เพนตากอนเผย ล็อกฮีดมาร์ตินทำสัญญาขายอาวุธไต้หวัน 328.5 ล้านดอลลาร์

กระทรวงกลาโหมสหรัฐแถลง บริษัทล็อกฮีดมาร์ติน ได้ทำสัญญาขายอาวุธให้ไต้หวัน เพื่อตอบสนอง “ความต้องการปฏิบัติการเร่งด่วน” ของกองทัพอากาศไต้หวัน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานแถลงการณ์จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เมื่อวันพุธ (31 ธ.ค.) ระบุว่า สัญญามีมูลค่า 328.5 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาทำสัญญาใช้กองทุนการขายอาวุธต่างชาติชำระแล้ว 157.3 ล้านดอลลาร์
“สัญญาฉบับนี้ครอบคลุมการจัดซื้อและส่งมอบชุดเซ็นเซอร์ตรวจจับและติดตามด้วยอินฟราเรดรุ่นปรับปรุงใหม่ (Infrared Search and Track Legion Enhanced Sensor pods) จำนวน 55 ชุด รวมถึงหน่วยประมวลผล กล่องบรรจุชุดเซ็นเซอร์ กล่องบรรจุหน่วยประมวลผล ซึ่งจำเป็นต่อการตอบสนองความต้องการด้านปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนของกองทัพอากาศไต้หวัน” แถลงการณ์ระบุและว่างานตามสัญญาจะดำเนินการในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน ปี 2031
กลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์ มากที่สุดเท่าที่สหรัฐเคยขายอาวุธให้เกาะแห่งนี้ที่กำลังถูกจีนกดดันทางทหารมากขึ้นเรื่อยๆ
จีนอ้างว่าไต้หวันที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นดินแดนของตน และไม่ตัดประเด็นการใช้กำลังยึด ส่วนไต้หวันซึ่งปฏิเสธคำกล่าวอ้างของจีน ประณามการซ้อมรบของจีนล่าสุดว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของภูมิภาค และยั่วยุอย่างโจ่งแจ้ง
ความสำคัญของดีลนี้คือ รัฐบาลวอชิงตันมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีน แต่ยังคงมีความสัมพันธ์ไม่เป็นทางการกับไต้หวันและเป็นผู้จัดหาอาวุธรายสำคัญที่สุดให้ โดยสหรัฐปฏิบัติตามกฎหมายจัดหาเครื่องมือให้ไต้หวันได้ป้องกันตนเอง แม้การขายอาวุธจะทำให้จีนไม่พอใจมาโดยตลอดก็ตาม
ในวันเดียวกันนั้น ไต้หวันยังคงเฝ้าระวังอย่างสูง หลังจีนจัดซ้อมรบใหญ่รอบเกาะในวันอังคาร (30 ธ.ค.)หน่วยยามฝั่งระบุว่า ได้เปิดศูนย์ตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางทะเลอย่างต่อเนื่องขณะเฝ้าติดตามการซ้อมรบของกองทัพเรือจีน







