วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

รายงานเพนตากอนชี้ จีนติดตั้งขีปนาวุธข้ามทวีปกว่า 100 ลูกไว้ในไซโล

รายงานเพนตากอนชี้  จีนติดตั้งขีปนาวุธข้ามทวีปกว่า 100 ลูกไว้ในไซโล

ร่างรายงานกระทรวงกลาโหมสหรัฐย้ำ จีนน่าจะเก็บขีปนาวุธข้ามทวีปกว่า 100 ลูก ไว้ในไซโลสามแห่งล่าสุดและไม่ปรารถนาจะเจรจาควบคุมอาวุธ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลจาก Bulletin of the Atomic Scientists องค์กรไม่หวังผลกำไรในชิคาโก ระบุว่า จีนกำลังขยายและปรับคลังแสงให้ทันสมัยเร็วกว่ามหาอำนาจนิวเคลียร์ประเทศอื่นๆ 

ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งเรียกรายงานการเสริมสมรรถนะทางทหารฉบับนี้ว่าเป็นความพยายาม “ป้ายสีและทำลายชื่อเสียงของจีน จงใจทำให้ประชาคมโลกเข้าใจผิด”

เดือนก่อน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาอาจทำแผนลดอาวุธนิวเคลียร์กับจีนและรัสเซีย แต่ร่างรายงานเพนตากอนกล่าวว่า ปักกิ่งดูเหมือนไม่สนใจ

“เรายังไม่เห็นปักกิ่งต้องการดำเนินตามมาตรการดังกล่าว หรือหารือการควบคุมอาวุธอย่างครอบคลุม” รายงานระบุ  เป็นไปได้ว่า จีนน่าจะเก็บขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) เชื้อเพลิงแข็ง DF-31 จำนวนกว่า 100 ลูกไว้ในไซโลใกล้ชายแดนมองโกเลีย ซึ่งเป็นไซโลล่าสุด โดยเพนตากอนเคยรายงานเฉพาะจำนวนไซโลที่มีอยู่ไม่ได้กล่าวถึงจำนวนขีปนาวุธที่เก็บไว้

เพนตากอนไม่ได้ให้ความเห็นกับรอยเตอร์ ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า จีน “ยังคงมียุทธศาสตร์นิวเคลียร์ป้องกันตัว มีกองกำลังนิวเคลียร์ในระดับต่ำสุดที่จำเป็นเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ และปฏิบัติตามพันธกรณีไม่ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์”

ร่างรายงานไม่ได้ระบุเป้าหมายที่เป็นไปได้ของขีปนาวุธที่เพิ่งติดตั้งใหม่ เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า รายงานนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อนส่งไปยังสมาชิกสภาคองเกรส

รายงานกล่าวต่อไปว่า คลังแสงหัวรบนิวเคลียร์ของจีนยังอยู่ที่ 600 นิดๆ ในปี 2024 สะท้อนถึง “อัตราการผลิตค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ” แต่นิวเคลียร์จีนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามแผนมากกว่า 1,000 หัวรบภายในปี 2030 ซึ่งจีนย้ำว่า ยึดมั่นใน “ยุทธศาสตร์นิวเคลียร์เพื่อการป้องกันตนเองและดำเนินนโยบายไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เคยกล่าวว่า อยากให้สหรัฐรื้อฟื้นการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นไปในรูปแบบใด

ก่อนหน้านั้นอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน และทรัมป์ ตอนดำรงตำแหน่งวาระที่ 1 พยายามดึงจีนและรัสเซียเข้ามามีส่วนร่วมในหารือสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์สามฝ่าย ทดแทนสนธิสัญญานิวสตาร์ต (New START)

  •  ยุทธศาสตร์ไต้หวัน

 รายงานเพนตากอนเผยรายละเอียดการเสริมสมรรถนะทางการทหารของจีน “จีนคาดว่าจะสามารถทำสงครามและเอาชนะไต้หวันได้ภายในสิ้นปี 2027”

ทั้งนี้ จีนที่มองว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน ไม่เคยละทิ้งการใช้กำลังเพื่อ “รวมชาติ” กับเกาะแห่งนี้

รายงานระบุว่า ปักกิ่งกำลังปรับปรุงทางเลือกทางทหารเพื่อยึดไต้หวันด้วยการ “ใช้กำลังอันโหดเหี้ยม”

โดยหนึ่งในทางเลือกนั้นอาจเป็นการโจมตีในระยะ 1,500-2,000 ไมล์ทะเลจากจีน

“หากการโจมตีมีปริมาณมากพอ อาจส่งผลกระทบร้ายแรงและปั่นป่วนการมีอยู่ของสหรัฐในหรือรอบๆ ความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้”

รายงานฉบับนี้เกิดขึ้นไม่ถึงสองเดือนก่อนที่สนธิสัญญา New START ปี 2010 จะหมดอายุลง สนธิสัญญาฉบับนี้เป็นข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐกับรัสเซียล่าสุด จำกัดให้ทั้งสองฝ่ายสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ได้ไม่เกิน 1,550 หัวรบ บนระบบนำส่ง 700 ระบบ

ต่อมาในเดือน ก.พ.2021 ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย และไบเดน ขยายเวลาออกไปอีกห้าปี แต่ไม่อนุญาตให้ขยายเวลาอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม 

 “การมีอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้นและไม่มีการเจรจาทางการทูตจะไม่ทำให้ใครปลอดภัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจีน รัสเซีย หรือสหรัฐอเมริกา” ดาริล คิมบอลล์ ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่มรณรงค์ควบคุมอาวุธ Arms Control Association ให้ความเห็น

  •   พีแอลเอเป้าหมายหลักกวาดล้างทุจริต

รายงานยังกล่าวถึงการกวาดล้างการทุจริตเป็นวงกว้างของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง  ที่มีกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) เป็นเป้าหมายสำคัญอันหนึ่ง การกวาดล้างดังกล่าวอาจส่งผลต่อความพร้อมด้านนิวเคลียร์ในระยะสั้นแต่ก็เป็นการปูทางไปสู่ ​​“การพัฒนาโดยรวมของพีแอลเอในระยะยาว”

ข้อมูลจากกลุ่มคลังสมองกลุ่มหนึ่งระบุว่า รายได้ของรัฐวิสาหกิจอาวุธรายใหญ่ของจีนลดลงในปีที่ผ่านมา ผลจากการกวาดล้างทุจริตส่งผลให้มีการทำสัญญาซื้อขายอาวุธลดลง ทั้งๆ ที่จีนเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมมาตลอดสามทศวรรษ เนื่องจากการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐร้อนแรง, เกิดความตึงเครียดเรื่องไต้หวัน และข้อพิพาทในทะเลจีนใต้

ในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา ผู้จัดการและอดีตผู้จัดการอย่างน้อย 26 คนในรัฐวิสาหกิจอาวุธถูกสอบสวนหรือปลดพ้นตำแหน่ง

“การสอบสวนได้ขยายขอบเขตจากที่มุ่งเน้นการจัดซื้อจรวดและขีปนาวุธในปี 2023 ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศส่วนใหญ่ของจีน รวมถึงอุตสาหกรรมนิวเคลียร์และการต่อเรือของจีนด้วย” รายงานสรุป

  •  จีนจี้สหรัฐรับผิดชอบลดอาวุธนิวเคลียร์ 

หลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเมื่อวันอังคาร (23 ธ.ค.) ในการแถลงข่าวประจำวัน เรียกร้องให้สหรัฐปฏิบัติตามพันธกรณีลดอาวุธนิวเคลียร์ หลังมีข่าวร่างรายงานจากเพนตากอนระบุว่า จีนน่าจะติดตั้งขีปนาวุธข้ามทวีปกว่า 100 ลูกและไม่ต้องการเจรจาควบคุมอาวุธ

โฆษกกล่าวว่า สหรัฐควรสร้างเงื่อนไขที่เอื้อให้รัฐอื่นๆ ลดอาวุธนิวเคลียร์ จีนนั้นไม่ได้ร่วมแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์กับประเทศใดทั้งสิ้น