลียร์และสร้างเครือข่ายต่อต้านอิสราเอลระดับภูมิภาคขึ้นใหม่, รัฐหรือกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐดำเนินการโจมตีทางไซเบอร์โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของสหรัฐ, แรงกดดันทางทหาร เศรษฐกิจ และการเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากจีนต่อไต้หวัน ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ข้ามช่องแคบอย่างรุนแรงและทำให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค รวมถึงสหรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง, การปะทะกันทางอาวุธระหว่างรัสเซียและประเทศสมาชิกนาโตอย่างน้อยหนึ่งประเทศหรือมากกว่านั้น ซึ่งเกิดขึ้นจากการยั่วยุของรัสเซียต่อประเทศในยุโรปที่เพิ่มมากขึ้น, การกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือทำให้ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มสูงขึ้น ก่อให้เกิดการเผชิญหน้าทางอาวุธที่เกี่ยวข้องกับมหาอำนาจในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงสหรัฐ

กางแผนที่โลก สำรวจ ‘ความขัดแย้ง’ ต้องจับตา ปี 2026

ความขัดแย้งที่ต้องจับตาระดับ 2

ความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์สหรัฐ “ต่ำ” แต่มีความเป็นไปได้ “สูง” ที่จะเกิดขึ้น/มีขึ้นต่อเนื่องในปี 2026 

ได้แก่ การยกระดับความรุนแรงของสงครามกลางเมืองในซูดาน, การปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มติดอาวุธกับกองกำลังความมั่นคงในเฮติ, ความล่าช้าในการจัดการเลือกตั้งในเซาท์ซูดาน กระตุ้นให้เกิดการสู้รบขึ้นใหม่ระหว่างกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์และกลุ่มติดอาวุธทางการเมือง ส่งผลให้รัฐบาลกลางขาดเสถียรภาพ

ความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์สหรัฐระดับ “ปานกลาง” และมีความเป็นไปได้ในระดับ “ปานกลาง” ที่จะเกิดขึ้น/มีขึ้นต่อเนื่องในปี 2026 

ได้แก่ การถอนความช่วยเหลือด้านความมั่นคงของสหรัฐจากโซมาเลียส่งผลให้การโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายเพิ่มขึ้น และทำให้กลุ่มอัลชาบับและไอซิสขยายการควบคุมดินแดน, การโจมตีของกลุ่มฮูตีต่ออิสราเอลและการเดินเรือระหว่างประเทศ, ความล้มเหลวในการปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์, ความรุนแรงทางศาสนาที่เพิ่มขึ้นและการกลับมาของกลุ่มไอซิสในซีเรีย, ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างอินเดียและปากีสถานที่ปะทุขึ้นอีกครั้งเนื่องจากเหตุก่อการร้ายที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบผลประโยชน์สหรัฐ “ต่ำ” แต่มีความเป็นไปได้ในระดับ “สูง” ที่จะเกิดขึ้น/มีขึ้นต่อเนื่องในปี 2026 

ได้แก่ ความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นในสหรัฐเรื่องการผลิตและการค้ายาเสพติดผิดกฎหมายของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ และการดำเนินการเชิงรุกของจีนในทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะต่อฟิลิปปินส์ นำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารที่เกี่ยวข้องกับจีน สหรัฐและชาติพันธมิตรของสหรัฐ

กางแผนที่โลก สำรวจ ‘ความขัดแย้ง’ ต้องจับตา ปี 2026

ความขัดแย้งที่ต้องจับตาระดับ 3

ความขัดแย้งที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์สหรัฐ “ต่ำ” แต่มีความเป็นไปได้ในระดับ “ปานกลาง” ที่จะเกิดขึ้น/มีขึ้นต่อเนื่องในปี 2026 

ได้แก่ การก่อความไม่สงบที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วภูมิภาคซาเฮล(โดยเฉพาะในมาลี) ซ้ำเติมความไร้เสถียรภาพของภูมิภาคและความทุกข์ยากด้านมนุษยธรรม, การก่อการร้ายของกลุ่มนิยมอิสลามที่ทวีความรุนแรงขึ้นในไนจีเรีย, ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์และการเมืองเกี่ยวกับดินแดนและทรัพยากรธรรมชาติระหว่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกกับกลุ่มติดอาวุธต่างๆ รวมถึงกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากรวันดา, ความรุนแรงทางการเมืองและศาสนาในบังกลาเทศ, กิจกรรมอาชญากรรมที่รุนแรงขึ้นและความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลทหารกับกลุ่มติดอาวุธในเมียนมา, ความรุนแรงทางอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นและการปราบปรามทางการเมืองในเอกวาดอร์, การปะทะกันด้วยอาวุธระหว่างกองทัพเอธิโอเปียกับกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากเอริเทรีย, การก่อความไม่สงบในภาคเหนือของโมซัมบิก, ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถานที่ปะทุขึ้น และความไม่สงบทางการเมืองในแคเมอรูน

กางแผนที่โลก สำรวจ ‘ความขัดแย้ง’ ต้องจับตา ปี 2026

นอกจากสถานการณ์ความขัดแย้งข้างต้นแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศที่ CPA สัมภาษณ์ ยังได้เสนอแนะสถานการณ์ความขัดแย้งเพิ่มเติมที่พวกเขาเชื่อว่าควรได้รับความสนใจเช่นกัน อาทิ การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางทหารของจีนและรัสเซียในภูมิภาคอาร์กติก จุดชนวนให้เกิดการเผชิญหน้าทางอาวุธที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ หรือชาติพันธมิตรนาโตประเทศอื่น ๆ, การกลับมาสู้รบระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานเนื่องจากข้อพิพาทด้านดินแดนที่ยังไม่ยุติ, การปะทะกันตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทยที่ก่อให้เกิดความไร้เสถียรภาพทางการเมืองในภูมิภาค, ความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่นเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือหมู่เกาะเซ็งกากุ/เตี้ยวหยู หลังทั้งสองมีข้อพิพาทเกี่ยวกับไต้หวัน, กิจกรรมของกลุ่มติดอาวุธที่เพิ่มขึ้นและความแตกแยกทางการเมืองในโคลอมเบีย, การเพิ่มขึ้นของความรุนแรงทางชาติพันธุ์และความไร้เสถียรภาพทางการเมืองในคาบสมุทรบอลข่านตะวันตก จุดชนวนให้เกิดการเผชิญหน้าทางอาวุธที่อาจจำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากต่างชาติ

กางแผนที่โลก สำรวจ ‘ความขัดแย้ง’ ต้องจับตา ปี 2026

โอกาสในการป้องกันและแก้ไขความขัดแย้ง

อย่างไรก็ดี ผลสำรวจในปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญ 336 คน ชี้ว่าความขัดแย้งบางอย่างยังคงมีโอกาสการป้องกันไม่ให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น หรือสามารถหาทางออกได้ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่

1.ความขัดแย้งที่สหรัฐมีอำนาจต่อรองหรือมีอิทธิพลเป็นพิเศษต่อฝ่ายหนึ่งหรือหลายฝ่าย โดยสถานการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่สหรัฐจะใช้อิทธิพลของตนเพื่อบรรเทาความขัดแย้ง คือ "สงครามรัสเซีย-ยูเครน" โดยมีผู้เชี่ยวชาญสนับสนุนให้สหรัฐร่วมแก้ไขความขัดแย้งนี้ 112 คน อันดับที่ 2 คือความขัดแย้งในฉนวนกาซา ผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย 49 คน, อันดับที่ 3 คือ ความขัดแย้งจีน-ไต้หวัน ผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย 31 คน รองลงมา ได้แก่ ความขัดแย้งในเวสต์แบงก์ และการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

2.ความขัดแย้งที่สหรัฐสามารถทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ และสถาบันระหว่างประเทศเพื่อสร้างสันติภาพ โดยสถานการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นโอกาสดีที่สหรัฐจะทำงานกับประเทศอื่นเพื่อสร้างสันติภาพ ได้แก่ สงครามกลางเมืองในซูดาน การกลับมาของกลุ่มไอซิส ความขัดแย้งในเฮติ และความขัดแย้งในคองโก

แม้รายงาน PPS เป็นรายงานย้ำเตือนสหรัฐว่าต้องจับตาความขัดแย้งใดมากที่สุด แต่ขณะเดียวกันรายงานนี้ก็ทำให้หลายประเทศได้เห็นภาพว่าต้องเตรียมพร้อมและปรับนโยบายต่างประเทศอย่างไรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2026 ซึ่งไม่ได้ส่งผลแค่กับประเทศคู่กรณีหรือมหาอำนาจเท่านั้น แต่อาจส่งผลกระทบไปยังประเทศอื่นๆ ได้อีกด้วย